ตำนานเมืองลับแล

สำหรับเมืองลับแลหรือเมืองบังบดเป็นเมืองที่ถูกเล่าขานกันมาอย่างยาวนานว่าเป็นเมืองที่ถูกซ่อนเร้นจากบุคคลภายนอกนั้นเองจะมีก็แต่คนชาวลับแลเท่านั้นที่จะสามารถเดินเข้าออกที่เมืองแห่งนี้ได้แต่ก็มีบางตำนานพูดถึงเมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่ถูกปิดบังด้วยคาถาอาคมอย่างเช่นมนต์กำบัง

ซึ่งก็จะมีแต่ชาวเมืองลับแลเท่านั้นที่จะรู้จักวิธีการใช้คาถานี้หรือในบางตำนานก็จะพูดถึงอีกมิติหนึ่งเลยมันก็อาจจะมีบางเวลาที่มิติต่างๆเหล่านี้มาทับซ้อนกันทำให้เกิดเรื่องราวการพัดหลงเข้าไปในเมืองลับแลที่ได้อยู่อีกมิติหนึ่งแล้วได้กลับมาพร้อมกับเรื่องเล่าต่างๆอีกมากมายนั่นเอง

ดังนั้นเรื่องราวของเมืองลับแลที่โด่งดังแล้วก็ถูกพูดถึงมากที่สุดนั้นก็คือเมืองลับแลที่อยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์นั่นเองถือว่าเป็นตำนานที่ได้ถูกเล่าขานกันมาอย่างปากต่อปากหลายชั่วอายุคนมากๆเลย

นอกจากนี้จะเป็นเขตต้องห้ามสำหรับการโกหกนั่นเอาโดยเราต้องขอบอกอย่างนี้ว่าตำนานเมืองลับแลมันไม่ได้มีเพียงแค่ที่เดียวต้องบอกเลยว่าแทบจะทุกที่ในประเทศไทยก็มีเรื่องเล่าหรือตำนานที่เกี่ยวกับเมืองลับแลหรือประตูทางเข้าสู่เมืองลับแลที่ได้ซ้อนอยู่ด้วย

เนื่องจากนี้มีตัวอย่างเช่นที่จังหวัดราชบุรีก็จะมีบริเวณที่ได้เชื่อกันว่าเป็นทางเข้าหรือทางติดต่อกับชาวเมืองลับแลอยู่หลายแห่งด้วยกันเช่นเมืองลับแลแห่งเมืองเขาวังสะดึงนั่นเองก็จะมีตำนานพูดถึงการพบเห็นชาวเมืองลับแลที่จะออกมาอาบน้ำในสระน้ำด้านหน้าของเขาวังสะดึง

ซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกสระนี้ว่าสระพังนั่นเองหรือบางครั้งชาวเมืองลับแลก็จะลงมาจากเขาเพื่อที่จะมาจับจ่ายซื้อของซื้ออาหารอยู่บริเวณตลาดนัดเชิงเขาในช่วงฤดูกาลน้ำหลากนั่นเองหรืออีกสถานที่ก็คือเมืองลับแลที่เขางูนั่นเองก็จะมีเรื่องเล่ามาตั้งแต่สมัยก่อน

เมื่อคนในชุมชนจะทำบุญส่วนใหญ่ก็มักจะอธิฐานขอยืมข้าวของต่างๆจากชาวลับแล หากอธิษฐานเสร็จแล้วก็จะมีถ้วยชามมาจัดวางเอาไว้ตามที่ขอนั่นเองในเวลาต่อมาได้มีชาวบ้านบางกลุ่มไปขอยืมถ้วยชามแต่ก็ไม่นำเอากลับไปคืนจึงทำให้ชาวเมืองงลับแลไม่ให้ยืมของอีกต่อไป

เพราะฉะนั้นแล้วหรืออาจจะเป็นเมืองลับแลที่เขากลางตลาดจอมบึงที่วัดดีคืนดีชาวบ้านก็จะยินเสียงมโหรีดังออกมาจากภายในถ้ำและอันนี้ก็เป็นแค่เพียงบางส่วนของสถานที่ที่เชื่อว่าสามารถไปที่เมืองลับแลหรือติดต่อกับชาวลับแลได้ในจังหวัดราชบุรีนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    ufabet เว็บแม่

ตำนานอินกับจันฝาแฝดตัวติดกัน

เมื่อทั้งสองคนแฝดคู่ตัวติดกันที่มีชื่อว่าอินกับจันที่ได้มีชายชาวอังกฤษขอครอบครัวพาแฝดทั้งคู่ไปโชว์ตัวที่ชาติตะวันตกที่สหรัฐอเมริกาและกว่าจะถึงอเมริกาสองแฝดคู่นี้ก็ได้ใช้เวลาถึง138วันเลยทีเดียวที่อยู่บนเรือหลัจากนั้นทั้งคู่ก็ได้ทำการโชว์ตัวและก็ตะลอนท่องเที่ยวทั้งอเมริกายุโรปเลยทีเดียว

โดยสัญญาที่ทั้งคู่ได้ทำเอาไว้กับพ่อค้าคนนี้เขาจะแสดงร่วมกับคณะละครสัตว์นี้จนกระทั่งเขานั้นมีอายุถึง20ปีเมื่อได้ไปออกแสดงทั้งคู่ก็ได้รับความนิยมจากผู้ชมเป็นอย่างมาก

นอกจากจะมีร่างกายที่แปลกแล้วอินจันยังมีความสามารถในการเล่นกายกรรมขี่ม้าเล่นหมากลุกเป็นนักดนตรีที่ใช้เครื่องดนตรีได้อีกหลากหลายเลยไม่ว่าจะเป็นสีอะไรก็ตามไปๆมาๆก็เป็นเหมือนตัวชูโรงของคณะละครสัตว์เลยที่ได้นำเงินมาให้อย่างมากมาย

เนื่องจากนี้ทั่งคู่ก็จะได้รับค่าส่วนแบ่งจะค่าเข้าชมนั้นแต่มันก็มีบางครั้งเหมือนกันที่เขานั้นถูกพวกพ่อค้าพวกนี้เอาเปรียบแต่ก็ไม่เป็นไรค่อยๆเก็บออมเอาไว้

จนกระทั่งชีวิตของเขานั้นที่ได้ถูกใช้งานอย่างทาสจนกลายเป็นผู้ที่มีทาสเป็นของตัวเองพ่อของอินแล้วก็จันได้เสียชีวิตลงตั้งแต่สองแฝดยังเด็กมันก็เลยต้องทำให้ภาระการเลี้ยงดูทั้งหมดต้องตกอยู่ที่คุณแม่

ซึ่งในระยะเวลาต่อมาเธอก็ได้ยื่นขอเสนอให้กับฝรั่งที่จะเช่าลูกของเธอด้วยเงิน500ดอลลาร์ในเวลานั้นก็ต้องยอมรับว่ามันก็เหมือนกับการขายลูกของตัวเองนั่นแหละแต่สิ่งที่แม่ทำมันก็ถูกต้องอย่างเหลือเชื่อเพราะหลังจากที่ทั้งคู้จะต้องมาทำงานอย่างหนักอยู่ในคณะนครสัตว์จนแม้กระทั่งหมดสัญญา

โดยทั้งคู่นั้นเขาก็ได้หันมาเปิดการแสดงเป็นของตัวเองเสียเลยแล้วก็ยังหาเงินได้อีกเยอะด้วยเป็นเวลากว่า10ปีหลังจากที่แฝดอินจันได้ออกไปทำการแสดงทั่วอเมริกาแล้วก็ในหลายๆประเทศในยุโรปทั้งคู่ก็เริ่มที่จะปักหลักฐานอยู่ที่อเมริกาแล้วและด้วยความที่ว่าทั้งคู่นั้นไม่ได้มีผิวเข้มมันก็เป็นความโชคดีอยู่อย่างหนึ่งเพราะว่าชาวอเมริกาจะไม่มองว่าเป็นทาสพวกเขาก็เลยสามารถซื้อบ้านซื้อนาแล้วก็มีทาสเป็นของตัวเองได้

นอกจากนี้อย่างไรก็ตามเขาก็ยังต้องปรับตัวอยู่ดีกับสังคมอเมริกาที่คนสมัยนั้นค่อนข้างที่จะเหยียบชนชาติอยู่เหมือนกันทั้งนี้ทั้งสองแฝดยังหลงรักสาวคนเดียวกันแต่ฝ่ายทางผู้เป็นพ่อนั้นเขาไม่ให้แต่งเพราะอะไรไม่ทราบเหมือนกันและด้วยที่ทั้งสองนั้นไม่ได้มีสีผิวเข้มก็เลยทำให้เขานั้นไม่ค่อยมีความยากลำบากในการที่จะใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกา

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

คุณเข้าใจคำว่าวัฒนธรรมหรือไม่ว่าคืออะไร

         เราเคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเมื่อเรามีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของวัฒนธรรมไทยนั้นเรามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้หรือไม่ว่าวัฒนธรรมไทยนั้นคืออะไรทำไมถึงยังต้องคงพูดถึงกันและอนุรักษ์กันไว้อย่างไรมาและมีอะไรบ้างที่เป็นวัฒนธรรมของไทยเราหากมีการเปิดหาข้อมูลผ่านทางพจนานุกรมแล้วก็ความหมายของวัฒนธรรมนั้นน่าจะหมายถึงการที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อให้สิ่งต่างๆเหล่านั้นบ่งบอกถึงความเจริญของวิถีชีวิตของคนในสมัยนั้นๆ

ซึ่งวัฒนธรรมนั้นได้มีการส่งต่อกันเรื่อยมาจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งจากคนในอดีตส่งต่อมาจนถึงคนปัจจุบันแต่วัฒนธรรมก็จะมีการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตในปัจจุบันได้ด้วยที่สำคัญคนในปัจจุบันสามารถที่จะศึกษาหาความรู้วัฒนธรรมของคนในสมัยโบราณกันว่ามีวัฒนธรรมความเป็นมาอย่างไรและสามารถนำประยุกต์ใช้ในปัจจุบันได้อย่างไร

เรียกได้ว่าวัฒนธรรมนั้นคือมรดกที่ปู่ย่าตายายของเรานั้นส่งต่อมาให้กับรุ่นเราหรือรุ่นลูกหลานของเราเป็นสิ่งที่ทำกันร่วมกันในสังคมไม่ใช่คนใดคนหนึ่งที่จะทำได้เพียงเท่านั้นซึ่งวัฒนธรรมที่เรามีอยู่ในประเทศไทยนั้นก็จะมีตั้งแต่วัฒนธรรมเกี่ยวกับเรื่องของภาษาโดยภาษาที่เราพูดถึงนั้นในประเทศไทยมีภาษาถิ่น 4 ภาคด้วยกัน

ยึดตามภาคของประเทศไทยที่มีทั้ง 4 ภาคและก็คือมีตั้งแต่ภาคเหนือและมีภาคกลางมีค่าอีสานและมีภาคใต้ซึ่งแต่ละภาคก็จะมีภาษาเป็นของตนเองนั่นคือวัฒนธรรมด้านภาษาในขณะเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องของอาหารการกินก็มีวัฒนธรรมของแต่ละภาคเช่นเดียวกันเพราะแต่ละภาคจะมีการปรุงอาหารที่รสชาติแตกต่างกันออกไปมีวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงที่ไม่เหมือนกันรสชาติความต้องการในการกินอาหารหรือพืชผักบางชนิดที่มีไม่เหมือนกันดังนั้นอาหารจึงเปรียบได้

เป็นวัฒนธรรมของแต่ละภาคได้เช่นเดียวกันที่สำคัญเรื่องของการแต่งกายนั้นก็สามารถเป็นวัฒนธรรมของแต่ละภาคได้เพราะแต่ละจังหวัดในแต่ละภาคนั้นก็จะมีการแต่งกายที่แตกต่างกันออกไปเช่นเดียวกันเราจึงสามารถพูดได้ว่าวัฒนธรรมนั้นคือการที่ยึดถือปฏิบัติกันมาเป็นหมู่คณะที่ทำร่วมกันและในปัจจุบันนั้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหารมีเรื่องของการพูดคุยภาษาเราจะมีเป็นภาษากลางที่เป็นภาษา

สำหรับเอาไว้สื่อสารกันโดยเฉพาะทำให้คนในแต่ละภาคนั้นสามารถพูดคุยสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจและลงตัวและปัจจุบันในเรื่องของการแต่งกายก็มีการปรับเปลี่ยนจากการแต่งกายของแต่ละภาคมาเป็นการแต่งกายแบบสากลทำให้คนทั้งประเทศนั้นมีลักษณะการแต่งกายที่คล้ายคลึงกัน

แต่วัฒนธรรมเรื่องของการแต่งกายหรืออาหารหรือแม้แต่ภาษาการพูดคุยนั้นก็ยังคงมีการอนุรักษ์ไว้ถึงแม้จะไม่ค่อยเอาออกมาใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันก็ตามแต่ก็ยังคงให้ลูกหลานศึกษาวัฒนธรรมความเป็นมาอยู่เพื่อให้รู้ว่าประเทศไทยนั้นของเรามีวัฒนธรรมที่ดีขนาดไหน

 

สนับสนุนโดย.  gclub casinoทดลองเล่น

ประวัติตุ๊กตาคิคุโกะ

           ตุ๊กตาคิคุโกะนั้นเป็นตุ๊กตาที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นและปัจจุบันนี้ตุ๊กตาตัวดังกล่าวก็ยังคงมีอยู่และยังอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งถูกนำไปไว้ที่วัดมันเนน  โดยเรื่องราวของตุ๊กตาคิคุโกะนั้นเกิดขึ้นที่จังหวัดฮอกไกโดโดยอยู่ที่หมู่บ้าน คุริซาว่า  ซึ่งต้นกำเนิดของตุ๊กตาคิคุโกะนั้น เกิดมาจากสามีภรรยาคู่หนึ่งเขาทั้งคู่นั้นมีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง

ซึ่งอยู่ในวัยกำลังน่ารักเขาทั้งคู่ได้มีการซื้อตุ๊กตาเด็กผู้หญิงตัวหนึ่งให้กับลูกสาวเอาไว้เล่นซึ่งลูกสาวของเขานั้นรักตุ๊กตาตัวนี้มากได้มีการตั้งชื่อตุ๊กตาตัวนี้เอาไว้ว่าตุ๊กตาคิคุโกะ โดยเด็กหญิงนั้นมักจะเล่นกับตุ๊กตาตัวนี้ทุกวันซึ่งจะเล่นเหมือนกันเป็นพี่เป็นน้องกันโดยเธอจะต้องมีการป้อนข้าวให้ตุ๊กตาอาบน้ำให้ตุ๊กตาอีกทั้งยังนำตุ๊กตามานอนกอดทุกคืนอีกด้วย

เด็กหญิงรักตุ๊กตาตัวนี้มากซึ่งหลังจากที่ได้ตุ๊กตาตัวนี้มาไม่นานเด็กหญิงซึ่งมีร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็เกิดเสียชีวิตลงพ่อแม่ของเด็กหญิงนั้นด้วยความรักลูกสาวเมื่อนำร่างของลูกสาวไปทำพิธีฝังศพที่วัดมันเนน แล้วจึงได้นำตุ๊กตาที่ลูกสาวรักไปวางไว้ตรงบริเวณหลุมศพของลูกสาวด้วยแต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตามมาและเป็นสิ่งที่อัศจรรย์จนถูกนำมาเล่าลือกันว่าตุ๊กตาตัว

ดังกล่าวนั้นเป็นตุ๊กตาผีสิงก็เพราะว่าหลังจากที่พ่อแม่ของเด็กหญิงนำตุ๊กตาไปวางไว้ที่หลุมฝังศพของลูกสาวของตนเองแล้วเมื่อเวลาผ่านไปผมของตุ๊กตากับยาวขึ้นโดยที่ไม่รู้ว่ายาวได้อย่างไร และถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปีแล้วแต่ตุ๊กตาตัวดังกล่าวก็ยังคงวางไว้ที่หลุมฝังศพและผมก็ยังยาวขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดชาวบ้านและพระในวัดดังกล่าวต่างก็พากันทำพิธีให้ตุ๊กตาตัวดังกล่าวโดยจะยึดถือเอาวันที่ 21 ของทุกปีในเดือนมีนาคมทำพิธีตัดผมให้กับตุ๊กตารวมถึงเมื่อตัดผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ก็จะมีการแต่งตัวให้กับ ตุ๊กตาคิคุโกะใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยจะมีการเปลี่ยนชุดกิโมโนให้ใหม่ในทุกๆปีดังนั้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชื่อเสียงของตุ๊กตาคิคุโกะ จึงมีการเราขานกันไปทั่วโดยมองว่าตุ๊กตาตัวดังกล่าวนั้นคือตุ๊กตาผีสิงซึ่งวิญญาณของเด็กน้อยนั้นได้อาศัยอยู่ในร่างของตุ๊กตานั่นเองปัจจุบันนี้ถ้าหากใครอยากจะเห็นตุ๊กตาโดยดังกล่าวก็ยังสามารถที่จะเดินทางไปชมได้ที่หมู่บ้านคุริซาว่า โดยอยู่ในวัด ม้นเนน เหมือนเดิม และยังไปร่วมกิจกรรมพิธีการตัดผมให้กับตุ๊กตาได้ด้วยนะคะ

 

สนับสนุนโดย.  คาสิโน ปอยเปต

นิทานปรัมปราของไทยเกี่ยวกับตำนานความเชื่อเรื่องของพญานาค

       ที่จังหวัดหนองคายอำเภอโพนพิสัยได้มีนิทานปรัมปราเกี่ยวกับพญานาคเล่าสู่ลูกหลานให้ฟังจากรุ่นสู่รุ่นซึ่งคนในสมัยโบราณเชื่อกันว่าเรื่องเล่านี้เคยเกิดขึ้นจริงกับหญิงสาวคนหนึ่ง

     โดยเรื่องราวนั้นมีการเล่าขานถึงเมืองโพนพิสัยว่าในสมัยก่อนนั้นเมื่อพระพิศาลนั้นนับได้ว่าเป็นเมืองที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขงซึ่งทุกปีในช่วงเวลาหน้าแล้งน้ำในแม่น้ำโขงจะลดลงและจะมีสันทรายขึ้นมากลางแม่น้ำและบริเวณสันทรายนั้นเองก็จะมีน้ำผุดขึ้นมาซึ่งน้ำนี้ชาวบ้านจะพากันมาตัดเพื่อไปใช้ดื่มกินกัน

        อยู่มาวันหนึ่งมีหญิงสาวคนหนึ่งได้หาบกระป๋องน้ำมาตรงบริเวณสันทรายดังกล่าว เพื่อมาตักน้ำไปไว้กิน แต่ปรากฎว่าเมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวลงมาที่สันทรายนั้นแล้ว ก็ไม่กลับขึ้นไปอีกเลย ทางด้านญาติพี่น้องของเธอรวมถึงพ่อแม่ และชาวบ้านต่างก็พากันออกตามหาตัวเธอกันอยู่นานหลายวัน 

          จนในที่สุด เมื่อเห็นว่าผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้ว ยังไม่ได้ข่าวคราวของเธอ พ่อกับแม่จึงคิดว่า เธอน่าจะตายไปแล้ว จึงได้ช่วยกันจัดงานศพให้กับเธอ แต่ระหว่างที่มีการจัดงานกันอยู่นั้น ปรากฏว่าเธอก็เดินกลับเข้ามาที่บ้าน เมื่อชาวบ้านและพ่อแม่ของเธอเห็นว่าเธอเดินมาที่บ้านต่างก็พากันหวาดกลัว เพราะคิดว่าวิญญาณของเธอกลับมาบ้านนั่นเอง

         จนเมื่อเธอยืนยันได้ว่าตัวเองนั้นยังเป็นคน ยังไม่ตาย ทุกคนต่างจึงมารวมกันกันฟังถึงสาเหตุของการหายตัวไปของเธอ ซึ่งเธอได้เล่าว่า หลังจากที่ลงไปตักน้ำ ขณะนั้นปรากฏว่าเธอมองเห็นสัตว์ตัวหนึ่งมีลักษณะคล้ายกับหมู มันใช้ขาหน้ากวักเรียกเธอ ด้วยความประหลาดใจ เธอจึงได้เดินเข้าไปหามัน และมันก็บอกให้เธอหลับตา มันจะพาเธอไปเที่ยว

       และเมื่อเธอหลับตาและตื่นขึ้นมา เธอก็ลงไปอยู่ที่เมืองใต้บาดาลแล้ว ซึ่งหมูตัวดังกล่าวได้กลายร่างเป็นคน และพาเธอเดินชมทั่วเมืองบาดาล  ซึ่งที่เธอเข้าใจว่าที่นั่นเป็นเมืองบาดาลเพราะว่าเมื่อเธอมองไปบนท้องฟ้า ปรากฏว่าด้านบนนั้นมีสีขุ่นเหมือนสีน้ำโคลน  และคนในเมืองจะมีการแต่งกายเหมือนกันคือ ใส่ชุดสีแดง และมีผ้าโพกหัวสีแดง ซึ่งมีการทำเป็นหงอนเหมือนกับหัวของพญานาค อีกทั้งยังมีคนทักว่าทำไมพามนุษย์ลงมา 

     ชายคนที่พาเธอลงมาเล่าให้ฟังว่า พื้นที่ที่เธอไปนั้นเป็นแค่เมืองหน้าด่านเท่าน้น ส่วนเมืองหลวงของพญานาคยังงอยู่อีกไกล และคนที่นี่จะบำเพ็ญเพียรภาวนากันเป็นระยะเวลา 3 เดือนในช่วงวันเข้าพรรษาของมนุษย์ และเมื่อเธอเดินเที่ยวเสร็จ ชายคนดังกล่าวก็พาเธอกลับมาส่งตรงที่ตักน้ำและเธอก็เดินกลับมาบ้านนั่นเอง 

    อย่างไรก็ตามหญิงสาวคนดังกล่าวกลับมาอยู่กับครอบครัวของตัวเองได้แค่อาทิตย์เดียวก็เป็นไข้ตาย  ซึ่งเรื่องนี้กลายมาเป็นเรื่องราวของชาวเมืองโพนพิสัย มาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่า sa

ตำนานแร้งวัดสระเกศ

          เชื่อว่าวัยรุ่นในสมัยนี้อาจจะไม่ค่อยได้ยินเกี่ยวกับตำนานแร้งวัดสระเกศแล้วเนื่องจากว่าเป็นตำนานที่เกิดขึ้นมานานแล้วแต่จริงๆแล้วตำนานนี้เคยเกิดขึ้นอยู่จริงและเป็นเรื่องราวที่น่ากลัวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

              โดยตำนานมีอยู่ว่า ในสมัยอดีตนั้นในพื้นที่วัดสระเกศหรือที่เรารู้จักกันดีในสมัยนี้ว่าวัดภูเขาทอง โดยในอดีตนั้นที่นี่เคยเป็นศูนย์รวมของแร้งนับพันตัวเลยทีเดียว สาเหตุที่มีแร้งมากเลยขนาดนั้นก็เพราะว่าในสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 2 นั้นมีโรคระบาดเกิดขึ้นซึ่งโรคดังกล่าวนั้นก็คือโรคห่าหรือโรคอหิวาตกโรคนั่นเองซึ่งโลกชนิดนี้เป็นโรคติดต่อเมื่อมีคนเป็นแล้วก็จะมีการเป็นติดต่อกันเรื่อยๆจึงทำให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก

                 สำหรับสาเหตุของการระบาดอย่างหนักของคนในสมัยโบราณนั้นก็เพราะว่าชีวิตมีการใช้น้ำในแม่น้ำลำคลองในการดื่มกินดังนั้นเมื่อคนเป็นโรคห่าได้มีการใช้น้ำในแม่น้ำก็จะมีการปล่อยเชื้อหาลงในแม่น้ำและใครก็ตามที่กินน้ำที่มีเชื้อหาก็จะติดไปด้วยทำให้แทบทุกพื้นที่นั้นมีคนเป็นโรคห่าและพากันล้มตายอย่างมากเลยทีเดียวที่สำคัญทางการแพทย์นั้นยังไม่เก่งกาจเท่าในสมัยปัจจุบันทำให้การรักษานั้นเป็นไปได้ 

และแน่นอนว่าเมื่อมีคนตายเป็นจำนวนมากก็จะมีการนำศพไปไว้ที่วัดซึ่งเป็นจำนวนมากถูกนำไปวางไว้ที่วัดสระเกศเพื่อรอการกำจัดศพ สำหรับวิธีการกำจัดศพของคนในสมัยโบราณนั้นจะใช้วิธีการให้แร้งกินศพเนื่องจากว่าในสมัยก่อนนั้นไม่อนุญาตให้มีการเผาศพในเมืองจะต้องมีการนำศพออกไปเผานอกเมืองซึ่งตรงบริเวณที่อยู่ของวัดสระเกศหรือวัดภูเขาทอง

                ในปัจจุบันนี้เป็นจุดที่ใกล้กับประตูทางออกไปนอกเมืองพอดีทำให้ผู้คนต่างขนย้ายศพมาไว้ที่วัดแห่งนี้กันเป็นจำนวนมากเนื่องจากว่าวัดสระเกศนั้นอยู่ใกล้กับประตูผีซึ่งเป็นประตูที่จะเชื่อมต่อออกไปนอกเมือง  และเหตุการณ์ที่มีการระบาดของโรคห่านั้นไม่ได้เกิดเพียงแค่ครั้งเดียวยังมีต่อมาอีก 2-3 ครั้งซึ่งเกิดขึ้นในสมัยของรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 5

โดยจำนวนคนที่ล้มตายจากการเป็นโรคห่านั้นมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆและศพก็ถูกนำมาทิ้งไว้ที่วัดสระเกศเหมือนเดิมเพราะบางคนต้องการที่จะเผาศพจึงต้องนำศพคนตายนั้นเดินผ่านประตูผีซึ่งอยู่ตรงใกล้กับบริเวณวัดสระเกศแต่บางคนที่ไม่ต้องการเผาศพก็จะต้องนำศพมาทิ้งไว้ที่วัดสระเกศเพื่อให้แร้งกิน และนี่เองที่เป็นที่มาของคำว่าแร้งวัดสระเกศ

 

 

สนับสนุนโดย    Sexy Gaming

ประวัติของสิงโตที่ประเทศจีนครั้งแรก

       เชื่อหรือไม่ว่าในอดีตกาลนั้นประเทศจีนไม่มีสัตว์มีชีวิตที่มีลักษณะเหมือนสิงโตหรือจะให้พูดให้ถูกต้องก็คือประเทศจีนไม่เคยมีสิงโตอยู่ในประเทศเลยแต่สิงโตนั้นถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยมีชาวเอเชียกลางเป็นคนนำสิงโตเข้ามาเพื่อนำมาเป็นเครื่องราชบรรณาการให้กลับกษัตริย์ของประเทศจีน

       ซึ่งฮ่องเต้ของจีนนั้นต่างก็หลงใหลความงดงามรูปร่างน่าเกรงขามของสิงโตดังนั้นหลังจากที่พระองค์ได้สิงโตมาไว้ในประเทศจีนแล้วจึงได้มีการให้ทหารนั้นได้มีการสร้างรูปปั้นของสิงโตขึ้นมาโดยการเรียนแบบสิงโตจริงแล้วนำรูปปั้นของสิงโตนั้นมาประดับประดาตามจุดต่างๆภายในพระราชวัง   

        และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจะเห็นได้ว่ารูปปั้นสิงโตจะถูกไว้ตามมุมต่างๆไม่ว่าจะเป็นตามบริเวณหน้าประตูทางเข้ามหาราชวังหรือตามความหรือตามวัดวาอารามต่างๆรวมถึงตามข้าวของเครื่องใช้  โดยว่ากันว่าสัญลักษณ์ที่เป็นรูปสิงโตหรือรูปสิงโตนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง 

        ประวัติเกี่ยวกับการเชิดสิงโตไว้ว่า ได้มีชาวต่างชาตินำสิงโตมาเป็นเครื่องราชบรรณาการให้กับฮ่องเต้ของประเทศจีนอีกครั้งหนึ่งแต่การนำงานในครั้งนี้นั้นต้องการเป็นการลองภูมิฮ่องเต้ว่าจะมีความเก่งกล้าสามารถมากแค่ไหนและชาวต่างชาติคนต่างๆนั้นได้มีการพูดคุยกับฮ่องเต้ว่าพระองค์จะมีความสามารถที่จะสามารถควบคุมสิงโตได้หรือไม่ซึ่งถ้าหากว่าฮ่องเต้สามารถทำได้เขาจะยอมส่งสิงโตมาเป็นเครื่องราชบรรณาการให้กับประเทศจีนเป็นประจำทุกปี

      ดังนั้นฮ่องเต้จึงได้ทรงรับคำท้า เนื่องจากฮ่องเต้ไม่พอใจที่ชาวต่างชาติดูถูก โดยนัดหมายให้ชาวต่างชาติมาดูผลการควบคุมสิงโตของพระองค์ภายหลังจากที่มีการรับคำท้ากันไปอีก 3 เดือนซึ่งหลังจากนั้นพระองค์ก็สั่งให้ข้าราชบริพารไปหาคนที่มีความเก่งกล้าสามารถที่จะสามารถฝึกสิงโตให้มีความเชื่องได้  อย่างไรก็ตามปรากฏว่าชายสามคนที่ถูกคัดเลือกมาให้ช่วยฝึกสิงโตนั้นปรากฏว่าได้ทำรุนแรงกับสิงโตสิงโตนั้นเสียชีวิตลง  ซึ่งพวกเขาทั้งสามคนนั้นเกรงว่าฮ่องเต้จะลงโทษ  จึงได้มีการวางแผนการสร้างสิ่งแปลกปลอมขึ้นมาโดยให้คนหนึ่งอยู่หัวคนนึงอยู่ตรงกลางและอีกคนอยู่ท้ายหลังจากนั้นก็มีการเดินไปหาฮ่องเต้ 

          จะได้มีการแสดงให้ฮ่องเต้และชาวต่างชาติที่ทากับฮ่องเต้ได้เห็นว่าสิงโตนั้นมีความเชื่อมากแค่ไหนโดยมีการนำขับมาตีให้เกิดเสียงดังแล้วให้วีสิงโตนั้นเดินตามเสียงปาบพร้อมทั้งมีของเล่นเอาไว้รอบหน้าให้สิงโตตาม  ทำให้ชาวต่างชาตินั้นรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากที่ฮ่องเต้สามารถควบคุมสิงโตให้มีความเชื่องได้  เมื่อเฮ้ยชาวต่างชาติอย่างงั้นจึงได้มีการนำสิงโตมาเป็นเครื่องราชบรรณาการนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเพราะถือว่าตนเองนั้นแพ้พนันกับฮ่องเต้

          อย่างไรก็ตามหลังจากที่ชาวต่างชาติเดินทางไปแล้วฮ่องเต้เรียกคนฝึกสิงโตทั้ง 3 คนมาเพื่อที่จะให้รางวัลปรากฏว่าคนฝึกสิงโตทั้ง 3 คนนั้นได้สารภาพความจริงกับฮ่องเต้ว่าสิงโตที่เห็นในวันเชิดสิงโตนั้นเป็นการนำหนังของสิงโตมาสร้างชุดสิงโตซึ่งห้องตัวเองก็ไม่ได้ลงโทษทั้ง 3 คนเพราะเห็นว่าสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศจีนได้และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเทศกาลการเชิดสิงโตกลึงได้มีการเกิดขึ้นในประเทศจีนเอง

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ ได้เงินจริง

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆและการทำงานศิลปะ 

ในปัจจุบันมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมายสามารถสร้างสรรค์ผลงานหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการสร้างรูปแบบในการนำเสนอผลงาน งานศิลปะต่างๆในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาตลอดเวลาไม่ใช่มีเพียงแค่ภาพวาดเพียงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นงานปั้นประติมากรรมต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของงานสถาปัตยกรรมต่างๆ รวมถึงยังมีอื่นๆอีกมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นการแสดง แสง สี เสียง สิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถนำมาทำงานศิลปะทั้งสิ้นโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือระบบเทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้มีการพัฒนาตลอดเวลา เพิ่มมากขึ้นจึงทำให้ผู้คนในยุคสมัยหรือ ส่งต่อข้อมูลต่างๆมีประสิทธิภาพมากขึ้นทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการใช้ชีวิตต่างๆไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอเรื่องราวต่างๆการนำเสนอศิลปะแนวคิดโครงสร้างในการใช้ชีวิตต่างๆ

เพราะว่างานศิลปะต่างๆเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับสังคม คุณภาพจิตใจหรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อเรื่องราวต่างๆก็มีการพัฒนาตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพที่เพิ่มให้ ทำงานหรือไม่ได้ช่วยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการนำเสนออยู่ตลอดเวลา อย่างไรนี่จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันอุปกรณ์และเทคนิคต่างๆหรือไม่เธอจะเป็นการทำงานศิลปะต่างๆมีการปรับปรุง

และมีการพัฒนาตลอดเวลา ที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ต่างๆที่มีการพัฒนาการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการปรับปรุงรูปแบบในการพัฒนารูปแบบงานใหม่ๆ ในยุคปัจจุบันก็มีลักษณะการพัฒนาที่หลากหลายไป

เทคนิคในยุคปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือแม้จะเป็นบอร์ดในการควบคุมแสงสีเสียงซึ่งขณะนี้สามารถทำงานศิลปะหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อยู่ตลอดเวลา งานศิลปะคือการนำเสนอสุนทรียภาพไม่ว่าจะเป็นรูปแบบดึงหูตาจมูกหรือประสาทสัมผัสรูปแบบต่างๆ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการนำเสนอผลงานต่างๆเหล่านี้เอง

ช่วยผู้คนสร้างสุนทรียภาพของตัวเองขึ้นมาหรือแม้แต่จะเป็นผู้คนในยุคสมัยต่างๆก็มีการพัฒนางานอยู่ตลอดเวลา ในยุคนี้จะเป็นยุคที่ผู้คนให้ความสนใจในการเข้าถึงรูปแบบงานหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการใช้ชีวิตที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนารูปแบบจิตใจผู้คนก็สามารถใช้งานเสียค่าต่างๆในการพัฒนาได้ 

ยกตัวอย่างเช่นอายุปัจจุบันที่เราสามารถเข้าถึงการเสพงานศิลปะได้งานคอนเสิร์ตงานจัดแสดงต่างๆก็คืองานศิลปะอีกหนึ่งช่องทาง หรือแม้แต่จะเป็น Space Art ซึ่งในยุคปัจจุบันก็มีสถานที่มากมายจากงานศิลปะ ที่จะทำให้เห็นว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือแม้แต่จะเป็นสภาพสังคมต่างๆเกี่ยวข้องอย่างยิ่งในการนำเสนอผลงานศิลปะ

หรือแม้แต่การปรับปรุงเทคโนโลยีต่างๆก็มีการพัฒนารูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคสมัยให้ปรับปรุงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆเพิ่มมากยิ่งขึ้น 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ufabet บนมือถือ

ศิลปะการใช้ชีวิตของผู้คน

การใช้ชีวิตของผู้คนแต่ละคนโดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นก็มีศิลปะในการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตเพื่อวันพรุ่งนี้ การใช้ชีวิตเพื่อสร้างสรรค์ผลงานหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสรรค์สิ่งบางอย่าง อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันผู้คนก็มีการสร้างสรรค์ผลงานเป็นของตัวเองมีจิตรกรมากมายหรือไม่จัดเป็นศิลปินมาก หรือแม้แต่จะเป็นบางคนที่ทำงานของตัวเองบางอย่างไม่มีงานเกี่ยวกับการศิลปะอยู่เป็นอาชีพหลัก

ก็สามารถเข้าถึงงานศิลปะได้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ Social Media ระบบอินเตอร์เน็ตโครงสร้างทางสังคมของผู้คนในการพัฒนามีการปรับปรุงตลอดเวลามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตามที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ศิลปะในการใช้ชีวิตของผู้คนมีการพัฒนาและการปรับปรุงตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือแม้แต่จะเป็นการเข้าถึงจิตวิญญาณบางอย่างบางคนมีการเรียนรู้ศิลปะบางอย่างไม่ว่าจะเป็นศิลปะการชงชา ศิลปะการวาดรูป ศิลปะการปักดอกไม้ ศิลปะการทำอาหาร ทุกสิ่งคืองานศิลปะทั้งสิ้นที่ผู้คนแต่ยุคสมัยให้ความสนใจในการเข้ามาสร้างสรรค์ผลงานหรือไม่เช่นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการใช้ชีวิตตลอดเวลาอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนจะมีศิลปะในการใช้ชีวิตเช่นเดียวกันในการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ

หรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาความรู้สึกต่างๆอยู่ตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความเข้าใจของผู้คนที่ก็มีการพัฒนาตลอดเวลา ผู้คนในยุคสมัยความสนใจอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์แม้แต่จะเป็นในส่วนของเทคโนโลยีต่างๆนวัตกรรมหรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างในการทำงานต่างๆที่ปรับปรุงรูปแบบประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในความสนใจในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีต่างๆเครื่องไม้เครื่องมือหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาโครงสร้างในการทํางาน 

ในยุคปัจจุบันยังมีการเรียนรู้ในการนำเสนอผลงานต่างๆมีช่องทางต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น Social Media การพัฒนาโครงสร้างในการติดต่อสื่อสารในปัจจุบันที่มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะทำให้ศิลปินจิตรกรต่างๆหรือแม้แต่ผู้คนในยุคปัจจุบันก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ง่ายมากพอสมควร เป็นการส่งต่อเรื่องราวแนวคิด

หรือแม้แต่จะเป็นการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ปัจจุบันก็สามารถแสดงออกเกี่ยวกับงานศิลปะได้ทั้งสิ้นอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ในปัจจุบันผู้คนสามารถเข้าถึงงานศิลปะต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาโครงสร้างในการใช้ชีวิตของผู้คนแต่ละยุคสมัยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่างๆที่จำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาโครงสร้างหรือไม่ซึ่งเป็นการปรับปรุงรูปแบบในการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการปรับปรุงรูปแบบในการใช้ชีวิต 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet สมัครยังไง

ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงและงานศิลปะในยุคปัจจุบัน 

ทุกยุคทุกสมัยมีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างการใช้ชีวิตของผู้คน นึกว่าจะเป็นศาสนาวัฒนธรรมต่างๆมีผลกระทบต่องานศิลปะอย่างยิ่งเพราะการที่ศิลปินต่างๆมีความต้องการในการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆในชีวิตหรือแม้แต่จะเป็นการระบายอารมณ์ต่างๆผ่านทางงานศิลปะ

นี่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่อยู่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของการใช้ชีวิตผู้คนมีการพัฒนาตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการใช้ชีวิตคู่แบบต่างๆถึงแม้จะเป็นเทคโนโลยีต่างๆที่มีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เทคโนโลยีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นการส่งต่องานของผู้คนในชุมชนการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆ

อย่างไรก็ตามที่จุดประสงค์สำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนการพัฒนาไปในทิศทางที่ต้องการสร้างสุนทรียภาพต่างๆ งานศิลปะมีรูปแบบมากมายไม่ว่าจะเป็นงานภาพเสียงสีแสง งานเขียน งานเพลง ทุกอย่างคืองานศิลปะทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงแต่ยุคสมัยก็มีลักษณะในการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างกันไปเพราะในยุคปัจจุบันผู้คนต่างๆโดยเฉพาะในการศึกษามีความง่ายที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น การเข้าถึงข้อมูลต่างๆในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาตลอดเวลา เพราะว่าในปัจจุบันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศการส่งต่อความรู้ต่างๆมีการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอผู้คนให้ความสนใจในการเข้าถึงรูปแบบการใช้ชีวิตต่างๆ 

ในยุคปัจจุบันงานศิลปะต่างๆมีการเปิดกว้างที่เพิ่มมากขึ้น ผู้คนสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆเอามาฟื้นฟูหรือพัฒนารูปแบบงานศิลปะต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น หรือแม้แต่จะเป็นในยุคปัจจุบันที่งานศิลปะต่างๆเข้ามาสู่รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ มีความเจริญงอกงามหรือมีการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆในยุคปัจจุบันมีศิลปินมากมายเกิดขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นศิลปินเกี่ยวการร้องเพลง ศิลปินแห่งการวาดภาพประติมากรรมต่างๆ

หรือแม้จะเป็นภาพเขียนอาจารย์ในยุคปัจจุบันก็มีการสร้างสรรค์ผลงานที่เพิ่มมากขึ้น สภาพสังคมหรือในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนางานต่างๆเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนมีการเรียนรู้รูปแบบหรือพัฒนางานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงในการใช้ชีวิตหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนารูปแบบงานต่างๆ สังคมเศรษฐกิจการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาตลอดเวลา ทำให้ทุกคนมีการเรียนรู้หรือมีการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นอยู่เสมอ ศิลปะในยุคสมัยต่างๆโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันผู้คนมีการรับรู้ งานต่างๆที่มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ยุคสมัยและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบงานต่างๆจะช่วยให้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆออกมา 

 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

Page 1 of 8

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén