Category: ศิลปะ

สร้างภาพแต่งบ้านให้สวยงาม

หลายคนอาจจะเบื่อกับการสร้างภาพ แต่การสร้างภาพเพื่อความตกแต่บ้านนั้นจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้บ้านของเรานั้นสวยงามและน่าอยู่ขึ้นให้บ้านเปรียบเสมือนสตูดิโอถ่ายรูปเลยทีเดียวโดยการใช้หลักกการทางศิลปะง่ายๆ รับรองว่าถ้าหากทำตามนั้นมีมุมถ่ายรูปสวยๆในบ้านอย่างแน่นอน

และนอกจากจะทำห้เรานั้นมีมุมถ่ายรูปโดยไม่ต้องออกจากบ้านแล้วนั้นก็จะทำให้เรามความสุขเมื่ออาสัยอญุ่ในบ้านอย่างมากเลยทีเดียว โดยการนำศิลปะเข้ามาใช้นั้นก็เป็นการผสมผสานให้เกิดความสวยงามและเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้บ้านของเรานั้นมีความเป็นระเบียบมากขึ้นด้วย โดยการเริ่มจาก

การใช้หลักการจัดองค์ประกอบ 9 ช่อง เป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะคุ้นชินกันในการถ่ายรูป ก็เป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ร่วมกับการจัดหบ้านได้ โดยวิธีการจัดบ้านในลัษณะนี้นั้นจะเป็นสิ่งที่เหมาะสำหรับการถ่ายภพนิ่ง

โดยการใช้จุดตั้ง4จุดที่มีการตัดกันระหว่างเส้นตั้งกับเส้นขวาง เราจะต้องว่างสิ่งของที่เรานั้นต้องการให้เกิดความโดดเด่นไว้ที่ตรงระหว่างจุดตั้งได้ทั้งหมดหรืออย่างน้อน2-3จุดและองค์ประกอบหรือสิ่งของที่เรานั้นไม่ได้ต้องการให้มีความโด่ดเด่นเราก็สามารถที่จะวางตรงอื่นๆโดยการเฉลี่ยๆตาม9ช่องนั้น

โดยเรานั้นจะเน้นการวางเฟอร์นอเจอร์หนักวางไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น การวางโต๊และแจกันด้านซ้ายมือและต้องอยู่ในจุดตัดจองกฎ9ช่องด้วยและวางเกาอี้ด้านขวามือโดยไม่ต้องอยู่ในจุดตัดแต่จะต้องอยู่ในช่องใดช่องหนึ่งของกฎ9ช่องนั่นเอง 

พูดถึงเรื่องการจัดวางไปแล้วจะไม่พูดถึงเรื่องสีในการตกแต่งก็คงจะไม่ได้ โดยสีนั้นจะแบ่งสีออกเป็นสองโทน คือสีโทนร้อนและสีโทนเย็น สีโทนร้อนก็ได้แก่สีแดงสีส้ม สีโทนเย็นก็ได้แก่ สีเหลืองสีน้ำเงิน และมีสีพิเศษอยู่สองสีที่จะเป็นสีโทนร้อนหรือเย็นก็ได้คือม่วงและเหลือง นอกจากการคุมโทนให้ทั้งห้องเป็นสีเดียวทั้งหมด

เราควรจะลองใช้สีทั้งสองโทนเข้ามาตกแต่งเพื่อให้เกิดความมีมิติขึ้นโดยการแมชคู่สีสต่างๆเข้าด้วยกัน เช่นสีเขยวกับสีน้ำตาลอมแดงอันนี้ก็คือคู่สีตีงข้าม เขียงเหลืองเป็นคู่สีข้างเคียง เป็นต้น ดังนั้นเราจะต้องดุก่อนว่าบ้านของเรานั้นเป็นโทนสีร้อนหรือว่าโทนเย็นมากกว่าและจัดเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ให้ไปในทิสทางสีนั้นอย่างน้อยสัก70%

และค่อยหาเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นคู่สีตรงข้ามมาแซมสัก30% ก็จะทำให้ห้องนั้นมีสีที่ดูดีมีมิติและไม่น่าเบื่อ ดังนั้นแล้วการฝช้หลักการเหล่านี้ไม่เพียงแต่จัดบ้านให้มีความสวยงามเท่านั้นแจ่ยังเป็นมุมถ่ายรูปหรือมุมที่ให้ความผ่อนคลายสบายใจแก่เราและคนในบ้านได้ด้วย เพียงเท่านี้ก็สามารถที่จะสร้างภาพลงโซเชียลก็ดีหรือสร้างภาพเพื่อให้ผู้มาเยี่ยมบ้านเกิดความรู้สึกผ่อนคลายก็ดี เห็นไหมว่าการสร้างภาพนั้นจะช่วยทำให้เรารู้สึกดีและผ่อนคลายด้วย

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

ศิลปะผ่านความคิด

ศิลปะถือเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนอย่างมากและศิลปะนั้นก็ไม่ได้หมายถึงแค่ศิลปะที่มีการถ่ายทอดออกมาเป็นรูปวาดด้วยการวาดรูปการระบายสีหรือการปั้นออกมาเป็นสิ่งต่างๆ

เพียงเท่านั้น บางครั้งศิลปะก็รวมถึงการแสดงความคิดเห็นที่ผ่านการคิดวิเคราะห์แยกแยะจากความคิดของเราแล้วนั่นเอง ศิลปะผ่านความคิดนั้นจึงเป็นสิ่งที่ซับซ้อนมากกว่าศิลปะการวาดเขียนการปั้นทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

เพราะศิลปะผ่านความคิดนั้นเป็นเรื่องที่ผ่านจากความคิดไม่ใช้ผ่านจินตนาการนั่นเอง ทำให้เรื่องการใช้ศิลปะผ่านความคิดเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดการสร้างสรรค์ได้ยาก แต่ถ้าหากสามารถสร้างสรรค์ศิลปะทางความคิดที่ดีได้นั้น ก็ถือว่าเป้นเรื่องที่ดีอย่างมาก เพราะเรานั้นจะมีทักษะในการของความคิดและการแสดงความคิดเห็นที่ดีมากขึ้นด้วยนั่นเอง

แน่นอนว่าศิลปะ คนที่จะสามารถสร้างสรรค์ศิลปะต่างๆออกมาได้นั้นล้วนจะต้องมีพรสรรค์ในงานการสร้างสรรค์ศิลปะนั่นเอง ศิลปะผ่านความคิดก็เช่นกัน ก็อาจจะต้องใช้พรสวรรค์ แต่สิ่งที่สำคัญกับงานศิลปะจริงๆไม่ว่าจะเป็นศิลปะแบบไหนก็คือการฝึกฝนและการมองโลกมุมที่ต่างออกไปนั่นเองจึงจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีความแตกต่างจากคนอื่นๆได้นั่นเอง และนั่นแหละจะเป็นสิ่งที่ทำให้งานศิลปะของคุณนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ทุกคนจดจำคุณในสิ่งที่คุณเป็นได้นั่นเอง

ศิลปะผ่านความคิด เชื้อว่าเป็นสิ่งที่หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยเคยได้ยิน หรือไม่คุ้นหูนัก เพราะศิลปะผ่านความคิดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีเป็นหลักสูตรวิชาอย่างการสร้างสรรค์ศิลปะอื่นๆนั่นเอง โดยศิลปะผ่านความคิดนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่ตัวเราทุกคนอยู่ที่เรานั้นจะนำมันออกมาใช้ได้หรือไม่นั่นเอง บางคนเอาออกมาใช้ได้มาก บางคนก็อาจจะเอาออกมาใช้ได้น้อย

ซึ่งต้องบอกเลยว่าสิ่งที่เป็นปัจจัยในการกำหนดการใช้ศิลปะผ่านความคิดนั้นก็คือความคิดของเรานั่นเอง ศิลปะทางความคิดนั้นจะถูกถ่ายทอดหรือแสดงออกมาเป็นคำพูดหรือการแสดงความคิดเห็นที่มีต่อผู้อื่นหรือแม้กระทั่งต่อตัวเองด้วย

ศิลปะผ่านความคิดนั้นเมื่อเป็นสิ่งที่ต้องแสดงออกมาโดยตรงทำให้คนเรานั้นไม่สามารถหรือไม่อยากที่จะเอาศิลปะผ่านความคิดมาใช้กันมากนัก เพราะบางครั้งศิลปะทางความคิดก็ถือว่าเป็นดาบสองคมด้วย เพราะถ้าหากเรามีการแสดงหรือถ่ายทอดศิลปะทางความคิดออกมาและทำให้เกิดความไม่ประทับใจหรือไม่พอใจ

เพราะสิ่งที่เราแสดงออกมานั้นล้วนคือความจริง ก็จะทำให้เรานั้นขาดความมั่นใจและไม่อยากที่จะสร้างสรรค์ศิลปะทางความคิดที่เป็นของจริงนั่นเอง จึงทำให้คนเราในสมัยนี้ไม่มีการใช้ศิลปะทางความคิดกันมากสักเท่าไหร่ แต่จะเป็นการแสดงหรือสื่ออกมาเป็นศิลปะผ่านจิตใจหรือมุมมองที่ค่อนข้างบิดเบือนความเป็นจริงเสียมากกว่า

 

ได้รับการสนับสนุนโดย Gclub ฝากขั้นต่ํา 100

หนึ่งในข้อผิดพลาดของช่างภาพมือใหม่

การขาดองค์ประกอบของภาพ หนึ่งในข้อผิดพลาดของช่างภาพมือใหม่

สำหรับข้อนี้ ผมก็บอกเลยว่า ไม่ได้หมายถึงช่างภาพมือใหม่เท่านั้นที่จะพลาดกัน แต่ต้องขอบอกว่า เรื่องของมุมมองมันเป็นเรื่องของเซ้นต์ด้วย บางคนก็ถ่ายรูปมาอย่างนานมากจนไม่ได้ชื่อว่าเป็นช่างภาพมือใหม่แล้วล่ะ เพียงแต่ไม่ได้สนใจที่จะพัฒนาตัวเองมากขึ้น เพราะเขาอาจจะถ่ายเล่นมานานหลายปีก็เป็นได้

แต่ถึงอย่างไรก็จะมีเรื่องที่ค่อยๆค้นพบด้วยตัวเองจากการถ่ายเนี่ยแหละ จนพัฒนาขึ้นมา แต่สำหรับช่างภาพที่เขาจริงจัง ต้องทำให้ดีให้ได้ เขาจะต้องเรียนรู้เรื่องนี้เป็นอย่างแรกๆเลย นั้นคือ องค์ประกอบของภาพ พูดแล้วจะฟังดูงงๆ แล้วมันคืออะไร

มันคือการที่เราจัดวางทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างเหมาะสม แล้วมันจะทำให้ภาพที่ถ่ายจุดเดียวกันนั้น แตกต่างโดยสิ้นเชิง เรียกได้ว่าเหมือนสูตรการทำให้ภาพน่าสนใจนั้นเอง อันนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องราวในภาพนะ แต่เป็นความเหมาะสมในการจัดเรียงภาพเท่านั้น

เราจะสังเกตุได้ว่า ช่างภาพมือใหม่ หมายถึงคนที่ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นกล้องหรือมือถือก็แล้วแต่ พอได้จับถ่าย ก็จะได้รูปที่ไม่รู้สึกอะไร เรียกได้ว่า ดูแล้วไม่ค่อยสวย บางครั้งคนเหล่านั้นก็จะหันไปโทษอุปกรณ์ซะอีกด้วยซ้ำไป แต่จริงๆแล้ว มันไม่ใช่ไม่สวยเพราะอุปกรณ์ แต่มันดูไม่น่ามองเพราะองค์ประกอบไม่ได้ต่างหาก องค์ประกอบภาพนั้นต้องมีความพอดี

และเข้ากันดี การถ่ายคนกับฉาก เพื่อบอกเล่าเรื่องราว ก็ต้องกำหนดระยะให้พอดี และเข้ากับตัวเลนส์เราด้วย ต้องมีการนำเสนอฉากและตัวแบบให้เด่น ถ้าถ่ายรูปนางแบบ ก็ต้องเว้นช่องไฟให้ดีในภาพ ไม่ใช่เห็นช่องเยอะไปจนแบบไม่น่าสนใจหรือเห็นช่องน้อยไปจนรู้สึกอึดอัด แต่ บอกไว้ก่อนนะว่ามันไม่ได้ตายตัว ถ้าเราจะทำลายองค์ประกอบนั้น

จะต้องเป็นโจทย์ที่ต้องการแบบนั้นจริงๆถึงจะถ่ายแบบนั้นได้ อย่างเราจะถ่ายรูปยายขึ้นสะพานลอยข้ามถนน เราอยากจะนำเสนออะไรบ้าง ก็แต่ละ ตัวคุณยาย ที่ต้องได้มุมที่ดูเหมือนพยายามมากกว่าปกติ และตัวบันไดที่จะต้องสูงชัน และแสงยามเย็นที่จะบอกเล่าถึงชีวิตคนเรา อะไรทำนองนี้แหละ ถ้าถ่ายเห็นคนยายแต่ไม่เห็นเป็นสะพานลอย เหมือนเป็นแค่บันไดเฉยๆ จะสื่ออะไรได้ล่ะ องค์ประกอบส่วนต่างๆ สิ่งของต่างๆนั้นสำคัญที่จะทำให้ภาพน่าดู น่ามอง

ผมเคยเจออยู่บ่อยครั้งเลยนะ ที่เหล่าสาวๆนั้นถ่ายรูปออกมาได้หน้ามองอย่างมากด้วยมือถือ เพราะเขาเรียนรู้เรื่ององค์ประกอบภาพยังไงล่ะ ที่จะต้องเว้นแบบนี้นะอาหารถึงจะสวย ต้องมุมนี้น่าถึงจะเด่น นี่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่การตลาดนำไปใช้กับการขายกล้อง เพราะถ้าคนวางองค์ประกอบดี ภาพยังไงก็น่ามอง ต่อให้กล้องรุ่นห่วยๆก็เถอะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์

เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับงานศิลปะ

ช่าง ปุย นายสุรชัย แสงสุวรณ ช่างภาพชื่อดังระดับของเมืองไทย

สำหรับท่านใดที่เป็นคอรายการ The Face Thailand และอยากจะบอกว่าผลงานของภาพถ่ายในซีซันทั้ง 3 ซีซั่นนั้นเป็นฝีมือของพี่ปุย ท่านนี้เองที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งเมืองไทย และพี่ปุยนั้นก็ยังเป็น ช่างภาพแห่งยุคใหม่ที่มาแรงอย่างสายฟ้าแลบ ซึ่งได้รับงานที่ใหญ่ๆเยอะมากมาย และรวมไปถึงรายการอื่นๆอีกทั้งนิตยสารและ ซึ่งมีผลงานอย่างตัวท็อปของพี่ปุยออกมาอย่างต่อเนื่อง

และในตอนนี้พี่ปุยก็ยังเป็นถึงบรรณาธิการ และยังรวมไปถึงการได้รับตำแหน่งช่างภาพของหนังสือ L’officialThailand อีกด้วย และยังบอกได้อีกว่าฝีมือการถ่ายภาพนั้นยังไม่พอ ยังมีระบบในการจัดการที่สุดยอดมากๆด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าด้านงานของพี่ปุยไม่ธรรมดาซึ่งเต็มไปด้วยความที่หวือหวาอีกทั้งยังได้อารมณ์มากมายที่แฝงเข้าไปในความหมายของภาพนั้นไปหมดแล้ว

ซึ่งยังเป็นสไตล์ของนิตยสารของแท้

ที่เรียกได้ว่ามีสีสันโดยแท้จริง และยังรวมไปถึงสิ่งที่น่าสนใจของภาพที่เต็มไปอย่างครบถ้วนแล้วมากมาย ซึ่งในส่วนมากนั้นจะเป็นพวกงาน เมคอัพ ที่อัศจรรย์มากๆ ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูไม่เป็นแนวธรรมชาติสักเท่าไร แล้วนั่นก็ยังเป็นอีกหนึ่งของ ซิกเนเจอร์ เข้าไปแล้ว และถ้าท่านใดได้เห็นภาพพี่ปุยแล้วนั้นต่างก็จะบอกเลยว่า พี่ปุย แน่นนอนมาก

และยังมีภาพหลายต่อหลายภาพ ในด้านพี่ปุยนั้นเองยังได้เอารูปลงใน IG อีกด้วย ซึ่งให้เรานั้นได้ค้นหาดูได้ง่ายมาก จากที่มีการ เมคอัพ ซึ่งให้ได้เข้าใจความหมายภาพได้อย่างที่แท้จริงและยังนำเสนอด้านการแต่งกายรวมไปถึงสีที่เอาไว้เพื่อประกอบฉาก นอกจากนั้นก็ยังสื่อถึงในเรื่องราวนั้นได้อย่างซื่อตรง แล้วยิ่งใครนั้นได้ติดตามดูรูปภาพพี่ปุยตามนิทรรศการในสถานที่ต่างๆของพี่ปุย แล้วจะได้รับรู้ว่าพี่เขานั้นสุดยอดมากๆ

หากรูปภาพนั้นไม่ครบดั่งองค์อย่างพี่ปุยนั้นก็คงไม่อยากได้พี่เขาอาจจะไม่ปล่อยผ่านและไม่ได้ถ่ายออกมาแน่นอน นอกจากนี้อาจจะเป็นด้านความสามารถของการนำเสนอด้านโจทย์ชุดภาพนั้นที่พี่ปุยนำเสนอ มาเสนอได้ไม่เหมือนใครเลย

ทั้งยังสร้างความตื่นเต้นให้กับช่างภาพเป็นอย่างมาก

และชื่อเสียงที่ดังไปด้วยกันทั้งในประเทศและรวมไปถึงต่างประเทศอีกด้วยดั้งนั้นอาจจะเป็นด้านพื้นฐานอย่าง พี่ปุย ที่ได้รับรู้มาจากการเรียนรู้ในคณะด้วยกัน อย่างเช่นภาควิชาภาพยนตร์อีกทั้งยังเป็นภาพนิ่งด้าน  มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์ รวมไปถึงประสบการณ์ต่างๆ

ที่พี่ปุยนั้นได้ฝึกฝนมาจากที่ต่างๆอีกทั้งยังมีผลงานที่สร้างความท้าทายพี่ปุยเป็นอย่างมาก และยังทำให้เกิด สกิลใหม่ๆ ซึ่งไม่มีใครนั้นจะมากเปรียบกับฝีมือพี่ปุยได้

ความสมดุล หนึ่งในองค์ประกอบพื้นฐานของการออกแบบ

ความสมดุล เป็นเทคนิคการดูงานออกแบบของเราให้ทราบถึงว่า ในงานออกแบบนี้มีความสมดุลไหม

ถ้าออกแบบแล้วไม่เช็คความสมดุลของงานออกแบบ อาจจะทำให้งานออกแบบนั้นดูน่าสนใจผิดจุด แล้วหลายๆครั้งงานที่ไม่มีสมดุลก็จะเห็นได้ว่าเป็นงานที่ไม่น่ามอง หรือจะเรื่องว่าเป็นงานที่ล้มเหลวก็ได้

ฉะนั้นนักออกแบบควรจะมองความสมดุลให้เป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้งานออกแบบน้อยไปมากไป

นี่เป็นอีกหนึ่งเทคนิคหนึ่งที่ไม่ได้ยากเย็นในการฝึก

แต่มันเป็นการที่ใครคิดจะเป็นนักออกแบบต้องดูให้เป็นดูให้ออกถึงความสมดุลต่างๆในหนึ่งหน้าการออกแบบ พื้นฐานนี้สำหรับคนที่มองออกอยู่แล้วก็จะมองออกได้ง่ายมากๆ เพียงแค่การนำงานออกแบบออกมาแบบเสร็จแล่ว จะปริ้นหรือดูในคอมก็แล้วแต่ แล้วมองไกลๆให้ครอบคุมที้งงานออกแบบนั้น

แล้วลองสังเกตุว่างานออกแบบนั้นตาเราไปสนใจตรงจุดไหนมากกว่า แล้วจุดไหนที่ดูไม่ค่อยน่าสนใจเลย นั้นแหละเราก็จะสามารถมองออกได้ว่างานนั้นขาดความสมดุลตรงจุดไหน แล้วก็เสริมเพิ่มเข้าไปในงานนั้นให้เกิดความสมดุล หรือจะตัดออกก็ได้

เมื่อมีความสมดุลเกิดขึ้น เราก็จะเห็นได้ว่างานนั้นดูน่ามองขึ้นเยอะเลย นี่แหละคืองานที่สมบูรณ์จริงๆ การสร้างสมดุลนั้นถ้าคงที่มองไม่ค่อยออก

อาจจะใช้เทคนิคการใช้ช่องจุดตัดเก่าช่องได้ แล้วก็ยังมีอีกหลายต่อหลายเทคนิคที่นำมาใช้ได้

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ความสมดุนก็ถือเป็นเรื่องสำคัญของการออกแบบอย่างแน่นอน มันเป็นตัววัดระดับความชำนาญในการออกแบบของเหล่านักออกแบบเลยก็ว่าได้ ถ้าทุกคนที่ต้องการออกแบบสามารถมองจุดนี้ได้ชัดเจน

นั้นเป็นการยกระดับของงานออกแบบของตัวเองให้สูงขึ้นได้อย่างแน่นอน แล้วเมื่อนำทุกเทคนิคมาใช้คุณก็จะกลายเป็นนักออกแบบที่ทำงานได้เนียบมากกว่าคนที่มองความสมดุลไม่ออกนั้นเอง ขอแนะนำให้มองภาพความสมดุลนี้ทุกครั้งที่มีการออกแบบ

 

ขอบคุณที่มาของบทความ แทงมวยสด

เริ่มต้นเรียนรู้พื้นฐานของเลนส์ถ่ายภาพ

 เมื่อนักเล่นกล้องหรือช่างภาพหรือผู้ที่รักในการสะสมอุปกรณ์กล้องต่างก็ต้องทำความรู้จักกับเลนส์แต่ละระยะก่อนที่จะรู้สีกชอบหรือพอใจในเลนส์ระยะต่างๆได้ แล้วต้องบอกเลยว่าเหล่ามือใหม่ที่ต้องการรู้ว่าระยะไหนที่ตัวเองชอบนั้นเป็นอะไรที่ตอบยากจนกว่าจะได้ลองเองหรือในวิธีเริ่มต้นนั้นก็คือต้องลองดูตามภาพตัวอย่างต่างๆ

ซึ่งในสมัยนี้ก็หาได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะในกลุ่มเฟสบุ๊คหรือว่าในแหล่งโซเชียลออนไลน์ที่มากมายร้อยแปดแม้แต่ในเว็ปหลักของยี่ห้อเลนส์ต่างๆก็มีภาพตัวอย่างให้ดูแต่ก็ต้องขอเตือนเลยว่าเห็นภาพเหล่านั้นจากช่างภาพมืออาชีพที่มีทักษะในการถ่านสูงแล้วนั้น เหล่ามือใหม่ยังไม่อาจถ่ายได้ถึงขนาดนั้นลอง

ยังต้องเรียนรู้พื้นฐานในการถ่ายอีกมากมายนัก แต่ก็พอเป็นแนวทางได้ก็เข้าใจอยู่ว่าเลนส์ราคาก็มีตั้งแต่ราคาประหยัดสำหรับมือใหม่ยันไปถึงราคาแพงกว่าตัวกล้องซะอีก นี่ไม่ต้องไปพูดถึงเลนส์ที่ลิมิตเต็ดหรือเล่นเก่าที่เลิกผลิตหายากๆที่มีการซื้อขายตามความต้องการของตลาด แพงแบบเรียกได้ว่าเกิน 10เท่าของราคาเดิมของมัน อีกมากมาย เป็นล้านก็มี ไม่ต้องตกใจหรอก

มันเหมือนกับวงการพระเครื่องอะแหละ ออกทะเลไปไกลล่ะ ไม่เกี่ยวกัน 555พื้นฐานของเลนส์นั้นหลักๆมีอยู่ไม่มากนักแต่มันอาจจะแยกย่อยไปได้อีกมากมายหลายขุมนักเพราะเลนส์ทุกตัวบนโลกคาแรคเตอร์ไม่เหมือนกันหรอกต่อให้ใกล้เคียงกันแต่ก็ไม่มีทางเหมือน

ยิ่งเลนส์เก่าๆต่อให้เป็นรุ่นเดียวกันผลิตใกล้ๆกันก็ยังมีโอกาสภาพต่างกัน

เยอะเพราะเรื่อง เทคโนโลยีในการเจียเลนส์สมัยก่อนเป็นแบบเจียมือสมัยใหม่ก็เป็นการใช้เครื่องจักรที่มีความนิ่งกว่า เลนส์นั้นมีหลักสองประเภทก็คือ FixLens แล้วก็ Zoom Lens ซึ่งทั้งสองแบบนี้เป็นอะไรที่กินกันไม่ลงหรอกนะเพราะเป็นเรื่องของความชอบในข้อดีข้อเสียของแต่ละประเภทยังไงละ

เอาไว้เราค่อยไปลงลึกกัน แล้วเลนส์ก็มีแบ่งตามระยะการใช้อีกเป็น Wide Lens, NormalLens และ Tele Lens ยังมีเสริมๆเป็น Macro Lens และ Fish Eye Lens อีกซึ่งแต่ละประเภทก็มีความเหมาะสมในการใช้อยู่นะ

Macro Mode พื้นฐานการถ่ายภาพที่ควรรู้

โหมดเฉพาะทางนี้ มีคนมากมายที่ชื่นชอบเวลาเห็นภาพถ่ายสไตล์ Macro นี้นะ แต่ว่าไม่ค่อยมีคนคิดจะลองถ่ายกันสักเท่าไหร่ เพราะมันค่อนข้างที่จะเรียกว่าต้องใจรักแล้วก็มีโรคส่วนตัวสูงทีเดียว เพราะจะหมกหมุนกับอะไรที่อยู่ตรงหน้าเล็กๆจุดนั้นเท่านั้น ทำให้คนใช้โหมดนี้น้อยมาก

แต่ว่าสำหรับมือใหม่ก็ต้องมีอารมย์บางอารมย์ที่อยากจะจับมาถ่ายมาโครดูสักครั้งเหมือนกันล่ะ จึงมีโหมดนี้ให้เลือกสำหรับมือใหม่จะได้ใช้ได้เลยยังไงล่ะ

โหมดนี้ก็ตามชื่อเลย Macro คืออะไรที่เล็กๆ

หรือจะเรียกอีกอย่างก็ได้ว่า ถ่ายอะได้ได้ใกล้ๆมากๆ ซึ่งจริงๆแล้วโหมดนี้จะพูดไปก็ไม่ได้เหมาะกับกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ที่คนเอาไปถ่ายจริงจังเรื่องอื่นเท่าไหร่หรือก เพราะว่าหัวใจของการถ่ายมาโครผมคิดว่าไม่ได้อยู่ที่ตัวกล้องมากนัก มันอยู่ที่เลนส์และระยะยืดของเลนส์ เลนสำหรับถ่ายมาโครจะต้องยืดได้ยาวกว่าปกติด้วย ซึ่งเลนส์พิเศษเหล่านั้นที่ถูกสร้างมาเพื่อถ่ายมาโคร ก็จะนำมาใช้ถ่ายทั่วไปได้ไม่ค่อยสุดนัก

เพราะค่ารูปรับแสงจะไม่ต่ำจนถึงที่สุด

จะได้แค่ระดับเลนส์ซูมเท่านั้น นี่แหละเจ้าเลนส์มาโครจึงต้องมีคนอยากเอาไปถ่ายมาโครจริงๆถึงจะซื้อมันไป มันจึงเกิดเป็นโหมดมาโครในกล้อง Compact ซะมากกว่า แล้วก็ทำได้ดีอย่างมากอีกด้วย ประมาณว่าซื้อตัวเดียว ถ่ายได้ทุกอย่างไม่เหมือนกล้องเปลี่ยนเลนส์ที่ซื้อมาแล้วต้องซื้อเลนส์ที่เหมาะกับงานแต่ละประเภท แต่ก็ไปได้สุดมากกว่าอะนะ แล้วแต่คนจะเลือกมองกันไป หัวใจอยู่ที่เลนส์ที่จะต้องทำให้ภาพนั้นใกล้ และ ชัด นั้นแหละ เรียกว่าการถ่ายมาโคร

โหมดนี้ถ้าคนไม่ได้ทำเป็นอาชีพก็คงเรียกว่าเอามาถ่ายเล่นกันซะมากกว่า แต่ก็มีมืออาชีพหลายคนเอาไปประยุคเป็นการถ่าย Macro Portrait บ้าง ซึ่งก็ต้องโคลสอัพมากๆเช่นกัน การที่เราโฟกัสอะไรที่ใกล้มากๆ แน่นอนว่ารายละเอียดก็สูงมากขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา นั้นทำให้การถ่ายด้วยโหมดนี้ต้องระมัดระวังเรืองรายละเอียดด้านตำหนิด้วย

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén