ประวัติพระพุทธเจ้าตอนออกผนวช

        สำหรับช่วงที่เจ้าชายสิทธัตถะนั้นหนีไปออกบวชเชื่อว่าหลายคนคงเคยศึกษาจากหนังสือเรียนกันมาบ้างแล้ววันนี้เราจะมาท้าวความถึงเรื่องราวดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้บางคนที่อาจจะยังไม่เคยเข้าไปศึกษาเกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้านั้นได้รู้ว่าเหตุใดพระพุทธเจ้านั้นจึงได้ออกผนวชมาเป็นพระศาสดาเอกของโลกอยู่ในขณะนี้

      อย่างที่เราทราบกันดีว่าในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังไม่ได้ออกบวชนั้นพระองค์คือเจ้าชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งชีวิตนั้นมีแต่ความสุขสบายพระองค์ไม่เคยรู้เลยว่าในโลกนี้มีความยากลำบากอยู่เพราะมองไปทางไหนก็เอาก็จะเห็นแต่สิ่งที่สวยงามตลอดที่อยู่ก็มีปราสาท 3 ฤดูให้พักอยากจะไปพักในฤดูหนาวหรืออยากจะไปฤดูฝน

หรือจะไปฤดูร้อนพระองค์ก็เลือกพักได้ตามใจชอบมองไปทางไหนก็เห็นแต่นางกำนัลที่หน้าตาสะสวยงดงามแถมเมื่อโตเป็นหนุ่มมาก็ยังมีรูปมีภรรยาที่น่ารักอย่างไรก็ตามเมื่อพระองค์นั้นต้องเจอแต่สิ่งที่ดีสวยงามอยู่ตลอดเวลาและไม่เคยได้ทำอะไรเลย

ก็ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะนั้นเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมา ดังนั้นมีอยู่มาวันหนึ่งเจ้าชายสิทธัตถะจึงได้ชวนพี่เลี้ยงคู่ใจของพระองค์ออกไปนั่งมาเล่นในสวนซึ่งแน่นอนว่าจากที่ไม่เคยออกมาด้านนอกเมื่อออกมาก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนไม่ว่าจะเห็นคนแก่หรือแม้แต่คนตายหรือแม้แต่ทารกแรกเกิดสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ้าชายสิทธัตถะไม่เคยรู้เลยว่าในโลกใบนี้มีสิ่งเหล่านี้อยู่ด้วย

ที่สำคัญเจ้าชายสิทธัตถะได้เห็นนักบวชซึ่งนักบวชในตอนนั้นเป็นผู้สวรรค์ที่แปลงกายมาให้เห็นเมื่อพระองค์เห็นสิ่งต่างๆที่ไม่เคยเห็นและรู้ว่าอันที่จริงแล้วคนเราไม่ได้มีความสุขอยู่ตลอดเวลาและเมื่อโตขึ้นมาใช้ชีวิตได้สักพักก็จะแก่แล้วก็จะตายทำให้พระองค์เริ่มมองเห็นความเป็นจริงของโลกใบนี้มากขึ้นดังนั้นเมื่อเจ้าชายสิทธัตถะได้วิเคราะห์ถึงความเป็นจริงแล้วว่ามันเหมือนกับเป็นวงเวียนวัฏจักรของชีวิตอย่างหนึ่ง

ซึ่งเมื่อเกิดมาก็โตเมื่อโตก็มีการเจ็บป่วยเมื่อเจ็บป่วยก็แก่แล้วก็ตายดังนั้นเจ้าชายสิทธัตถะจึงอยากหลุดพ้นบ่วงกรรมแบบนี้ไม่อยากที่จะวนเวียนว่ายตายเกิดเจอเกิดแก่เจ็บตายแบบนี้จึงได้คิดหาทางอยากจะหลุดพ้นจากทุกข์เวทนาในครั้งนี้ดังนั้นสิ่งที่เจ้าชายสิทธัตถะได้นั่นก็คือจะต้องออกบวชและแน่นอนว่าในท้ายที่สุดแล้วถึงแม้จะถูกคัดค้านจากทั้งพ่อและแม่สุดท้ายเจ้าชายสิทธัตถะก็สามารถออกบวชได้สำเร็จ

โดยหนีออกจากพระราชวังแล้วไปบวชซึ่งในขณะนั้นเป็นช่วงที่เจ้าชายสิทธัตถะอายุได้ 29 ปีซึ่งคนที่บวชให้กับเจ้าชายสิทธัตถะนั้นก็คือตัวของเจ้าชายสิทธัตถะนั่นเองโดยพระองค์นั้นใช้มีดตัดเส้นผมออกแล้วเปลี่ยนชุดเป็นผ้า

ซึ่งถูกย้อมด้วยเปลือกไม้ทำให้สีสันไม่สวยงามหลังจากนั้นชุดเครื่องทรงที่เป็นชุดของพระมหากษัตริย์พระองค์ก็จะได้สั่งให้พี่เลี้ยงของพระองค์นั้นนำกลับไปเก็บไว้ที่พระราชวังนั่นเองและหลังจากนั้นเป็นต้นมาพระพุทธเจ้าก็ได้มีการออกไปแสวงบุญเพื่อหาทางหลุดพ้นแต่เพียงลำพัง

 

ขอขอบคุณ  gclub  ที่ให้การสนับสนุน

เรื่องหลอนจากห้องน้ำหญิง 

วันนี้เกิดขึ้นสมัยตอนที่เราเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนเมื่อ 10 ปีที่แล้วซึ่งตอนนั้นเราทำงาน 1 ปีครึ่งทุกๆครั้งที่เราไปโรงเรียนแล้วจะเจอเรื่องราวทำให้ต้องขนหัวลุกเสมอซึ่งเรื่องที่จะพูดในครั้งนี้คือเรื่องเกี่ยวกับห้องน้ำของโรงเรียนซึ่งเป็นห้องน้ำสำหรับเด็กและคุณครูชุดห้องน้ำที่มีผีและที่จะเล่าในห้องนี้ก็คือห้องน้ำหญิงซึ่งหลังจากนั้นก็จะมีห้องน้ำของหญิงกับผู้ชายแยกกันอยู่คนละที่ห้องน้ำหญิง

จะตั้งอยู่ที่ด้านหลังของตึกเรียนอตตึกที่ 1 ซึ่งที่ที่ฉันทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัดแล้วต้องขอบอกไว้ก่อนว่าที่นี่นั้นมีบรรยากาศที่ดีมากแต่ในตอนกลางคืนก็จะหลอนนิดๆหลายครั้งมากที่ฉันจะได้ยินเรื่องราวจากเด็กนักเรียนที่มีพ่อแม่เป็นพวกหมอผี

พวกนั้นจะชอบเล่าให้ฟังว่าเวลาที่เข้าไปในห้องน้ำจะมากับเพื่อน 3 คนซึ่งเมื่อเข้าไปในห้องน้ำก็ไม่มีใครอื่นอยู่เลยมีเพียงกันแค่ 3 คนเท่านั้นและเมื่อทั้งสามคนเข้าไปในห้องทั้ง 3 คนได้ยินเสียงประตูห้องอีกห้องนึงคิดถึง 3 คนไม่ได้เข้านั้นปิดดังปั้งแรงมาก

ซึ่งทั้ง 3 คนนั้นตกใจมากเนื่องจากว่าในห้องนั้นมีประตู 2 อันก็จริงเนื่องจากมี 2 ห้องแต่ว่าประตูอีกอันนึงนั้นพังไปซึ่งไม่สามารถที่จะปิดหรือทำอะไรกับมันได้เพราะมันขึ้นสนิมจนขยับอะไรไม่ได้เลยดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่มันจะมีเสียงส่วนห้องที่ชั้น 2 คนยืนอยู่ตรงหน้าเป็นไปไม่ได้เพราะทั้งสองคนก็กำลังอยู่ในห้องนั้นซึ่งทั้งสองคนนั้นเข้ามาก่อนแล้ว

จึงได้ยินเสียงนั้นจึงทำให้น่ากลัวมากขึ้นนอกจากนั้นเวลาทั้งสองคนเดินเข้ามาตอนกลางค่ำกลางคืนจะพบกับผู้หญิงใส่ชุดสีดำยาวลากพื้นผมยาวสีดำปิดหน้าปิดตาอยู่ในห้องน้ำเดินวนไปวนมา ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เรากลัวมากซึ่งเราเองนั้นก็เจอเรื่องผีเช่นเดียวกันเมื่อสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เด็กๆเล่าให้ฟัง ซึ่งตอนนั้นเราเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิงตรงด้านหลังตึกหนึ่ง

ซึ่งตอนนั้นเรากลัวเป็นอย่างมากเพราะเรารู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างมองเราอยู่ตลอดเวลาแต่ที่นั่นไม่มีใครเลยเพราะมีเราเหลืออยู่คนเดียวที่โรงเรียนแล้วอยู่ๆเราก็ได้ยินเสียงปิดประตูแรงมากทั้งๆที่ไม่มีใครอยู่เลยซึ่งเรากลัวมากและคิดว่าน่าจะเป็นผีที่เด็กๆพูดถึงจะไม่กล้าเข้าไปแล้ววิ่งหนีซึ่งทางโรงเรียนได้นิมนต์พระมาถามว่ามีอะไร

กลับห้องน้ำหรือเปล่าซึ่งหลวงตาหรือผ่าก็ได้บอกกับเราว่าในตอนเช้านั้นพวกผีจะมอบห้องน้ำมีให้คนได้ใช้กันแต่พอตกกลางคืนห้องน้ำนี้จะกลายเป็นของภูตผีซึ่งจะเดินทางมาอาศัยอยู่ที่ห้องน้ำเนื่องจากตอนสมัยยังมีชีวิตได้ทำบาปไม่เยอะและไม่เคยคิดที่จะทำบุญเลยและยังทำบาปต่อไปเรื่อยๆจนทำให้เมื่อตายไปก็กลายเป็นวิญญาณที่เร่ร่อนไปทั่วไม่มีที่ให้อยู่อาศัยอย่างนั้นจึงต้องไปอยู่อาศัยที่ห้องน้ำแทน

 

สนับสนุนโดย  gclub

ตำนานสยองขวัญลิฟต์แดงของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

            เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินตำนานลิฟต์แดง ที่มีชื่อเสียงเรื่องของความหลอนกันมาบ้าง ถึงแม้จะมีเรื่องเล่ากันมาอย่างยาวนาน แต่เราก็ควรจะไปหาคำตอบนี้ด้วยกัน ว่าที่จริงแล้วตำนานลิฟต์แดงนี้มีจริงหรือไม่ และเมื่อเราลองค้นคว้าหาข้อมูลเราจะเจอว่า สถานที่ที่พูดถึงกันอยู่นี้คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขา ท่าพระจันทร์

ซึ่งมีรุ่นพี่ที่เรียนจบจากที่นี่หลายรุ่นได้ออกมาเล่าเกี่ยวกับตำนานลิฟต์แดงนี้ให้เราได้รู้เรื่องราวในอดีตกันว่าที่จริงแล้ว ตำนานที่เขาร่ำลือกันนั้น มันเคยเกิดเรื่องแบบนี้จริงจริง โดยหากต้องย้อนเรื่องราวที่เกิดเหตุการณ์สุดสยองในครั้งนั้น

เริ่มต้นมาจาก การที่ในช่วงปี พ.ศ. 2519 ครั้งนี้มีการประท้วงจากนักศึกษาที่ออกมาคัดค้านไม่ยอมให้จอมพลถนอมกลับมาปกครองประเทศ ซึ่งวันที่เกิดเหตุนั้นตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม เมื่อทหารได้เข้ามาปราบปรามเหล่านักศึกษาที่พากันออกมาประท้วง

ซึ่งวิธีการปราบของทหารก็คือ การใช้ปืนยิงนักศึกษาทำให้ในวันนั้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สาขาท่าพระจันทร์มีจำนวนนักศึกษาที่บาดเจ็บและล้มตายกันเป็นจำนวนมาก และเมื่อทหารถือปืนเข้ามาในมหาวิทยาลัย นักศึกษาหลายคนได้วิ่งหนีเพื่อทำการซ่อนตัว และได้มีกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้าไปซ่อนในลิฟต์ ซึ่งพวกเขาคิดว่าน่าจะปลอดภัย

แต่น่าเสียดายเมื่อประตูลิฟต์ได้เปิดออกทหารก็ยืนรอพวกเขาอยู่ที่หน้าลิฟต์แล้ว

และไม่ทันตั้งตัว เหล่าทหารที่อยู่ตรงหน้าลิฟต์ก็ยิงปืนใส่เหล่านักศึกษาที่อยู่ในลิฟต์จนตายหมดทุกคน ภายในลิฟต์มีสีแดงซึ่งเป็นสีเลือดของนักศึกษาเหล่านั้นเปื้อนเต็มไปหมด และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ถึงแม้ว่าเหตุการณ์การประท้วงจะสงบลงแล้ว

และทางมหาวิทยาลัยได้มาทำความสะอาดลิฟต์ตัวดังกล่าวแต่ก็ไม่สามารถที่จะล้างสีแดงของเลือดออกได้ ในที่สุดทางมหาวิทยาลัยจึงได้ตัดสินใจเอาสีขาวเข้ามาเพื่อทาพื้นที่ทุกบริเวณภายในลิฟต์ตัวดังกล่าวแต่ไม่ว่าจะทาสีขาวไปสักกี่ครั้งวันรุ่งขึ้นลิฟต์ตัวนี้ก็จะกลับมาเป็นสีแดงเหมือนเดิม ทำให้ลิฟต์ตัวนี้ถูกตั้งชื่อว่าลิฟต์แดงนับแต่นั้น

และที่น่ากลัวก็คือหากในช่วงเย็นใครที่มาใช้ลิฟต์นี้มักจะพบกับเหตุการณ์ที่สุดหลอนเมื่อบางครั้งลิฟต์ก็เปิดเองในชั้นที่ไม่ได้มีใครกด หรือบางทีเมื่อลิฟต์เปิดออกนักศึกที่อยู่ภายในลิฟต์จะมองเห็นเหตุการณ์ที่ทหารมายืนรอยิงนักศึกษาในลิฟต์และบางครั้งก็มักจะเห็นนักศึกษาเดินเข้ามาในลิฟต์พร้อมกับตัวที่เต็มไปด้วยเลือด ตอนนี้ลิฟต์แดงได้มีการถูกเปลี่ยนออกไปแล้วแต่เรื่องราวตำนานของลิฟต์ยังคงมีอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร Sagame ฟรี

เรื่องราวของ อนันดา เอเวอริ่งแฮม

เวลาไปที่มันเหมือนเด็กอยู่ในร้านขนม ทุกอย่างดูน่าตื่นตาตื่นใจไปหมด บางทีไปแล้ว ลำบากจะตาย นอนกระดานไม้คืนละ 30 บาท แต่ผมชอบ มันคือประสบการณ์ไง พอกลับมา เจอ พัดลมก็อ้หพัดลม เจอผ้าห่มก็ผ้าห่มโว้ย ! แต่ถ้าผมไปเที่ยวลอนดอน พักโรงแรมดี ๆ

กลับมาก็ไม่มี อะไรเล่าให้ใครฟังหรอก แต่ผมพาเพื่อนไปเนปาลประมาณ 2 – 3 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้ ตอนออกมาดื่ม เหล้าด้วยกัน ยังคุยแต่เรื่องเดิม ๆ อยู่เลย แต่ก่อนผมจะพยายามแวบไปปีละครั้ง ทำงาน 1 โปรเจ็กต์แล้วจะไปเลย บางทีหายไป เดือนสองเดือน เดินทางไปเรื่อย ๆ

พอเงินหมดก็กลับมาหาหม่อมน้อย ( ม . ล . พันธุ์เทวนพ เทวกุล ) ขอ งานทำ แต่ตอนนี้ไม่ได้ไปไหนมาเกือบ 2 ปีแล้ว เพราะว่าผมทำงานต่อเนื่องมาก ไม่ค่อยมีโอกาสไป ใหน 

เอาจริงกับชีวิต ทุกวันนี้ ผมพยายามจริงจังกับการแสดงมากขึ้น ค่อนข้างเครียดกับมันมาก กดดันตัวเอง ค่อนข้างสูง เพราะผมไม่ใช่นักแสดงที่มีพรสวรรค์สูงมาก บางทีเวลาเล่นหนัง ผมยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่ สิ่งที่ผมควรจะทำ เพราะมันไม่ใช่อาชีพที่เป็นธรรมชาติของผมเลย

ผมคิดอยู่ว่าอาจจะไปทำงานเบื้องหลัง เป็นอะไรที่ใช้สมอง ได้ครีเอทหน่อย ก็เป็นไปได้ว่า : จะไปฝึกงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ เผื่อวันหนึ่งอาจจะได้กำกับหนังของตัวเองสักเรื่อง 

ผมอยู่กับหนังมาตั้งแต่อายุ 17 อยู่กับมันจนอิน จนมันกลายเป็นสิ่งที่ผมสนใจไปแล้ว อย่าง น้อยมันก็เป็นสิ่งที่เรารู้มากที่สุด เวลาพูดอะไรกับใคร มันก็ออกมาเป็นเรื่องหนังหมด ยิ่งพอทำงาน ตรงนี้ มีคนเอาหนังมาให้ดูเยอะ ๆ มันก็ได้ซึมซับเข้าไปในสมองอีก

ผมมีความรู้สึกว่าหนังเป็นสื่อที่ น่าทิ้งมาก ๆ แล้วไหน ๆ เรามาอยู่ในวงการนี้ ผมก็อยากสุด ๆ ไปสักทาง อย่างเรื่องการแสดง ผมก็ด ทำไปเรื่อย ๆ จนได้โปรเจ็กต์หนึ่งที่โอ . เค . เป็นมาสเตอร์พีซของผมแล้ว ผมก็จะย้ายไปทำอย่างนี้ ถ้าไปอยู่เบื้องหลัง ผมก็ขอทำมาสเตอร์พีซสักหนึ่งเรื่อง แล้วก็ขอไปทำอย่างอื่นต่อไป ชีวิตนะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet สมัคร

เรื่องผีที่คนต่างประเทศนำไปสร้างเป็นหนัง

 เรื่องเล่าเกี่ยวกับ   Baby Sitter  upstairs 

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่เธอต้องการที่จะหาเงินโดยการรับเลี้ยงเด็กเป็นพี่เลี้ยงซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอไปรับเลี้ยงเด็กในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางป่าซึ่งตอนนั้นพ่อแม่ของเด็ก

เหล่านั้นฝากลูกไว้กับเธอและออกจากบ้านไปในตอนกลางคืนตอนนั้นเป็นคืนที่มีฝนตกหนักและลมแรงมากแล้วหลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรและกล่อมเด็กๆจะนอนหลับเมื่อก่อนเถอะเด็กจะนอนหลับปุ๊บเธอก็คิดที่จะไปดูทีวีของทางบ้านอยู่ๆเธอ

ก็เห็นว่ามือถือของเธอเบอร์โทรศัพท์ที่ทำให้รู้จักโทรมาหาหลังจากนั้นเธอก็รับสายหลังจากนั้นก็มีคนบอกมาว่า “ฉันจะมารับเธอไป”พี่เลี้ยงคนนั้นกลัวมากรีบวางสายแล้วโทรหาตำรวจทันทีหลังจากนั้นตำรวจจึงมาถึงหลังจากนั้นเธอก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมด

ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างซึ่งทางตำรวจได้บอกว่าคนที่โทนั้นอยู่ในบ้านดังนั้นพวกเขาจึงพากันเป็นคนบ้านแต่คนทั่วทั้งหมดแม้ว่าห้องใต้หลังคาก็คนแต่ก็ไม่พบใครนอกจากพี่เลี้ยงและเด็กๆทั้งนั้น เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่โด่งดังมากในประเทศสหรัฐอเมริกาทำให้มีผู้กำกับคนหนึ่งได้นำเรื่องราวนี้ไปสร้างเป็นหนังจะมีกระแสตอบรับที่ดีมากจากทั่วโลกแล้วหนังนี้ก็กลายเป็น หนังที่ดังมากในยุคนั้นเลย

The Clown Doll 

ทุกคนรู้กันบ้างนะคะว่าคนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพวกที่ตัวตลกค่ะไม่มีนักวิจัยได้ออกมาบอกเราว่าคนประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเกลียดตัวตลกมากๆซึ่งดังนั้นหลายคนจากทั่วโลกจึงได้นำหนังที่เกี่ยวกับตัวตลกเป็นฆาตกรมาฉายให้ดูส่วนใหญ่หนังที่มีตัวตลกก็จะเป็นหนังแนวขนหัวลุกเป็นหนังที่ส่วนใหญ่ตัวตลกจะเป็นฆาตกร

ซึ่งมีตำนานที่ทำให้คนอเมริกันกลัวตัวตลกค่ะซึ่งเรื่องก็ อยู่ในชนบทวันนั้นเป็นตอนกลางคืนที่มืดมากไม่มีดวงดาวเลยสักดวงตอนนั้นมีผู้ชายกับผู้หญิงที่แต่งงานกันและมีลูกซึ่งตอนนั้นคุณพ่อและคุณแม่และเด็กๆนั้นเล่นกันอยู่ในห้องหลังจากนั้นเด็กๆก็ออกมาหาพ่อและแม่ซึ่งคุณพ่อและคุณแม่ได้ถามเด็กๆว่าทำไมถึงตื่นขึ้นมายังไม่นอนอีกหรอ

ซึ่งเด็กคนนั้นได้ตอบว่าผมนอนไม่ได้ครับพ่อจำได้ไหมตุ๊กตาตัวตลกที่คุณปู่ซื้อให้มันจ้องหน้าผมครับมันขยับด้วยผมนอนไม่ได้ผมกลัวว่าผมจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากนั้นครอบครัวทั้งหมดรวมถึงที่เลี้ยงต่างตกใจมากเพราะไม่มีตุ๊กตาตัวตลกอยู่ในห้องแล้ว

ไม่เคยมีใครซื้อให้เลยเด็กคนนั้นยังกล่าวว่ามันเป็นเรื่องจริงหลังจากนั้นคุณพ่อและคุณแม่รีบโทรหาตำรวจให้เข้ามาดูในบ้านว่ามีใครแอบเข้ามาในนี้หรือเปล่าก็เข้าไปอยู่ในห้องพร้อมกับตำรวจกลับเพราะว่าไม่มีตุ๊กตาตัวตลกเลยสักนิดแล้วหลังจากนั้นตำรวจก็บอกว่าไม่มีตุ๊กตาตัวตลกแต่พบว่ามีรอยกระจกแตกซึ่งแปลว่ามีคน เข้ามาในบ้าน

โดยใช้ก้อนหินในการทุบกระจกเพื่อที่จะเข้ามาได้ซึ่งเขาบอกว่าได้มีคนบ้าคนนึงหนีออกมาจากคุกพอดีบางทีอาจจะเป็นคนเดียวกันก็ได้เพราะมีครูคนบ้าอยู่แถวๆคฤหาสน์ของเขาด้วยดังนั้นอาจเป็นไปได้ว่าคนบ้าคนนั้นอาจจะเข้ามาในห้องของเด็กคนนี้ซึ่งถือว่าเด็กคนนี้โชคดีมากที่ออกมาจากห้องก่อนเวลาที่จะถูกทำร้าย

ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดังทั่วโลกมากหลังจากมีนักแต่งนิยายที่นำเรื่องนี้มาแต่งนิยายชื่อว่า it  และได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อเรื่องว่าอิฐเช่นเดียวกันฉันเป็นหนังเกี่ยวกับตัวตลกที่ฆ่าคน ซึ่งในหนังได้กล่าวไว้ว่าตัวตลกตัวนี้จะไม่ใช้อุปกรณ์อะไรฆ่าคนเราจะใช้ฟันของตัวเองกัดเด็กจนตาย ซึ่งได้มีหญิงสาวคนหนึ่งมีนามว่า เชียลา เธอนั้น

ถูกพบเป็นศพที่ถูกยิงโดยการแต่งตัวของเธอนั้นแต่งตัวเป็นเหมือนตัวตลกใส่วิกผมสีทองซึ่งเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องที่แม้แต่นักสืบก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นปริศนาคาใจชาวอเมริกันทุกคนนึงจากที่มีเรื่องนี้เผยแพร่ออกมาทำให้ชาวอเมริกันเกลียดตัวตลกตลอดมา

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

ใครใครก็อยากรวย

คงไม่มีใครบนโลกใบนี้กล้าปฏิเสธว่าอยากเป็นคนรวยใช่ไหม เพราะทุกคนก็อยากรวยกันทั้งนั้น แต่ทำยังไงถึงจะรวย คนส่วนใหญ่ก็จะต้องตอบว่า เก็บเงิน ทำงาน ลงทุน ซึ่งคำตอบก็จะหนีไม่พ้นคำตอบเหล่านี้หรอก แต่จริงแล้วนั้นคนโบราณหรือแม้แต่คนปัจจุบันก็มีความเชื่อเรื่องหนึ่งนั่นก็คือเรื่องความเป็นสิริมงคลโชคลาภ

และฤกษ์งามยามดี ซึ่งถือได้ว่าเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาตั้งรุ่นปู่ย่าตายาย และรุ่นพ่อแม่ ตั้งแต่สมัยอดีตจนปัจจุบัน ซึ่งฮวงจุ้ยในการตกแต่งบ้านหรือสถานที่ทำงานก็มีส่วนสำคัญในการที่จะทำให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้าและร่ำรวยเงินทอง ตลอดจนมีความสุขสมปรารถนา

ดังนั้นการตกแต่งบ้านหรือการเสริมโชคลาภด้วยไม้มงคล ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจหรือเจ้าของบ้านนิยม ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายถึงไม้มงคล ที่เหมาะกับการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับเจ้าของบ้านและธุรกิจ แต่ก่อนอื่นต้องอธิบายของคำว่าไม้มงคลคู่บ้านก่อนว่าคืออะไร ซึ่งตามความหมายแล้วนั้น

ไม้มงคลคู่บ้าน คือพันธุ์ไม้ที่มีความหมายดีๆ เป็นสิริมงคล เสริมโชคลาภให้กับบ้านที่อยู่อาศัยและผู้คนในครอบครัว เพราะสืบเนื่องมาจากโบราณแล้วนั้นที่เชื่อว่าการมีสิ่งมงคลอยู่รอบตัวเรานั้น จะช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ส่งผลให้เจอแต่เรื่องดีๆ เจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยทั้งเงินทอง มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และนอกจากความเป็นสิริมงคลแล้วนั้น

พันธ์ไม้มงคลบางชนิดยังสามารถนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรต่างๆ เพื่อรักษาอาการป่วยหรืออาการบาดเจ็บและทำมาเป็นยาประจำบ้านได้อีกด้วย

ซึ่งพันธุ์ไม้มงคลแต่ละชนิดก็จะมีความหมายที่แตกต่างกันไป  ไม่ว่าจะเป็นไม้สักทอง ที่หมายถึงการมีศักดิ์ศรี มีเกียรติ ยศถาบรรดาศักดิ์ และมั่งมีร่ำรวยเงินทอง หรือจะเป็นไผ่สีสุก ที่มีความหมายถึงการมีความสุขสดใส ดั่งไม้ไผ่ที่ร่มเย็นเป็นสุขและอายุยืนนาน นอกจากนั้นก็ยังมีว่านเศรษฐีเรือนใน ที่มีความหมายถึงความมั่งมี ศรีสุขทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง และมีผู้รักใคร เสริมบารมีและอำนาจวาสนา ส่วนอีกไม้หนึ่งที่อยากแนะนำคือ ราชพฤกษ์

ที่มีความหมายถึงการมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นใหญ่ มีอำนาจวาสนา  สุดท้ายคือ ต้นโกสน ที่หมายถึงการสร้างบุญบารมี สร้างคุณงามความดี และสิ่งที่ดีงามอันเป็นกุศล ซึ่งต้นไม้ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือไม้พันธุ์ที่มีความมงคล เหมาะสำหรับปลูกไว้ที่บ้านและที่ออฟฟิศ เพื่อให้ผู้อยู่และเจ้าของมีความมั่งมี และมีสิริมงคล สุขภาพแข็งแรง ทำมาค้าขึ้น และร่ำรวยเงินทอง มีเงินใช้ไม่ขาดมือ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  holiday palace

ศิลปะผ่านความคิด

ศิลปะถือเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนอย่างมากและศิลปะนั้นก็ไม่ได้หมายถึงแค่ศิลปะที่มีการถ่ายทอดออกมาเป็นรูปวาดด้วยการวาดรูปการระบายสีหรือการปั้นออกมาเป็นสิ่งต่างๆ

เพียงเท่านั้น บางครั้งศิลปะก็รวมถึงการแสดงความคิดเห็นที่ผ่านการคิดวิเคราะห์แยกแยะจากความคิดของเราแล้วนั่นเอง ศิลปะผ่านความคิดนั้นจึงเป็นสิ่งที่ซับซ้อนมากกว่าศิลปะการวาดเขียนการปั้นทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

เพราะศิลปะผ่านความคิดนั้นเป็นเรื่องที่ผ่านจากความคิดไม่ใช้ผ่านจินตนาการนั่นเอง ทำให้เรื่องการใช้ศิลปะผ่านความคิดเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดการสร้างสรรค์ได้ยาก แต่ถ้าหากสามารถสร้างสรรค์ศิลปะทางความคิดที่ดีได้นั้น ก็ถือว่าเป้นเรื่องที่ดีอย่างมาก เพราะเรานั้นจะมีทักษะในการของความคิดและการแสดงความคิดเห็นที่ดีมากขึ้นด้วยนั่นเอง

แน่นอนว่าศิลปะ คนที่จะสามารถสร้างสรรค์ศิลปะต่างๆออกมาได้นั้นล้วนจะต้องมีพรสรรค์ในงานการสร้างสรรค์ศิลปะนั่นเอง ศิลปะผ่านความคิดก็เช่นกัน ก็อาจจะต้องใช้พรสวรรค์ แต่สิ่งที่สำคัญกับงานศิลปะจริงๆไม่ว่าจะเป็นศิลปะแบบไหนก็คือการฝึกฝนและการมองโลกมุมที่ต่างออกไปนั่นเองจึงจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีความแตกต่างจากคนอื่นๆได้นั่นเอง และนั่นแหละจะเป็นสิ่งที่ทำให้งานศิลปะของคุณนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ทุกคนจดจำคุณในสิ่งที่คุณเป็นได้นั่นเอง

ศิลปะผ่านความคิด เชื้อว่าเป็นสิ่งที่หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยเคยได้ยิน หรือไม่คุ้นหูนัก เพราะศิลปะผ่านความคิดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีเป็นหลักสูตรวิชาอย่างการสร้างสรรค์ศิลปะอื่นๆนั่นเอง โดยศิลปะผ่านความคิดนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่ตัวเราทุกคนอยู่ที่เรานั้นจะนำมันออกมาใช้ได้หรือไม่นั่นเอง บางคนเอาออกมาใช้ได้มาก บางคนก็อาจจะเอาออกมาใช้ได้น้อย

ซึ่งต้องบอกเลยว่าสิ่งที่เป็นปัจจัยในการกำหนดการใช้ศิลปะผ่านความคิดนั้นก็คือความคิดของเรานั่นเอง ศิลปะทางความคิดนั้นจะถูกถ่ายทอดหรือแสดงออกมาเป็นคำพูดหรือการแสดงความคิดเห็นที่มีต่อผู้อื่นหรือแม้กระทั่งต่อตัวเองด้วย

ศิลปะผ่านความคิดนั้นเมื่อเป็นสิ่งที่ต้องแสดงออกมาโดยตรงทำให้คนเรานั้นไม่สามารถหรือไม่อยากที่จะเอาศิลปะผ่านความคิดมาใช้กันมากนัก เพราะบางครั้งศิลปะทางความคิดก็ถือว่าเป็นดาบสองคมด้วย เพราะถ้าหากเรามีการแสดงหรือถ่ายทอดศิลปะทางความคิดออกมาและทำให้เกิดความไม่ประทับใจหรือไม่พอใจ

เพราะสิ่งที่เราแสดงออกมานั้นล้วนคือความจริง ก็จะทำให้เรานั้นขาดความมั่นใจและไม่อยากที่จะสร้างสรรค์ศิลปะทางความคิดที่เป็นของจริงนั่นเอง จึงทำให้คนเราในสมัยนี้ไม่มีการใช้ศิลปะทางความคิดกันมากสักเท่าไหร่ แต่จะเป็นการแสดงหรือสื่ออกมาเป็นศิลปะผ่านจิตใจหรือมุมมองที่ค่อนข้างบิดเบือนความเป็นจริงเสียมากกว่า

 

ได้รับการสนับสนุนโดย Gclub ฝากขั้นต่ํา 100

หนึ่งในข้อผิดพลาดของช่างภาพมือใหม่

การขาดองค์ประกอบของภาพ หนึ่งในข้อผิดพลาดของช่างภาพมือใหม่

สำหรับข้อนี้ ผมก็บอกเลยว่า ไม่ได้หมายถึงช่างภาพมือใหม่เท่านั้นที่จะพลาดกัน แต่ต้องขอบอกว่า เรื่องของมุมมองมันเป็นเรื่องของเซ้นต์ด้วย บางคนก็ถ่ายรูปมาอย่างนานมากจนไม่ได้ชื่อว่าเป็นช่างภาพมือใหม่แล้วล่ะ เพียงแต่ไม่ได้สนใจที่จะพัฒนาตัวเองมากขึ้น เพราะเขาอาจจะถ่ายเล่นมานานหลายปีก็เป็นได้

แต่ถึงอย่างไรก็จะมีเรื่องที่ค่อยๆค้นพบด้วยตัวเองจากการถ่ายเนี่ยแหละ จนพัฒนาขึ้นมา แต่สำหรับช่างภาพที่เขาจริงจัง ต้องทำให้ดีให้ได้ เขาจะต้องเรียนรู้เรื่องนี้เป็นอย่างแรกๆเลย นั้นคือ องค์ประกอบของภาพ พูดแล้วจะฟังดูงงๆ แล้วมันคืออะไร

มันคือการที่เราจัดวางทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างเหมาะสม แล้วมันจะทำให้ภาพที่ถ่ายจุดเดียวกันนั้น แตกต่างโดยสิ้นเชิง เรียกได้ว่าเหมือนสูตรการทำให้ภาพน่าสนใจนั้นเอง อันนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องราวในภาพนะ แต่เป็นความเหมาะสมในการจัดเรียงภาพเท่านั้น

เราจะสังเกตุได้ว่า ช่างภาพมือใหม่ หมายถึงคนที่ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นกล้องหรือมือถือก็แล้วแต่ พอได้จับถ่าย ก็จะได้รูปที่ไม่รู้สึกอะไร เรียกได้ว่า ดูแล้วไม่ค่อยสวย บางครั้งคนเหล่านั้นก็จะหันไปโทษอุปกรณ์ซะอีกด้วยซ้ำไป แต่จริงๆแล้ว มันไม่ใช่ไม่สวยเพราะอุปกรณ์ แต่มันดูไม่น่ามองเพราะองค์ประกอบไม่ได้ต่างหาก องค์ประกอบภาพนั้นต้องมีความพอดี

และเข้ากันดี การถ่ายคนกับฉาก เพื่อบอกเล่าเรื่องราว ก็ต้องกำหนดระยะให้พอดี และเข้ากับตัวเลนส์เราด้วย ต้องมีการนำเสนอฉากและตัวแบบให้เด่น ถ้าถ่ายรูปนางแบบ ก็ต้องเว้นช่องไฟให้ดีในภาพ ไม่ใช่เห็นช่องเยอะไปจนแบบไม่น่าสนใจหรือเห็นช่องน้อยไปจนรู้สึกอึดอัด แต่ บอกไว้ก่อนนะว่ามันไม่ได้ตายตัว ถ้าเราจะทำลายองค์ประกอบนั้น

จะต้องเป็นโจทย์ที่ต้องการแบบนั้นจริงๆถึงจะถ่ายแบบนั้นได้ อย่างเราจะถ่ายรูปยายขึ้นสะพานลอยข้ามถนน เราอยากจะนำเสนออะไรบ้าง ก็แต่ละ ตัวคุณยาย ที่ต้องได้มุมที่ดูเหมือนพยายามมากกว่าปกติ และตัวบันไดที่จะต้องสูงชัน และแสงยามเย็นที่จะบอกเล่าถึงชีวิตคนเรา อะไรทำนองนี้แหละ ถ้าถ่ายเห็นคนยายแต่ไม่เห็นเป็นสะพานลอย เหมือนเป็นแค่บันไดเฉยๆ จะสื่ออะไรได้ล่ะ องค์ประกอบส่วนต่างๆ สิ่งของต่างๆนั้นสำคัญที่จะทำให้ภาพน่าดู น่ามอง

ผมเคยเจออยู่บ่อยครั้งเลยนะ ที่เหล่าสาวๆนั้นถ่ายรูปออกมาได้หน้ามองอย่างมากด้วยมือถือ เพราะเขาเรียนรู้เรื่ององค์ประกอบภาพยังไงล่ะ ที่จะต้องเว้นแบบนี้นะอาหารถึงจะสวย ต้องมุมนี้น่าถึงจะเด่น นี่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่การตลาดนำไปใช้กับการขายกล้อง เพราะถ้าคนวางองค์ประกอบดี ภาพยังไงก็น่ามอง ต่อให้กล้องรุ่นห่วยๆก็เถอะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์

เรื่องราวของขุนน้ำนางนอน

มีเรื่องอยู่ว่ามีองค์หญิงองค์หนึ่งแต่งหญิงจากเมืองเหนือวันหนึ่งเธอได้เดินออกไปนอกพระราชวังเพื่อเที่ยวชมธรรมชาติเมื่อตอนค่ำๆคนสนิทของเธอได้เดินมาหาเธอและบอกให้เธอรีบกลับมาเมื่อผู้หญิงหันหลัง

เธอก็พบกับม้าสีฟ้าที่ดูสง่างามเธอจึงคิดที่จะอยากขี่ม้าและฉันจะเล่าความยาวที่ต้องการจะได้มาตัวนั้นมาขี่ให้กับหมาคนสนิทของเธอฟังว่าคนสนิทของเธอบอกว่าเธอจะช่วยทูลให้องค์ราชาหรือท่านพ่อขององค์หญิงเพื่อที่ผู้หญิงจะได้มากกว่านั้นมาขี่จะได้เรียนขี่ม้า

หลังจากนั้นก็มีหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งเดินมาที่ม้าและลูบมันซึ่งบาปขององค์หญิงได้บอกว่าผู้ชายคนนั้นช่างหน้าตาหล่อเหลามีรูปโฉมที่งดงามเหลือเกินหลังจากนั้นผู้บ่าวที่อายุเยอะกว่าเพื่อนสนิทขององค์หญิงได้เดินมาและสั่งสอนเธอว่าไม่ควรที่จะสอนให้องค์หญิงสนใจเรื่องความรักในวัยนี้

รักเธอจึงพยายามที่จะไล่ชายคนนั้นออกไปจากตรงที่องค์หญิงอยู่เพื่อที่องค์หญิงจะได้ไม่มัวแต่จ้องมองเขาตลอดเวลา หลังจากนั้นเมื่อหลังจากไร่ชายคนนั้นเสร็จปากของเธอก็ชวนเธอกลับไปที่พระราชวังเธอจึงได้เดินกลับไปราชวังพร้อมกับบ่าย 2 คน

ที่เดินตามหลังคอยปรนนิบัติอยู่ข้างๆ ซึ่งหลังจากพี่กลับมาที่พระราชวังเธอได้พูดคุยกับเธอว่าเธอจริงจังมากกับการที่จะเรียนขี่ม้าในครั้งนี้เธอต้องการที่จะมีม้าตัวนั้นจริงๆของเธอรับปากว่าพรุ่งนี้บ่ายคุณเธอจะจัดการเรื่องทุกอย่างให้

หลังจากนั้นถึงเช้าวันต่อมาบ่าวคนนั้นก็รีบออกมาจากพระราชวังก่อนก่อนที่องค์หญิงและทุกคนในวังจะตื่นหลังจากนั้นเธอก็เดินไปที่สวนเธอเจอกับชายหนุ่มคนนั้นหลังจากนั้นเธอก็เห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นกำลังดูแลม้าอยู่อย่างมีความสุขเธอตะโกนว่ามานี่ชายคนนั้นก็มองซ้ายมองขวาพยายามหาเจ้าของเสียงชายหนุ่มคนนั้นก็พบกับบ่าวหลังจากนั้น

ทั้งสองเดินเข้ามาหากันและบ่าวคนนั้นก็รีบพูดขึ้นมาทันทีว่าองค์หญิงของข้าต้องการที่จะขี่ม้าและถ้าต้องการให้เจ้าไปสอนขี่ม้าให้กับองค์หญิงของข้าหน่อยชายหนุ่มคนนั้นก็รีบพูดแทรกขึ้นมาว่าข้าไม่สามารถทำอย่างนั้นได้หลังจากนั้นบ่าวก็พูดแทรกขึ้นมาอีกว่ายังไง

เจ้าก็ต้องสอนองค์หญิงของข้าและต่อไปนี้จะต้องสอนองค์หญิงของข้าขี่ม้าทุกวันไม่ให้ขาด และหลังจากนนั้นเขาจึงจำใจที่จะสอนองค์หญิงและเมื่อเขาจะองค์หญิงเขาก็รู้สึกได้จริงๆว่าตกหลุมรักแรกพบและองค์หญิงก็ตกหลุมรักเขาเช่นเดียวกันผ่านไปเป็นเดือนเดือนสองก็ยังรักกันแต่ก็ยังไม่ได้บอกความรู้สึกไป

หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็ตได้บอกความในใจไปและแอบหลับนอนด้วยกันจนองค์หญิงท้องหลังจากนั้นองค์หญิงจึงรีบไปหาชายคนนั้นตอนกลางดึกและบอกความจริงไปว่าเธอท้องให้คนนั้นตกใจและเธอพูดถึงว่าเธอจะหนีไปกับเขาเราไม่ต้องการที่จะทำแท้งและเธอไม่ต้องการที่จะทำให้พ่อของเธอทำร้ายของเธอ

หลังจากนั้นทั้งสองจึงหนีไปที่สยามทันทีโดยการขี่ม้าไปในป่าเพราะก็ว่าราชาจะจับได้ เมื่อราชารู้ราชาทรงโกรธมากจึงสั่งตามหาองค์หญิงทันที ซึ้งระหว่างที่ทั้งสองกำลังนั่งพักทหารก็พบกับชายคนนั้นและเขาก็ถูกฆ่าและหลังจากนั้นเธอจึงฆ่าตัวตาายตามสามีไปและหลังจากนั้นเหลือดก็ไหลออกมากลายเป็นแม่นำ้ลำธารทุกวันนี้และร่างของเธอก็กลายเป็นดอยนางนอน

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ราชบุรี…ไปกี่ทีก็ไม่มีเบื่อ

จังหวัดราชบุรีอยู่ไม่ไกลจากจังหวัดกรุงเทพมากทั้งยังเดินทางสะดวก มีรถโดยสารสาธารณะเปิดให้บริการมากมายหรือจะขับรถส่วนตัวมาเองก็ใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้นในการเดินทาง ก็สามารถมาพบกับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดราชบุรีกันแล้ว

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก มาเดินกี่ทีก็ไม่มีเบื่อจริง ๆเพราะมีของขายเยอะแยะมากมายสุดลูกหูลูกตา ทั้งของกิน ของใช้ ของฝาก ทุกอย่างจบ ครบในที่เดียว และเป็นตลาดที่อยู่คู่กับชาวจังหวัดราชบุรีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 นับเป็นเวลายาวนานกว่า 50 ปีเลยทีเดียว โดยตัวตลาดน้ำก็ให้ความเป็นวิถีชีวิตแบบคนไทยในอดีตที่มีการค้าขายกันทางเรือ และริมน้ำ 

อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม เป็นสถานที่รวบรวมหุ่นขี้ผึ้งไว้มากมาย ให้บรรยากาศความเป็นไทย เพราะมีการประดับตกแต่งบริเวณโดยรอบให้เข้ากับหุ่นขี้ผึ้งของบุคคลนั้น ๆ มีทั้งหุ่นขี้ผึ้งของพระสงฆ์ หุ่นขี้ผึ้งเหมือนบุคคลที่สำคัญต่าง ๆมากมาย และยังเป็นการแสดงฝีมือการปั้นหุ่นขี้ผึ้งของคนไทยว่ามีความสามารถมากแค่ไหน เพราะหุ่นขี้ผึ้งที่ออกมานั้นปั้นได้เหมือนจริง ราวกับมีชีวิต

อุทยานหินเขางู ในปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะ และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาโบราณคดีต่าง ๆ ด้านบริเวณหน้าทางเข้าจะมีพระพุทธรูปแกะสลักหินขนาดใหญ่ และบริเวณด้านทางออกจะมีสะพานข้ามแม่น้ำที่ทอดยาวอย่างสวยงาม เหมาะกับการถ่ายรูปคู่กับวิวธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง

เขาแก่นจันทร์ เป็นจุดชมวิวที่งดงาม และสูงมากที่สุดของจังหวัดราชบุรี สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้อย่างกว้างขวาง ด้านบนสุดของยอดเขาแก่นจันทร์จะมีวิหารพระพุทธนิโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศประดิษฐานอยู่ ไม่ว่าจะมาจังหวัดราชบุรีกี่ครั้งก็จะต้องขึ้นไปกราบไหว้พระพุทธนิโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศที่เขาแก่นจันทร์แห่งนี้ และยังสามารถชมวิวขณะพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามได้อีกด้วย

วัดป่าพุทธาราม หรือวัดถ้ำสติ ภายในมีพระพุทธรูปที่แกะสลักด้วยหินแกรนิตของผนังถ้ำประดิษฐานอยู่ คาดว่ามีอายุยาวนานหลายพันปี และยังถือเป็นพระพุทธรูปแกะสลักหินแกรนิตแบบลอยแห่งแรกของประเทศไทย

Secret Space เป็นคาเฟ่เปิดใหม่ที่ตั้งอยู่ในอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จุดเด่นของคาเฟ่แห่งนี้ที่ทำให้ต้องกลับมาทุกครั้งที่มาท่องเที่ยวที่จังหวัดราชบุรี คือ เขาวงกตที่ทำจากต้นไม้บริเวณด้านหน้าทางเข้าของคาเฟ่ ให้ความลุ้นระทึกทุกครั้งที่ไปที่คาเฟ่แห่งนี้ว่าจะสามารถหาทางเข้า และทางออกได้อย่างไร

และภายในตัวของคาเฟ่ยังตกแต่งได้อย่างลงตัวเข้ากับบรรยากาศของเขาวงกต ในส่วนของรสชาติเครื่องดื่ม และขนมหวานนั้นก็ไม่แพ้เจ้าไหน ๆเลยทีเดียว และด้วยการบริการที่เป็นมิตรของพนักงานทำให้ลูกค้าประทับใจต้องกลับมาที่นี่ทุกครั้งที่มาจังหวัดราชบุรี

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่น gclub

Page 1 of 4

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén