ตำนาน ถ้ำพิณดายา   

          ถ้ำพินดายาเป็นถ้ำที่อยู่ในประเทศพม่าซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากด้วยถ้ำแห่งนี้มีความสวยงามและแปลกแตกต่างจากท่านอื่นๆเนื่องจากในถ้ำแห่งนี้นั้นจะมีพระพุทธรูปทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่อยู่มากมายเต็มไปหมดซึ่งปัจจุบันนี้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและมีการนับจำนวนพระพุทธรูปได้ทั้งหมด 8,000 รูปแล้วโดยพระพุทธรูปเหล่านี้เกิดขึ้น

มาจากในสมัยก่อนนั้นตรงบริเวณถ้ำพินดายาแห่งนี้เป็นทางผ่านของพ่อค้าที่จะต้องเดินทางไปค้าขายยังต่างเมืองและเมื่อเดินทางมาถึงที่ถ้ำแห่งนี้เก่าพ่อค้าก็มักจะแวะมาพักระหว่างการเดินทางซึ่งภายในถ้ำจะมีพระพุทธรูปอยู่ทำให้พ่อค้าทั้งหลายที่นำสินค้าไปขายต่างก็เข้ามากราบไหว้พระพุทธรูปในถ้ำแห่งนี้พร้อมกันนั้น

ก็ได้มีการนำพระพุทธรูปที่ตนเองพกติดตัวมาด้วยได้มาเก็บรักษาไว้ที่นี่ด้วยเพื่อเป็นเหมือนการนำพระพุทธรูปมาบูชาไว้ในถ้ำแห่งนี้นับจากนั้นเรื่อยมาเมื่อใครผ่านไปผ่านมาก็มักจะนำพระพุทธรูปมาตั้งไว้ภายในถ้ำทำให้ภายในถ้ำแห่งนี้จะเห็นว่ามีพระพุทธรูปสีเหลืองทองอร่ามมากมายหลายรูปเลยทีเดียวนอกจากนี้ที่ถ้ำพินดายาแห่งนี้ยังมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับถ้ำแห่งนี้ด้วย

เนื่องจากถ้านักท่องเที่ยวไปเห็นภายในถ้ำได้เห็นว่าตรงบริเวณปากถ้ำนั้นจะมีรูปปั้นของแมงมุมขนาดใหญ่อยู่ซึ่งเรียกว่าแมงมุมยักษ์ตามตำนานบอกว่าก่อนหน้านี้ได้มีนางฟ้าทั้งหมด 7 องค์ลงมาเล่นน้ำที่โลกมนุษย์หลังจากนั้นนางฟ้าทั้ง 7 องค์เกิดถูกแมงมุมยักษ์กับตัวมาแล้วนำมาขังไว้ที่ถ้ำพินดายาแห่งนี้

ซึ่งแมงมุมนั้นได้จับนางฟ้ากินทีละองค์ทีละองค์จนเกือบจะหมดจนมาถึงนางฟ้าองค์สุดท้ายซึ่งกำลังจะถูกแบ่งมุมยักษ์จับกินเธอได้ร้องเสียงดังโวยวายให้คนช่วยบังเอิญว่าขนาดนั้นมีเจ้าชายเดินทางผ่านมาตรงบริเวณหน้าถ้ำพอดีจึงได้ยินเสียงหญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือเจ้าชายจึงได้เข้าไปและเห็นว่ามีแมงมุมยักษ์กำลังจะจับผู้หญิงกินเป็นอาหารเจ้าชายจึงได้ให้ความช่วยเหลือเมื่อเจ้าชายสังหารแมงมุมยักษ์ตายเสร็จแล้ว

จึงได้มีการสอบถามเจ้าหญิงจึงได้รู้ว่าที่จริงแล้วเจ้าหญิงองค์นั้นเป็นนางฟ้าที่ถูกแมงมุมยักษ์กลับมาด้วยความที่ได้ช่วยเหลือกันทำให้เจ้าชายและนางฟ้าตกหลุมรักซึ่งกันและกันและทั้งสองคนก็แต่งงานกันคลองคู่การปกครองเมืองแห่งนี้ที่เรียกว่าเมืองพินดายานั่นเองและซากแมงมุมยักษ์ก็กลายเป็นหินอยู่ที่บริเวณปากทางเข้าถ้ำพินดายาซึ่งทุกวันนี้ถ้าหากใครไปเที่ยวที่ถ้ำพินดายาแห่งนี้ก็จะยังคงเห็นซากแมงมุมยักษ์ผิดถูกปั้นเป็นรูปปั้นขนาดใหญ่เอาไว้ที่หน้าบริเวณถ้ำเพื่อเป็นอนุสรณ์ของตำนานเรื่องนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่ายังไงให้ได้เงิน

กำเนิดแห่งอาณาจักรอียิปต์โบราณ

              หากพูดถึงเรื่องของตำนานทุกประเทศย่อมมีตำนานเล่าขาน ความเป็นมาของประเทศของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย หรือประเทศอื่นต่างก็มีตำนานเล่าเรื่องเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานเกี่ยวกับประเทศ ประเทศหนึ่งที่เป็นประเทศที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และมีหลักฐานประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และยิ่งใหญ่ไม่แพ้ประเทศใดในโบกนี้เลย นั่นก็คือประเทศอียิปต์นั่นเอง

ซึ่งปัจจุบันประเทศอียิปต์ถึงจะเป็นประเทศที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย แต่ก็มีความเจริญรุ่งเรื่องเป็นอย่างมาก หลายคนเคยเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศอียิปต์กันมาแล้ว โดยไปดูซากอารยธรรมโบราณ อย่างเช่น สุสานของฟาโรห์ หรือแม้แต่พีระมิดซึ่งเป็นที่เก็บสุสาน และแหล่งทอ่งเที่ยวปัจจุบันของอียิปต์ก็ยังคงมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายหลายที่ที่น่าสนใจไปเยี่ยมชม อย่างเช่น การล่องเรือกลางแม่น้ำไนล์ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของคนอียิปต์เลยก็ว่าได้ 

  สำหรับต้นกำเนิดของอียิปต์นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณซึ่งการเกิดนั้นมีต้นกำเนิดมามากกว่า 2000 ปีมาแล้วโดยต้นกำเนิดของอียิปต์โบราณนั้นเกิดขึ้นมาจากราชาแมงป่อง ซึ่ง พระองค์เป็นผู้ปกครองนครทิตซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนกลางแห่งแม่น้ำไนล์ พระองค์นั้นชอบล่าอาณานิคมได้มีการทำสงครามกับหลายเมือง

และพระองค์ยังได้ตั้งตนเป็นราชาของอียิปต์ตอนบน ซึ่งราชาแมงป่องนั้นต้องการที่จะร่วมอียิปต์ไม่ว่าจะเป็นทั้งตอนบนตอนกลางและตอนใต้ไว้ด้วยกันทั้งหมดแต่พระองค์ยังไม่สามารถทำได้ก็สิ้นพระชนม์เสียก่อนซึ่งต่อมาก็มีลูกชายของพระองค์นั้น

ได้เป็นผู้สานต่อความตั้งใจของราชา แมงป่องโดยได้มีการเคลื่อนทัพไปต่อสู้กับเมืองอียิปต์ทางใต้ ซึ่งพระองค์ก็ดำได้สำเร็จลงได้เป็นผู้ที่รวบรวมอียิปต์ทางตอนเหนือตอนใต้และต่างๆเข้าด้วยกันได้สำเร็จและมีการแต่งตั้งให้พระองค์นั้นเป็นฟาโรห์องค์แรกของประเทศ อียิปต์นั่นเองซึ่งนามของพระองค์นั้นชื่อว่าฟาโรห์เมเนส ซึ่งมีการตั้งเมืองหลวงชื่อว่าเมืองหลวงเมมฟิสอารมณ์ตั้งอยู่ทางตอนกลางของแม่น้ำไนล์ ชาวเมืองต่างให้ความเคารพนับถือฟาโรห์เมเนสกันเป็นอย่างมาก

โดยเชื่อว่าพระองค์นั้นเป็นร่างประทับของสุริยเทพ ที่ลงมาช่วยกันปกครองโลกมนุษย์ ซึ่งนับตั้งแต่พระองค์ได้มีการขึ้นของราชก็ดูแลราษฎรด้วยดีเสมอมาทำให้หน้าตั้งนานนานเป็นต้นมาอียิปต์จึงมีฟาโรห์ปกครองต่อเนื่องยาวนานมาอีกหลายพระองค์ซึ่งแต่ละพระองค์นั้นก็เป็นที่รักของชาวเมืองอียิปต์เป็นอย่างมากนั่นเอง

ซึ่งเราจะเห็นได้จากซากอารยธรรมต่างๆที่ยังคงหลงเหลืออยู่มาจนถึงปัจจุบันที่เราเรียกกันว่า สุสานของฟาโรห์ซึ่งมีนักโบราณคดีค้นพบสุสานของฟาโรห์หลายต่อหลายพระองค์เลยทีเดียว

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แอพคาสิโน ได้เงินจริง

ประวัติของสืบนาคะเสถียร

         สำหรับเรื่องราวของชายที่ชื่อว่าสืบนาคะเสถียรนั้นเขาเป็นคนดังที่มีชื่อเสียงอย่างมากในยุค 90 โดยในครั้งนั้นประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของผู้มีอิทธิพลมักจะลักลอบเข้าไปตัดไม้ทำลายป่าและสืบนาคะเสถียรเองก็เป็นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ที่ดูแลป่าไม้ในอุทยานแห่งหนึ่งเขาเป็นหัวหน้าอยู่ในอุทยานแห่งชาติซึ่งจะมีหน้าที่ดูแลรักษาป่าไม้พร้อมกับดูแลสัตว์ป่าที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติและชายที่ชื่อว่าสืบนาคะเสถียรนี้

เป็นชายที่รักในอุดมการณ์ของตนเองรักในอาชีพของตนเองปฏิบัติตัวอย่างดีออกลาดตระเวนในทุกๆวันเพื่อไม่ให้ใครหรือผู้มีอิทธิพลคนไหนเข้ามาตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์ในพื้นที่ที่เขาดูแลและปกครองอยู่ซึ่งการปฏิบัติงานอย่างเที่ยงตรงของเขานี่เองสร้างความขัดใจและไปขัดผลประโยชน์ให้แก่ทุกคนมากมายหลายกลุ่มจนในที่สุดแล้วชีวิตของสืบนาคะเสถียรก็ต้องจบลงจากการที่เขานั้นถูกลอบฆ่าเหตุเพราะว่าเขาเข้าไปขัดขวางผู้มีอิทธิพลกลุ่มหนึ่งที่กำลังต้องการที่จะเข้ามาตัดไม้

        สำหรับความดีของสืบนาคะเสถียรนั้น แต่เดิมเขาเป็นนักวิชาการแต่ด้วยการที่เขานั้นรักธรรมชาติรักต้นไม้และสัตว์ป่าเขาจึงได้เปลี่ยนตนเองหลักการที่เป็นนักวิชาการมาเป็นนักอนุรักษ์และแน่นอนว่าเขาไม่ได้ดูแลเฉพาะสัตว์ป่าและต้นไม้ในพื้นที่เขาดูแลเท่านั้นเขายังออกมาเป็นหัวหน้าเกี่ยวกับเรื่องของการต่อต้านการคัดค้านการสร้างเขื่อน เฉพาะเขื่อนที่บริเวณทุ่งใหญ่นเรศวร

ซึ่งในขณะนั้นมีการออกมาพูดถึงการกระทำเขื่อนแถวจังหวัดกาญจนบุรีแต่ทางด้านสืบนาคะเสถียรเองก็ออกมาต่อต้านเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างรุนแรงมากและจากการต่อต้านนี้เองที่ทำให้ในที่สุดแล้วการสร้างเขื่อนที่จังหวัดกาญจนบุรีก็ถูกระงับล้มเลิกไม่ต้องสร้างและสิ่งที่ทำให้สืบนาคะเสถียรต้องเสียชีวิตลงเพราะว่าเขาได้ไปทำงานที่ห้วยขาแข้ง

ซึ่งที่นี่มีกลุ่มนายทุนที่มีผู้อิทธิพลกำลังตัดไม้ทำลายป่าและยังมีพวกข้าราชการหลายคนที่ทุจริตซึ่งสืบรู้เรื่องนี้เข้าก็เข้ามาต่อต้าน โดยสืบนาคะเสถียรพยายามที่จะเข้าหาชาวบ้านและช่วยสอนให้ชาวบ้านรู้ถึงประโยชน์ของป่าไม้และสัตว์ป่าแต่ในครั้งนั้นไม่มีใครสนใจที่จะร่วมมือในการพัฒนาป่าไม้ของสืบเลยเพราะทุกคนกลัวกลุ่มผู้มีอิทธิพลซึ่งสุดท้ายแล้วในที่สุดสืบนาคะเสถียรก็จบชีวิตตนเอง

โดยเขาใช้ปืนยิงตนเองตายอยู่ในป่าซึ่งวันที่เขาตายนั้นตรงกับวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 และนับตั้งแต่สืบนาคะเสถียรเสียชีวิตลงก็ทำให้ผู้คนเริ่มหันมาสนใจการอนุรักษ์ป่าไม้และการอนุรักษ์สัตว์ป่ากันมากขึ้น

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ๊กซี่บาคาร่าเกมส์66

ศิลปะและความงดงาม

การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆไม่ว่าจะเป็นยุคคลาสสิค ยุคโรมัน ยุคกรีก อยู่ตอนนี้มีการพัฒนางานค่อนข้างเยอะทุกคนต่างมีความต้องการในการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตหรือว่า วิถีชีวิตของผู้คนใน โดยเฉพาะการเจริญรุ่งเรืองของเมืองโดยเฉพาะเมืองที่มีความใหญ่โตหรือแม้จะเป็นอำนาจทางการทหารที่รักข้างเดียวก็จะไปรุกรานในเมืองอื่น

นี่เองจะเป็นส่วนสำคัญที่เมื่อไปรุกรานแล้วก็จะนำวัฒนธรรมของตัวเองไปเผยแพร่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาษา วัฒนธรรมการใช้ชีวิต หรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่งานศิลปะเป็นสิ่งที่ผู้คนสามารถเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้นหรือการส่งต่อได้ง่ายมากยิ่งขึ้นการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆหรือวัฒนธรรมต่างๆ

เนื่องด้วยสุนทรียภาพแห่งการทำงานต่างๆวัฒนธรรม จึงมีความจำเป็นจะต้องมีการส่งต่อการประยุกต์งานต่างๆ เนื่องด้วยการพัฒนางานหรือแม้จะเป็นการถ่ายทอดรูปแบบในการทำงานโดยเฉพาะปฏิมากรรม ที่แสดงถึงความเชื่อศรัทธารวมทั้งศาสนาต่างๆ การทำสงครามไม่ใช่มีเพียงแต่เมืองต่างๆซึ่งการรุกรานสถานที่ต่างๆเพียงเท่านั้น

รวมไปถึงยุคสมัยของ Dark Age ที่ซึ่งเป็นยุคที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการศิลปะที่เปลี่ยนวงการศิลปะอย่างสิ้นเชิงผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับงานศิลปะที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาที่ค่อนข้างเยอะ ยุคนั้นเป็นยุคที่ผู้คนมีการทำสงครามศาสนาค่อนข้างมาก 

นี่จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะฝากคือการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตของจิตรกร เป็นการบอกเล่า เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ตามที่จะเป็นความงดงามอีกหนึ่งอย่างที่เป็นส่วนสำคัญจะมาถึงในยุคปัจจุบันยังมีการศึกษาเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ การส่งต่อเรื่องราวมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาให้ผู้คนต่างๆมีแนวคิดหรือมีทัศนคติที่ตรงกัน โดยเฉพาะเรื่องราวความเชื่อศาสนาต่างๆในยุคสมัยก่อนเป็นยุคที่มีความยิ่งใหญ่หรือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่เมื่อผู้คนมีความคิดเห็นต่างกัน

ก็สามารถทำลายกันได้ นี่คือประสบการณ์ที่ศิลปะได้เข้ามาเป็นสื่อกลางระหว่างศาสนากับผู้คน ให้ผู้คนมีแนวคิดหรือทัศนคติที่ตรงกันอย่างไรก็ตามที่จะเป็นสำคัญการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโครงสร้างในการสื่อสารต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาให้ตรงกับยุคสมัยหรือการพัฒนางานต่างๆ

การเปลี่ยนแปลงงานอากาศวันนี้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาผู้คนมีความต้องการในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในงานหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงาน

หากมองให้ดีๆในยุคปัจจุบันศิลปะต่างๆก็มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัยค่อนข้างเยอะ เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆคณะสังคมเหตุการณ์เศรษฐกิจ การเมือง เรื่องราวต่างๆแนวคิดต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นศาสนาในยุคปัจจุบันก็ยังมีเห็นอยู่ว่า บุคคลมีความต้องการในการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ หรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงการแสดงความคิดเห็นก็เป็นอีกหนึ่งสิ นี่คือความงดงามของงานศิลปะที่ไม่อาจประเมินค่าได้นั่นคือความคิดของผู้คน 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลองเล่น

ยุคหินคือจุดเริ่มต้นของการทำงานศิลปะ 

ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดของผู้คนหรือมีการสืบค้นที่เก่าที่สุดและคือยุคหิน เห็นเป็นหนึ่งยุคที่ถูกจำแนกได้ว่าเป็นยุคแห่งศิลปะไม่ว่าจะเป็นการพัฒนางานต่างปฏิมากรรมร่องรอยการดำรงชีวิตของผู้คนแตกต่าง ผู้คนในแต่ละยุคสมัยก็มีลักษณะเครื่องไม้เครื่องมือในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันความเชื่อถือศรัทธาต่างๆเกี่ยวกับศาสนาก็มีความแตกต่างกัน นี่คือทำให้มนุษย์ยุคหินเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งช่วยผู้คนมีการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆหรือรับรู้ได้ว่าผู้คนในยุคต่างๆในการใช้ชีวิตอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยในการใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆในการนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงลักษณะในการใช้ชีวิตของผู้คนช่วยให้มนุษย์มีการสืบค้นหรือมีการพัฒนาความรู้ที่ดีมากขึ้น ยังไงก็ทำยุคหินคือยุคที่มีจุดเริ่มต้นของการทำงานศิลปะหรือยุคที่เก่าที่สุดของการค้นหางานศิลปะ เก่าที่สุดของยุคหินก็คือ 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นยุคหินเก่าเป็นยุคที่มนุษย์เริ่มมีการนำหินต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นของมีคม

กระดูกสัตว์ต่างๆก็มาทำงานศิลปะ โดยนักวิชาการหลายๆคนที่สืบค้นเรื่องราวต่างๆมีความคิดว่างานศิลปะต่างๆเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ เพราะมนุษย์ในยุคนั้นมีความต้องการในการเขียนการจารึกอักษรต่างๆในการประดิษฐ์ทำการสร้างสรรค์ต่างๆของมนุษย์ต่างๆเหล่านี้ก็ช่วยให้สร้างสรรค์เกี่ยวงานศิลปะสิ้น

สมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือแม้แต่จะเป็นยุคที่มีการค้นพบเรื่องราวต่างๆในยุคอดีต บุคคลอากาศมีความสนใจในการเข้ามาและสันนิษฐานว่ามนุษย์มีลักษณะที่สำคัญของยุคหินได้คือการที่มีความสามารถในการระบายสีหรือการเขียนภาพต่างๆลวดลายต่างๆเกิดขึ้นบนดินเหนียว ถึงอย่างไรก็ตามผู้คนให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกเรื่องราวต่างๆ

หรือแม้แต่จะเป็นความเข้าใจเกี่ยวงานศิลปะในยุคต่างๆของมนุษย์ที่มีความเชื่อถือความต้องการทนายต่างแล้วจะช่วยให้มีการพัฒนารูปแบบงานหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบของการทำงานยุคต่างๆที่เพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคหินต่างๆเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานศิลปะ หินได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ยุคใหญ่ๆ

ก็คือ ยุคหินเก่า ยุคหินใหม่ ยุคหินกลาง ยุคหินเก่านี้มีเวลามากกว่า 30,000 ถึง 10,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งถือว่าเป็นยุคที่เก่าแก่ของมนุษย์เริ่มมีการใช้รูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือแม้แต่จะเข้ามาทำงานศิลปะทั้งสิ้น

การเปลี่ยนแปลงของยุคต่างๆเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนมีความเข้าใจในยุคนั้นได้มากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการสืบค้นข้อมูลต่างๆบันทึกเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดของผู้คน การเปลี่ยนแปลงของผู้คน ไม่มีการสันนิษฐานว่าผู้คนมักจะมีการนำเรื่องราวต่างๆเข้ามาเขียนหรือการจดบันทึกในฝั่งกำแพงหรือการใช้ดินเหนียวในการทำงาน เรียนศิลปะประเภทนูนต่ำหรือการลอยตัว มนุษย์ในยุคนั้นมีความสามารถในการเริ่มจดบันทึกหรือเริ่มมีแนวคิดต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่า บิกินี่ ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ประติมากรรมและงานศิลปะในกลุ่มเมโสโปเตเมีย 

เมโสโปเตเมียเป็นหนึ่งยุคที่มีความสำคัญอย่างยิ่งประเทศเมโสโปเตเมียหรือว่าดินแดนที่มีแม่น้ำไทกริส และยูเฟรติส ยุคนี้เป็นยุคที่เมโสโปเตเมียมีความยิ่งใหญ่อย่างมากในยุคหลังนี้ไม่ทราบว่าที่เมียคือหนึ่งในประเทศของซีเรียและอิรักในช่วงเวลาระยะการเจริญเติบโตและสังคมต่างๆและพัฒนา ถิ่นฐานการส่งต่อเรื่องราวต่างๆในการเข้าหน้างานต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอผู้คนในยุคนี้มีการส่งต่อเรื่องราวต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประติมากรรมภาพวาดหรือแม้แต่จะเป็นรสนิยมในการใช้ชีวิตของผู้คน อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยมีการพัฒนาความเป็นอยู่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ส่งผลต่อการสถาปนาสิ้นยุคสมัยต่างๆที่ผู้คนในการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆในการใช้ชีวิตต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อุดมสมบูรณ์ทางอุปกรณ์ต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการใช้สื่อต่างๆเข้ามาทำงานยุคสมัยต่างๆมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการติดต่อสื่อสารและการใช้ชีวิต

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เราสามารถรับรู้เรื่องราวต่างๆได้มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของระบบเทคโนโลยีแบ่งตามหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของรูปแบบการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจึงทำให้ในยุคปัจจุบัน สามารถศึกษาเกี่ยวกับยุคสมัยของการทำงานศิลปะใดทั้งสิ้นจึงแสดงให้เห็นว่ายุคเมโสโปเตเมียเป็นยุคที่มีความสำคัญต่อการทำงานอย่างยิ่ง ผู้คนไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประติมากรรมนูนสูง 100 ตัวนูน หรือแม้แต่จะเป็นงานประติมากรรมที่มีความโดดเด่นอย่างไร 

ผู้คนต่างๆในแต่ละยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานหรือแม้จะเป็นการสร้างประติมากรรมรูปนูนต่างที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น การใช้รูปทรงต่างๆของมนุษย์เข้ามาทำงานได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในยุคของเมโสโปเตเมียที่นำรูปคนรูปภาพชัดหรือ เป็นรูปการแกะสลักต่างๆโดยใช้หิน ว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างนี้

ที่มีการพัฒนางานศิลปะที่ดีมากยิ่งขึ้นผู้คนส่วนใหญ่มีการพัฒนาการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการใช้สีน้ำตาลธรรมชาติมาทำงานลักษณะในการดำรงชีวิตหรือกิจกรรมต่างๆรูปทรงต่างๆการออกแบบท่าทางต่างของยุคเมโสโปเตเมีย มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการทำงานศิลปะการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยหรือแม้แต่จะเป็นการต่อสู้ต่างๆก็ถูกบันทึกไว้ในงานศิลปะทั้งสิ้น ศิลปะคือสิ่งที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยผู้คนมีการรับรู้เรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิต

โดยเฉพาะผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีการศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบในการใช้ชีวิตของยุคต่างๆยุคเมโสโปเตเมียก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีประติมากรรมหรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบในการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นสื่อความหมายต่างๆในงานศิลปะ งานศิลปะต่างๆ

คือสิ่งที่กล่อมเกลาจิตใจมนุษย์หรือแม้จะเป็นการเพิ่มสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตผู้คนในยุคปัจจุบันก็มีการเรียนรู้รูปแบบในการทำงานศิลปะต่างๆเพื่อนำมาประยุกต์หรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงาน 

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ความเป็นมาของงานศิลปะ 

งานศิลปะคืองานที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อกล่อมเกลาจิตใจมนุษย์ เป็นเวลาอันยาวนานที่มนุษย์เริ่มสร้างสรรค์ผลงานไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมรูปวาด หรือศิลปินอื่นอีกมากมายเพื่อที่จะเข้าถึงความคิดจากการถ่ายทอดงานศิลปะไม่ว่าจะเป็นการทำด้วยสุนทรียภาพ เทคนิคการทำงานต่างๆที่ต้องผ่านการฝึกฝนการเรียนรู้หรือแม้จะเป็นแนวคิดในงานต่างๆ อย่างที่รู้กันว่าศิลปะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเรื่องราวทางการเมืองเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ความคิดของจิตรกรและผู้ที่ทำงานศิลปะต่างๆจึงทำให้มีงานศิลปะมากมายถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนได้เสพในส่วนของสุนทรียภาพและการพัฒนารูปแบบชีวิตของผู้คน อย่างไรก็ทำงานศิลปะยังผูกระบายบอกเล่าเรื่องราวแถมยังมีการเขียนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ในยุคปัจจุบัน

ก็ยังมีการศึกษาอยู่อย่างมากในยุคต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่การใช้อุปกรณ์ธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นเลือดสัตว์กระดูกหินต่างๆ สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกนำมาทำเป็นงานศิลปะที่หลากหลายไปในยุคเริ่มต้นยุคของที่ยังไม่มีอุปกรณ์ในการทำงานศิลปะต่างๆ งานศิลปะบนฝากำแพงในถ้ำเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่ามนุษย์เริ่มมีการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆผ่านงานศิลปะมากมายในฝั่งกำแพง

นั่นมาจากภาวะมนุษย์มีความเกรงกลัวหวาดกลัวเรื่องราวต่างๆ จึงทำให้มีความจำเป็นจะต้องมีการพึ่งพาสิ่งต่างๆพระเจ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจผู้คนต่างๆผู้คนจึงสร้างสรรค์ผลงานบอกเล่าเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับวรรณคดีร้อยเรื่องราวไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร รูปภาพวาด งานเขียน สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกผลิตออกมามากมายด้วยความเจริญความเสื่อมของผู้คนต่างๆจึงมีงานศิลปะที่หลากหลายมาเพราะว่าแนวคิดของผู้คนต่างๆมีความแตกต่างกันอยู่เสมอนี่จึงทำให้ งานศิลปะแต่ละยุคแต่ละสมัยหรือว่าแต่ละสถานที่มีลักษณะที่ไม่คล้ายคลึงกันมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

มนุษย์ในแต่ละวันก็มีเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นความคิดหรือว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ยุคสมัยต่างๆก็มีการเปลี่ยนแปลงของงานศิลปะเช่นเดียวกันเพราะจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาตลอดเวลาให้สามารถเข้าถึงผู้คนในยุคนั้นๆได้ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของ 2 มิติ 3 มิติ รูปปั้นต่างๆก็เป็นอีกหนึ่งในนั้นที่ช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงงานศิลปะต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงจึงทำให้งานศิลปะมีการพัฒนาเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามปฏิมากรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดออกมาอยู่ชนหลัง ศิลปะเป็นงานวิจิตรศิลป์งานแกะสลักหรืองานโลหะต่างๆก็เป็นงานศิลปะที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง บนโลกใบนี้ทุกๆสถานที่ก็มีงานศิลปะที่แตกต่างกันไป

หรือลักษณะงานที่ไม่เหมือนการนี้จึงทำให้ศิลปะต่างๆที่มีการพัฒนาตลอดเวลาแสดงให้เห็นถึงอารยธรรมลักษณะในการใช้ชีวิตด้วยความชื่นชอบของผู้คนต่างๆ สิ่งเหล่านี้เองที่มีการพัฒนาตลอดเวลาทำให้ผู้คนมีการพัฒนาคุณภาพของความเป็นอยู่จิตใจได้อยู่เสมอเพราะว่าสามารถศึกษาเรื่องราวต่างๆผ่านทางด้านศิลปะต่างๆ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

การใช้สีของยุคสมัยกรีกโบราณ 

เป็นชนชาติหรือชนเผ่าที่มีการทำงานศิลปะค่อนข้างเยอะ ที่เรียกว่าชนเผ่าอินโดยูโรเปียน หรือบางครั้งก็เรียกตัวเองว่า เฮเลนนิส ซึ่งเป็นชนชาติที่มีอารยธรรมที่ค่อนข้างเก่าหรือว่ามีความพัฒนาศูนย์สภาพอยู่ตลอดเวลาจุดเริ่มต้นของอารยธรรมที่เกิดขึ้นในตะวันตกนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลงานเกี่ยวกับชนชาติกรีกทั้งสิ้นนอกจากแสดงความสามารถและสติปัญญาของชนชาตินั้นๆก็ยังมีการสร้างสรรค์โดยยึดหลักเกณฑ์ในการพัฒนาการวิพากษ์เพื่อให้สอดคล้องกับทฤษฎีการทำงานต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นการแสดงถึงสติปัญญา ประวัติศาสตร์ ศาสนา หรือระบบการปกครองต่างก็มีการแสดงให้เห็นอยู่ในงาน 4 ภาคของกรีกหลายๆอันโดยเฉพาะในส่วนของพระผู้เป็นเจ้า หรือพระเจ้าต่างๆที่ถูกถ่ายทอดออกมาให้มีความสมส่วนและมีผลงานที่คล้ายคลึงกับมนุษย์มากที่สุด

อย่างไรก็ตามนี่เป็นชนชาติที่ถือว่ามีความสมบูรณ์ในการแสดงงานศิลปะให้มีความเหมือนมนุษย์มากที่สุดในการพัฒนาประติมากรรมรวมทั้งภาพเขียนต่างๆให้แสดงถึงมนุษย์ซึ่งมีร่างกายที่ถูกประทานมาจากพระเจ้า

แล้วยังมีการทำงานเกี่ยวกับพระเจ้าอีกมากมายเช่นประติมากรรมเหล่านี้ยึดหลักเกณฑ์ต่างๆทางกายวิภาคซึ่งสร้างความสมส่วนมากที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามชนชาติกรีกนี้ก็มีการจดบันทึกหรือเรื่องราวต่างๆโดยเฉพาะกรีกโบราณ ซึ่งการใช้สีของปีกนี้เป็นเอกลักษณ์อย่างมากส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับศาสนา แสดงตัวถือพระเจ้าแห่งประเพณีต่างๆและการใช้สีนี้ก็ถูกนิยมมาให้แสดงให้เห็นถึงแสงเงา

จัดแสดงภาพที่มีความแบนใช้สีที่ค่อนข้างสดใสหรือคนข้างๆจ้า ส่วนใหญ่งานศิลปะต่างๆเหล่านี้ที่อยู่บนกระดานปาปิรัส รวมทั้งยังมีการแสดงอยู่ในสุสาน ประเทศที่มีการใช้หนีบฝาโลง

หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของฟาโรห์ต่างๆก็มีการใช้งานศิลปะเพื่อแสดง โดยเฉพาะในสถานการณ์เหล่านี้ซึ่งเห็นได้ชัดว่าในยุคปัจจุบันนักประวัติศาสตร์ทางศิลปะได้มีการค้นคว้าหรือพัฒนาเศรษฐกิจแห่งนี้เพื่อเก็บรักษา การระบายสีของชาวกรีกนี้ค่อนข้างมีเอกลักษณ์

นึกว่าจะเป็นในส่วนของเครื่องปั้นหรือปฏิมากรรมน้ำต่างๆงานศิลปะโบราณต่างๆเหล่านี้จะเป็นงานที่เป็นสถาบันเห็นได้ชัดว่ากิจกรรมต่างๆบนฝาผนังหรือเครื่องปั้นดินเผาจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีเพียง 3 สีเท่านั้น

ได้ก็คือ สีขาว สีน้ำตาล และสีแดง มาพร้อมกับการเคลือบสีดำปฏิมากรรมต่างๆเหล่านี้เป็นการเรียนแบบภาพจริงนอกจากนั้นยังนิยมการใช้การฉาบเรียบบนงานปฏิบัติการทั้งสิ้นรวมทั้งยังมีประติมากรรมนูนสูงอีกด้วย

อย่างไรก็ตามในยุคกรีกโบราณนี้ก็มีการพัฒนาลักษณะของงานศิลปะค่อนข้างเยอะเพราะคนส่วนใหญ่จำเป็นจะต้องมีการจดบันทึกมีการผลิตรูปภาพหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของงานประติมากรรมต่างๆเพื่อแสดงให้เห็นถึงอารยธรรมของชนชาตินั้นๆ การเลือกใช้สีต่างๆเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็น 3 สีดังที่กล่าวมาเพื่อเลียนแบบให้เห็นของจริงและการควบคุมสิทธิง่ายที่สุด ของผู้คนและสภาพยังเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงอารยธรรมในยุคนั้นๆหรือแม้แต่จะเป็นการเมืองการปกครองรวมทั้งที่มีในส่วนของความเชื่อต่างๆ 

 

สนับสนุนโดย  ufabet

ศิลปะที่เกิดขึ้นในยุคหินใหม่

ศิลปะในยุคหินใหม่นั้นเกิดขึ้นหลังจากยุคหินเก่าและยุคหินกลางเป็นศิลปะที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 8,000ปี ก่อนคริสตกาล หือเรียกยุคนั้นว่า New Stone Age / Neolithic มนุษย์ในยุคนี้นั้นเป็นการปรับตัวและมีวิวัฒนการในด้านต่างๆที่สืบทอดมาจากมนุษย์ในยุคหินเก่าและมนุษย์ยุคหินกลาง มนุษย์ในยุคหินใหม่นั้นเริ่มมีการรู้จักการตั้งถิ่นฐานเพื่อเป็นสถานที่ในการอยู่ดำรงอาศัยเป็นหลักเป็นแหล่งแล้ว

โดยมีการแบ่งแยกออกเป็นแคว้นและดินแดนต่างๆ แต่ละแคว้นและดินแดนต่างๆนั้นก็จะมีการพัฒนาการในเรื่องของที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกันออกไปตามภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมต่างๆ 

ในแต่ละดินแดนก็เริ่มมีการแข่งขันในด้านการพัฒนาถิ่นฐานของตัวเองนั้นให้เจริญก้าวหน้าไปในทางที่ดี บางดินแดนบางแคว้นนั้นก็เริ่มมีการสร้างงาน ไม่ว่าจะเป็นการนำโลหะ ทองแดง และทองสำริด มาหลอมโดยการใช้ไฟที่มีการใช้กันมาตั้งแต่ในยุคหินกลางแล้ว มีการทำและใช้สิ่งเหล่านี้มาเป็นอาวุธเพื่อป้องกันตนเองรวมถึงเครื่องมือเครื่อใช้ที่สามารถอำนวยความสะดวกในการทำสิ่งต่างๆนั่นเอง

ยุคหินใหม่นั้นถือว่าเป็นช่วงที่มีการพัฒนาด้านศิลปะอย่างเต็มที่จากยุคที่ผ่านมา เพรราะคนในยุคหินใหม่นั้นเริ่มมีจินตนาการและความคิดมากกว่าในยุคก่อนๆ เพราะหลักฐานทางด้านศิลปะที่พบและคาดว่าเกิดในยุคหินใหม่นั้นก็คือเครื่อปั้นดินเผาที่พบเป็นส่วนใหย๋ โดยสิ่งเหล่านี้นั้นมีการสร้างสรรค์ลวดลาบขึ้นมานอกจากจะเป้นการใช้งานเครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้ในการทำสิ่งต่างๆแล้วคาดว่าการสร้างลวดลายนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสวยงามและอาจจะเป็นสิ่งที่แสดงคามเป็นเจ้าของของสิ่งของชิ้นนั้นก็ได้นั่นเอง โดยลวดลายส่วนใญ่นั้นก็จะเป็นการสร้างลวด่ายที่ง่ายๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นรูปร่างรูปทรงเลขาคณิต ไม่ว่าจะเป็นวงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยมเป็นต้น 

ผลงานการสร้างสรรค์ในยุคนั้นพบว่าเป็นจิตรกรรมที่มักจะประกฎอยู่ยนผลงานด้านประติมากรรมนั่นเอง และคาดว่าในยุคหินใหม่นั้นเริ่มมีความเชื่อทางด้านวิญาณต่างๆมากขึ้นและหลักฐานที่พบนั้นก็เป็นเครื่องใช้ที่มีลักษณะเป็นถ้วยชามที่ใส่เครื่องประดับต่างๆมีการสร้างลวดลายที่สวยงาม และส่วนมากสถานที่ที่พบเครื่องใช้ประเภทนี้นั้นมักจะถูกพบอยู่ข้างหลุมศพ หรือสถานที่ที่มีการทำพิธีกรรมต่างๆหล่านี้ ทำให้สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า คนยุคหินใหม่นั้นมีความเชื่อในเรื่องของโลกความเป็นและโลกความตายด้วยนั่นเอง

ไม่เพียงเท่านี้ ในยุคยุคใหม่นั้นมีการค้นพบการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ด้วยลักษณะหินที่เป็นแท่งใหญ่มากมาย ซึ่งการสร้างขึ้นมารนั้นมีการสันนิษฐานว่า การสร้างสถานที่ที่มีลักษณะเช่นนี้ขึ้นมาก็อาจจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ของคนในยุคนั้นหรืออาจจะสร้างขึ้นมาเพื่อการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นลานจัดกิจกกรมของคนในยุคนั้นและจำเป็นต้องมีการสร้างสัญลักษณืในการแสดงขอบเขตและพื้นที่อาศัยของคนแต่ละกลุ่มก็ได้ หรืออาจจะเป็นการสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อมช้เป็นเครื่องมือในทางทดลองหรือพิสูจน์อะไรบางอย่างทางดาราศาสตร์ก็ได้

 

สนับสนุนโดย  เซ๊กซี่บาค่าร่าเกมส์66

ความลับภายใต้ภาพวาดของ Leonardo de vinci 2

ภาพวาดที่สวยงามของจิตรกรที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Leonardo de vinci นั้นก็ถือว่าเป็นภาพวาดที่นอกจากจะมีความสวยงามแล้วที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกนั้นเกิดความสนใจและอยากที่จะชื่นชมภาพวาดเหล่านี้

ก็ยังมีสิ่งที่น่าสนใจในภาพวาดนั้นก็คือ ความลับภายใต้ภาพวาดของเขานั่นเอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ภาพวาดจากศิลปินจิตรกรต่างๆนั้นล้วนก็เป็นสิ่งที่มีการถ่ายทอดและจินตนาการออกมาจากความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน

แต่สิ่งที่ทำให้ผลงานของดาวินชีนั้นประสบความำเร็จและเป็นที่รู้จักทั่วโลกได้นั้นก็เพราะความน่าสนใจในภาพวาดนั่นเองซึ่งจะมีความแตกต่างจากการวาดภาพและจินตนาการทั่วไปของศิลปินหรือบางครั้งสิ่งที่น่าสนใจเหล่านี้ก็อาจจะเป็นเพียงแค่จินตนาการที่ดาวินชีนี้ได้จินตนาการขึ้นมาจริงๆเพียงเท่านั้น

แต่อย่างไรภาพวาดของดาวินชีก็ถือว่าเป็นภาพวาดที่มองยังไงก็ดูจะมีความลับซ่อนอยู่ในภาพวาดอย่างแน่นอน มาดูกันว่าความลับที่น่าสนใจในภาพวาดของดาวินชีนั้นมีอะไรบ้าง

ดาวินชีสามารถสร้างชื่อเสียงจากการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะไปทั่วโลกและผลงานของเขาก็ยังคงเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงจนถึงปัจจุบันด้วย ผลงานที่ยังคงถูกพูดถึงอย่าง The Last Supper เป็นภาพวาดที่มีการสร้างสรรค์ที่สวยงามกับอาหารมื้อสุดท้ายที่พระเยซูนั้น

ได้มีการร่วมโต๊ะอาหารกับสาวกของพระองค์เป็นอาหารมื้อสุดท้าก่อนที่พระองค์นั้นจะถูกตึงกางเขนนั้นก็ซ่อนเร้นไป้วยความลับมากมายและความลับที่ถูกพูดถึงอย่างมากนั้นก็คือ ขวดเกลือที่คว่ำอยู่ในมือของจูดาส

โดยดาวินชีนั้นอาจจะอยากสื่อถึงขวดเกลือที่มีการไหลออกมาและเปรียบเสมือนปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตและในภาพนี้นั้นเป็นภาพกับตอนที่พระเยซูนั้นได้ตรัสว่ามีบุคคลหนึ่งที่อยู่ในที่นี้ได้ทรยศต่อพระองค์นั่นเอง  ซึ่งก็เป็นภาพสวยงามและแฝงไปด้วยความหมายควาบลับของสิ่งเหล่านี้ด้วย

อีกหนึ่งภาพที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน ดดยภาพวาดนี้นั้นเป็นภาพวาดของ อิซเบลลา เดสเต ผลงานชิ้นนี้นั้นเป็นผลงานที่เพิ่มถูกค้นพบได้ไม่นานซึ่งก็เป็นผลงานที่มีการสร้างสรรค์จากดาวินชีนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้มีการทราบอย่างแน่ชัด

แต่จากการวิเคราะหืและตรวจสอบจากนักวิทยาศาสตร์นั้นได้มีการค้นพบว่าเม็ดสีที่ใช้ในการวาดภาพนั้นเป็นเม็ดสีชนิดเดียวกันกับภาพวาดชื่อดังอย่างโมนาลิซ่านั่นเองและด้วยภาพวาดที่เป็นผู้หญิงทำให้การวาดนั้นมีรอยยอ้มบนใบหน้าที่คล้ายกันอย่างมากด้วย จึงทำให้หลายฝ่ายตัดสินว่าภาพวาดนี้นั้นเป็นฝีมือของดาวินชีนั่นเอง

ซึ่งภาพวาดนั้นก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าวาดขึ้นมาเพื่ออะไร แต่จากการวิเคราะห์ก็คิดว่าการวาดภาพนี้นั้นเป็นเพียงการวาดภาพเหมือนเท่านั้นเอง อาจจะไม่ได้มีความหมายหรือสิ่งที่ซ่อนเร้นมากมายซ่อนอยู่ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือภาพวาดเป็นภาพลักษณะเดียวกันกับภาพวาดของโมนาลิซ่านั่นเอง และยังมีเวอร์ชั่นสองของอิซาเบลลา เดสเตด้วย

และมีการนำไปวิเคราะห์ ตรวจสอบด้วยการแสกนภาพก็ทำให้พบว่า ภาพนี้นั้นถูกวาดเป็นสองเวอร์ชั่นบนพื้นผ้าใบเดียวกันนั่นเอง ถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างความน่าสนใจและทำให้ผลงานชิ้นนี้เป็นที่รู้สึกมากขึ้นภายใต้การสร้างสรรค์ของ Leonardo de vinci ด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

Page 1 of 5

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén