Category: ศิลปะ Page 1 of 2

ความกดดันสำหรับการเป็นศิลปิน

หลายคนอาจจะเข้าใจว่าการเป็นศิลปินนั้นมักจะเน้นไปในงานการสร้างสรรค์และศิลปินก็สามารถที่จะสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้อยู่เสมอเพราะคนเหล่านี้นั้นมักจะมีพรสวรรค์ในด้านการสร้างสรรค์และจินตนาการที่ดีมาอยู่แล้วแต่ความเป็นจริงแล้วนั้นเมื่อเดินทางสายอาชีพการเป็นศิลปินก็ล้วนจะต้องเจอกับความกดดัน

และอุปสรรคในการทำงานเช่นเดียวกับการทำงานประเภทอื่นแต่ความกดดันนั้นก็จะมีความแตกต่างจากงานประเภทอื่นๆออกไปนั่นเอง ซึ่งแตกต่างน้อยหรือมากก็ขึ้นอยู่กับประเภทและผลงานศิลปะนั้นๆด้วยและก็ขึ้นอยู่กับความยากและง่ายของการสร้างสรรค์ผลงานเหล่านั้น

หากจะพูดถึงความกดดันหลักๆสำหรับการเป็นศิลปินแล้วนั้นก็อาจจะเป้นในเรื่องของการสร้างสรรค์ผลงานเพราะในการสร้างสรรค์ผลงานนั้นศิลปินบางคนอาจจำต้องใช้สิ่งต่างๆช่วยในเรื่องการสร้างสรรค์ให้ได้มาซึ่งศิลปะเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพจิตใจของศิลปิน ความคิดจินตนาการ อารมณ์รวมทั้งความรู้สึกและในบางครั้งสภาพแวดล้อมก็มีผลต่อการสร้างสรรค์ผลงานเช่นกัน

ก็ถือว่าเป็นความกดดันที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้และแน่นอนว่าศิลปินทุกคนจะต้องเผชิญและรับมือกับความกดดันเหล่านี้ให้ได้ เพราะสิ่งนี้ถือว่าเป็นความกดดันที่เป็นสิ่งที่ในบางครั้งควบคุมได้และในบางครั้งก็ไม่อาจจะควบคุมได้นั่นเอง ศิลปินหลายคนจึงต้องใช้เวลาอยู่กับตัวเองเป็นส่วนใหญ่เพื่อทำความเข้าใจกับความกดดันหรือสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น

ความกดดันในการทำงาน การแสดงผลงาน ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วนั้นหากมองทุกสิ่งเป็นศิลปะ การสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไม่ถูกจำกันและมีระยะเวลาที่ไม่ตายตัวและเร่งรีบว่าศิลปินคนนี้จะต้องสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้เสร็จในระยะเวลาเท่านี้ แต่เมื่อเมื่อเป็นศิลปินเต็มตัวแล้วนั้นในบางครั้งก็อาจจะเกิดความกดดันในลักษณะนี้ได้ หากเป็นศิลปินที่ต้องการจะพรีเซนต์ผลงานหรือมีการจัดนิทรรศการบ่อยๆที่จำเป็นจะต้องสร้างสรรค์ผลงานออกมาก็เป้นความกดดันอย่างมากในเส้นทางของสายอาชีพศิลปิน

ความกดดันในความสำเร็จ การเป็นศิลปินนั้นสิ่งที่จะทำให้เรานั้นเป็นที่ยอมรับหรือเป็นศิลปินที่ทุกคนรู้จักได้นั้นก็จะต้องเป็นศิลปินที่มีความสามารถในด้านการสร้างสรรค์และเป็นศิลปินที่มีความแตกต่างออกไปจากศิลปินคนอื่นๆอย่างมากโดยเฉพาะศิลปินที่สร้างสรรค์ศิลปะแบบสวนกระแสถือว่าเป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับอย่างแน่นอนแต่การที่จะทำอย่างนี้ได้นั้น

บางครั้งศิลปินก็อาจจะต้องอาศัยและพึ่งพาในเรื่องของโอกาสในบางครั้งสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ก็ไม่อาจจะไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ชมหรือคนภายนอกเนื่องจากขาดโอกาสนั่นเองทำให้บางครั้งความกดดันที่กเดขึ้นกับศิลปินอีกหนึ่งอย่างก้คือความกดดันในการประสบความสำเร็จในเส้นทางศิลปินนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  gclub online ผ่านเว็บ

The Creation of Adam ผลงานของ Michelangelo

แม้ว่าจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่นิยมวาดภาพรูปแบบ Creation of Adam แต่ว่าอาจจะไม่เป็นผลงานที่โด่งดังสักเท่าไหร่ แม้จะใช้ชื่อภาพแบบเดียวกันกับผลงานของ Michelangelo ผลงานของ ไมเคิล ภายใต้คอนเซ็ปต์นี้ ซึ่งถูกตีความหมายแล้วก็สรรเสริญมากมายจากผู้คนทั่วไป โดยภาพนี้ไมเคิลได้เขียนไว้ที่ Sistine Chapel 

เป็นที่ทราบดีแล้วว่า ในสมัยเรอเนสซองส์ผู้คนที่สร้างสรรค์งานศิลปะโดยส่วนมากจะเป็นที่รู้จักได้ควรมีความเก่งกาจมากแบบสะดุดตา ด้วยเหตุว่าตอนนั้นเป็นสมัยที่งานศิลป์กำลังฟื้นฟู ยิ่งถ้าหากได้เป็นคนโปรดของสันตะปาปาด้วยแล้วยิ่งยืนยันได้ว่า ผู้นั้นเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในงานศิลป์จริงๆ 

สำหรับ Michelangelo นั้นถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักสร้างสรรค์ผลงานศิลป์ด้านจิตรกรรมตั้งแต่แรก แต่เพราะว่าเขาเป็นผู้ที่มีความเข้าใจมากมายในด้านนี้ อีกทั้งในด้านสลักและก็สถาปัตยกรรมเขานั้นทำได้ดีกว่าใครๆ เขาก็เลยสามารถที่จะประดิษฐ์ผลงานที่ได้รับมอบหมายจากสันตะปาปาจูเลียสลำดับที่สองได้อย่างยอดเยี่ยม และผลงานที่เด่นที่สุด ดีที่สุดของเขา ก็คือ The Creation of Adam 

โดยเขานั้นได้รับแรงจูงใจจากภาพคอนเซ็ปต์เดียวกันที่มีชื่อว่า Ghiberti ที่เขียนไว้บนประตูสวรรค์ในกรุงฟลอเรนซ์ ภาพที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นผลงานชิ้นสุดยอดของสุดยอด โดยผลงาน The Creation of Adam เป็นภาพที่มีผู้ชายสองที่มีลักษณะตรงกันข้ามกัน ชายคนหนึ่ง คือ อดัม จากภาพอจะอยู่ทางซ้าย มีร่างกายที่แข็งแรงใหญ่โต

แต่พบว่ากำลังซึมเศร้าอยู่ และชายอีกคนที่เป็นดังพระผู้เป็นเจ้าเป็นชายแก่จากพบจะอยู่ทางขวา โดยชายแก่คนนี้มีความว่องไวคล่องแคล่วและฮึกเหิม โดยรอบตัวมีบุคคลจำนวนมากกำลังเกาะเกี่ยวเขาอยู่ แต่ชายแก่คนนี้กับยังคงเหาะเหินได้ปกติ สะท้อนให้เห็นว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหนอิทธิฤทธิ์มากเพียงใด และท่านยังทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสุดๆ ถึงขนาดที่สามารถให้ทวยเทพได้เกาะตามลำตัวไปไหนมาไหนด้วยได้  

นอกจากนี้ด้วยพลังของภาพที่คนส่วนมากรับรู้ได้ เมื่อไปชมภาพในสถานที่จริง คือ จะรู้สึกว่าช่องว่างระหว่างนิ้วที่พระผู้เป็นเจ้าส่งพลังของท่านผ่านนิ้วไปสู่อดัม ให้ตื่นจากฝันได้ ช่างเป็นสิ่งที่เห็นแล้วน่าพิศวงยิ่งนัก

เนื่องมาจาก Michelangelo เป็นนักแสดงที่เกิดในสมัยที่วิทยาศาสตร์เริ่มมีความเจริญรุ่งเรือง แต่ว่าศาสนจักรยังคงมีอำนาจแล้วก็มีอิทธิพลมากมาย คนส่วนมากก็เลยมั่นใจว่าผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลป์ในยุคนี้คงจะลึกลับซับซ้อนพยายามซ่อนเงื่อนงำด้านวิทยาศาสตร์ไว้ภายในภาพแน่นอน 

ถึงแม้ว่าไมเคิลจะไม่ได้เป็นผู้ที่ถนัดในด้านการวาดภาพจิตกรรมมาก่อนแต่เขาเองสามารถสร้างผลงานนี้ให้เสร็จได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ และเขายังสามารถสร้างสรรค์ออกมาได้ดีมากๆ อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย    sagame

ศิลปะการแสดงไทย

ศิลปะการแสดงเป็นสิ่งที่เรามักเห็นได้จากละครโทรทัศน์ ละครเวที ภาพยนตร์ ซีรี่ส์ ซิทคอม และเราจะสามารถเห็นศิลปะการแสดงเหล่านี้ได้จากนักแสดงที่ถ่ายทอดบทบาทของตัวละครที่ตัวเองได้รับออกมา ไม่ว่าจะเป็นบทนางเอก บทพระเอก บทนางร้าย บทพระรอง บทนางรอง เป็นต้น ซึ่งบทบาทเหล่านี้เป็นเพียงบทบาทสมมุติที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงในการรับชม

คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าศิลปะการแสดงเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับการแสดงและนักแสดงเท่านั้น แต่ความจริงแล้วนั้นศิลปะการแสดงคือศิลปะแขนงหนึ่ง ที่รวบรวมการแสดงต่างๆเอาไว้ นอกจากละคร ภาพยนตร์ที่เราทราบกันแล้ว การเล่นดนตรี การเต้น นาฏศิลป์ไทย

ก็ล้วนเป็นศิลปะการแสดงด้วย เพราะมีการแสดงออกถึงศาสตร์และศิลป์ผ่านอารมณ์ ความรู้สึก เหมือนกัน ศิลปะการแสดงจึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดความคิด อารมณ์ ความรู้สึกของบทบาทนักแสดงออกมาผ่านการแสดงเหล่านั้นทั้งหมด

ศิลปะการแสดง จึงหมายถึงการแสดงละคร การแสดงดนตรี การรำ หรือการเต้น โดยไม่จำเป็นที่การแสดงเหล่านั้นจะต้องไปตามแบบแผน ขนบธรรมเนียมประเพณี  เพราะศิลปะเป็นศาสตร์ที่ไม่มีวันตายตัว อาจเกิดการประยุกต์ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้เสมอจุดประสงค์ของศิลปะการแสดงก็เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสวยงามและเพื่อความบันเทิงแก่ผู้ที่รับชม  

ศิลปะการแสดงในประเทศไทยมีมาอย่างยาวนาน เดิมทีอาจจะเป็นการแสดงพื้นบ้านที่มีความแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น และได้มีประยุกต์ พัฒนาศิลปะการแสดงให้มีความทันสมัย เข้ากับสังคมไปเรื่อยๆมาจนถึงปัจจุบัน 

ศิลปะการแสดงในประเทศไทยมีดังนี้

-ดนตรีพื้นบ้าน

การละเล่นดนตรีที่ชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่นจะมีเครื่องดนตรีและการละเล่นดนตรีที่แตกต่างกันไป อย่างภาคอีสานก็จะมีการเป่าแคนเป็นเอกลักษณ์ เป็นต้น การเล่นดนตรีนอกจากจะเป็นการสร้างความสนุก ผ่อนคลายให้กับชาวบ้านในท้องที่แล้วยังเป็นการส่งเสริม อนุรักษ์วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ในท้องถิ่น 

-ละคร

การแสดงบทบาทสมมุติ โดยอิงจากบทประพันธ์ละครหรือแม้กระทั่งบทประพันธ์นิยาย จะมีการเล่าเรื่องราวเป็นตอนๆ ซึ่งผู้แสดงจะต้องถ่ายทอดออกมาเป็นสีหน้า ท่าทาง อารมณ์ ความรู้สึก รวมถึงการรำ การร้องเพลงด้วย ซึ่งละครก็มีให้เราเห็นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ ละครเวที เป็นต้น

-โขน

การแสดงที่มีการรำ การเต้นและการออกท่าทางโดยมีดนตรีไทยบรรเลงประกอบการแสดงไปด้วย  โขนถือว่าเป็นการแสดงชั้นสูงที่มีมาอย่างยาวนาน เรื่องที่จะใช้แสดงจะเป็นเรื่องในวรรณคดีไทย มีการแสดงตัวพระ ตัวลิง ตัวยักษ์เสมอ 

-ลำตัด

การแสดงที่มีการเชือดเฉือน โต้วาทีกันโดยผ่านการขับร้องกลอนให้เข้าจังหวะกับดนตรีไทย ลำตัดเหมือนเป็นการแสดงประชันฝีปากของผู้ร้องที่แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย อีกทั้งยังมีลูกเล่นลูกหยอดในการจีบสาว เป็นการแสดงที่สร้างความสนุกสนาน ตลกขบขันแก่ผู้รับชมเสมอ

-หมอลำ

การแสดงพื้นบ้านของชาวอีสาน เน้นการขับร้องเพลง ขับกลอนอีสาน โดยเนื้อเรื่องที่นำมาขับร้องมักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวรรณคดี นิทานพื้นบ้านของชาวอีสานเอง

-ลิเก

การแสดงที่มีการผสมผสานระหว่างการร้อง การรำ และการแสดงบทบาทสมมุติ โดยมีการบรรเลงดนตรีไทยประกอบการแสดง ลิเกจะมีเอกลักษณ์ที่เครื่องแต่งกาย ดนตรีไทยและการแสดง  

-ขับร้อง

การแสดงโดยการขับร้องให้เข้ากับทำนองและจังหวะเพลง  

-หุ่น

การแสดงเชิดหุ่น โดยมีคนเป็นผู้บังคับหุ่นให้แสดงไปตามบท ตามเรื่องราวที่ถูกพากย์ 

-รองเง็ง

การแสดงของชาวใต้ ที่มีการเต้นรำระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ระหว่างที่เต้นจะมาการขับร้องเพลงไปด้วย

-โนรา หรือ มโนราห์ 

การแสดงที่นิยมกันภาคใต้ การจะเป็นการแสดงที่ผสมผสานระหว่างการร่ายรำ การร้อง และบทพูดคุย

ศิลปะการแสดงของไทยค่อนข้างมีเอกลักษณ์และความสวยงาม สร้างความบันเทิง  สร้างอาชีพให้แก่ผู้ที่แสดงได้ด้วย หากไม่รู้จะหากิจกรรมอะไรทำในเวลาว่าง การไปดูศิลปะการแสดงแขนงต่างๆก็น่าทำไม่น้อย และไม่ว่าจะเป็นการแสดงแบบใดก็สามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมได้อย่างไม่รู้ลืม

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    sexybaccarat

ประวัติของสืบนาคะเสถียร

         สำหรับเรื่องราวของชายที่ชื่อว่าสืบนาคะเสถียรนั้นเขาเป็นคนดังที่มีชื่อเสียงอย่างมากในยุค 90 โดยในครั้งนั้นประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของผู้มีอิทธิพลมักจะลักลอบเข้าไปตัดไม้ทำลายป่าและสืบนาคะเสถียรเองก็เป็นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ที่ดูแลป่าไม้ในอุทยานแห่งหนึ่งเขาเป็นหัวหน้าอยู่ในอุทยานแห่งชาติซึ่งจะมีหน้าที่ดูแลรักษาป่าไม้พร้อมกับดูแลสัตว์ป่าที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติและชายที่ชื่อว่าสืบนาคะเสถียรนี้

เป็นชายที่รักในอุดมการณ์ของตนเองรักในอาชีพของตนเองปฏิบัติตัวอย่างดีออกลาดตระเวนในทุกๆวันเพื่อไม่ให้ใครหรือผู้มีอิทธิพลคนไหนเข้ามาตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์ในพื้นที่ที่เขาดูแลและปกครองอยู่ซึ่งการปฏิบัติงานอย่างเที่ยงตรงของเขานี่เองสร้างความขัดใจและไปขัดผลประโยชน์ให้แก่ทุกคนมากมายหลายกลุ่มจนในที่สุดแล้วชีวิตของสืบนาคะเสถียรก็ต้องจบลงจากการที่เขานั้นถูกลอบฆ่าเหตุเพราะว่าเขาเข้าไปขัดขวางผู้มีอิทธิพลกลุ่มหนึ่งที่กำลังต้องการที่จะเข้ามาตัดไม้

        สำหรับความดีของสืบนาคะเสถียรนั้น แต่เดิมเขาเป็นนักวิชาการแต่ด้วยการที่เขานั้นรักธรรมชาติรักต้นไม้และสัตว์ป่าเขาจึงได้เปลี่ยนตนเองหลักการที่เป็นนักวิชาการมาเป็นนักอนุรักษ์และแน่นอนว่าเขาไม่ได้ดูแลเฉพาะสัตว์ป่าและต้นไม้ในพื้นที่เขาดูแลเท่านั้นเขายังออกมาเป็นหัวหน้าเกี่ยวกับเรื่องของการต่อต้านการคัดค้านการสร้างเขื่อน เฉพาะเขื่อนที่บริเวณทุ่งใหญ่นเรศวร

ซึ่งในขณะนั้นมีการออกมาพูดถึงการกระทำเขื่อนแถวจังหวัดกาญจนบุรีแต่ทางด้านสืบนาคะเสถียรเองก็ออกมาต่อต้านเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างรุนแรงมากและจากการต่อต้านนี้เองที่ทำให้ในที่สุดแล้วการสร้างเขื่อนที่จังหวัดกาญจนบุรีก็ถูกระงับล้มเลิกไม่ต้องสร้างและสิ่งที่ทำให้สืบนาคะเสถียรต้องเสียชีวิตลงเพราะว่าเขาได้ไปทำงานที่ห้วยขาแข้ง

ซึ่งที่นี่มีกลุ่มนายทุนที่มีผู้อิทธิพลกำลังตัดไม้ทำลายป่าและยังมีพวกข้าราชการหลายคนที่ทุจริตซึ่งสืบรู้เรื่องนี้เข้าก็เข้ามาต่อต้าน โดยสืบนาคะเสถียรพยายามที่จะเข้าหาชาวบ้านและช่วยสอนให้ชาวบ้านรู้ถึงประโยชน์ของป่าไม้และสัตว์ป่าแต่ในครั้งนั้นไม่มีใครสนใจที่จะร่วมมือในการพัฒนาป่าไม้ของสืบเลยเพราะทุกคนกลัวกลุ่มผู้มีอิทธิพลซึ่งสุดท้ายแล้วในที่สุดสืบนาคะเสถียรก็จบชีวิตตนเอง

โดยเขาใช้ปืนยิงตนเองตายอยู่ในป่าซึ่งวันที่เขาตายนั้นตรงกับวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 และนับตั้งแต่สืบนาคะเสถียรเสียชีวิตลงก็ทำให้ผู้คนเริ่มหันมาสนใจการอนุรักษ์ป่าไม้และการอนุรักษ์สัตว์ป่ากันมากขึ้น

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ๊กซี่บาคาร่าเกมส์66

ศิลปะและความงดงาม

การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆไม่ว่าจะเป็นยุคคลาสสิค ยุคโรมัน ยุคกรีก อยู่ตอนนี้มีการพัฒนางานค่อนข้างเยอะทุกคนต่างมีความต้องการในการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตหรือว่า วิถีชีวิตของผู้คนใน โดยเฉพาะการเจริญรุ่งเรืองของเมืองโดยเฉพาะเมืองที่มีความใหญ่โตหรือแม้จะเป็นอำนาจทางการทหารที่รักข้างเดียวก็จะไปรุกรานในเมืองอื่น

นี่เองจะเป็นส่วนสำคัญที่เมื่อไปรุกรานแล้วก็จะนำวัฒนธรรมของตัวเองไปเผยแพร่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาษา วัฒนธรรมการใช้ชีวิต หรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่งานศิลปะเป็นสิ่งที่ผู้คนสามารถเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้นหรือการส่งต่อได้ง่ายมากยิ่งขึ้นการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆหรือวัฒนธรรมต่างๆ

เนื่องด้วยสุนทรียภาพแห่งการทำงานต่างๆวัฒนธรรม จึงมีความจำเป็นจะต้องมีการส่งต่อการประยุกต์งานต่างๆ เนื่องด้วยการพัฒนางานหรือแม้จะเป็นการถ่ายทอดรูปแบบในการทำงานโดยเฉพาะปฏิมากรรม ที่แสดงถึงความเชื่อศรัทธารวมทั้งศาสนาต่างๆ การทำสงครามไม่ใช่มีเพียงแต่เมืองต่างๆซึ่งการรุกรานสถานที่ต่างๆเพียงเท่านั้น

รวมไปถึงยุคสมัยของ Dark Age ที่ซึ่งเป็นยุคที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการศิลปะที่เปลี่ยนวงการศิลปะอย่างสิ้นเชิงผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับงานศิลปะที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาที่ค่อนข้างเยอะ ยุคนั้นเป็นยุคที่ผู้คนมีการทำสงครามศาสนาค่อนข้างมาก 

นี่จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะฝากคือการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตของจิตรกร เป็นการบอกเล่า เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ตามที่จะเป็นความงดงามอีกหนึ่งอย่างที่เป็นส่วนสำคัญจะมาถึงในยุคปัจจุบันยังมีการศึกษาเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ การส่งต่อเรื่องราวมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาให้ผู้คนต่างๆมีแนวคิดหรือมีทัศนคติที่ตรงกัน โดยเฉพาะเรื่องราวความเชื่อศาสนาต่างๆในยุคสมัยก่อนเป็นยุคที่มีความยิ่งใหญ่หรือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่เมื่อผู้คนมีความคิดเห็นต่างกัน

ก็สามารถทำลายกันได้ นี่คือประสบการณ์ที่ศิลปะได้เข้ามาเป็นสื่อกลางระหว่างศาสนากับผู้คน ให้ผู้คนมีแนวคิดหรือทัศนคติที่ตรงกันอย่างไรก็ตามที่จะเป็นสำคัญการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโครงสร้างในการสื่อสารต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาให้ตรงกับยุคสมัยหรือการพัฒนางานต่างๆ

การเปลี่ยนแปลงงานอากาศวันนี้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาผู้คนมีความต้องการในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในงานหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงาน

หากมองให้ดีๆในยุคปัจจุบันศิลปะต่างๆก็มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัยค่อนข้างเยอะ เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆคณะสังคมเหตุการณ์เศรษฐกิจ การเมือง เรื่องราวต่างๆแนวคิดต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นศาสนาในยุคปัจจุบันก็ยังมีเห็นอยู่ว่า บุคคลมีความต้องการในการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ หรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงการแสดงความคิดเห็นก็เป็นอีกหนึ่งสิ นี่คือความงดงามของงานศิลปะที่ไม่อาจประเมินค่าได้นั่นคือความคิดของผู้คน 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลองเล่น

ยุคหินคือจุดเริ่มต้นของการทำงานศิลปะ 

ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดของผู้คนหรือมีการสืบค้นที่เก่าที่สุดและคือยุคหิน เห็นเป็นหนึ่งยุคที่ถูกจำแนกได้ว่าเป็นยุคแห่งศิลปะไม่ว่าจะเป็นการพัฒนางานต่างปฏิมากรรมร่องรอยการดำรงชีวิตของผู้คนแตกต่าง ผู้คนในแต่ละยุคสมัยก็มีลักษณะเครื่องไม้เครื่องมือในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันความเชื่อถือศรัทธาต่างๆเกี่ยวกับศาสนาก็มีความแตกต่างกัน นี่คือทำให้มนุษย์ยุคหินเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งช่วยผู้คนมีการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆหรือรับรู้ได้ว่าผู้คนในยุคต่างๆในการใช้ชีวิตอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยในการใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆในการนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงลักษณะในการใช้ชีวิตของผู้คนช่วยให้มนุษย์มีการสืบค้นหรือมีการพัฒนาความรู้ที่ดีมากขึ้น ยังไงก็ทำยุคหินคือยุคที่มีจุดเริ่มต้นของการทำงานศิลปะหรือยุคที่เก่าที่สุดของการค้นหางานศิลปะ เก่าที่สุดของยุคหินก็คือ 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นยุคหินเก่าเป็นยุคที่มนุษย์เริ่มมีการนำหินต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นของมีคม

กระดูกสัตว์ต่างๆก็มาทำงานศิลปะ โดยนักวิชาการหลายๆคนที่สืบค้นเรื่องราวต่างๆมีความคิดว่างานศิลปะต่างๆเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ เพราะมนุษย์ในยุคนั้นมีความต้องการในการเขียนการจารึกอักษรต่างๆในการประดิษฐ์ทำการสร้างสรรค์ต่างๆของมนุษย์ต่างๆเหล่านี้ก็ช่วยให้สร้างสรรค์เกี่ยวงานศิลปะสิ้น

สมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือแม้แต่จะเป็นยุคที่มีการค้นพบเรื่องราวต่างๆในยุคอดีต บุคคลอากาศมีความสนใจในการเข้ามาและสันนิษฐานว่ามนุษย์มีลักษณะที่สำคัญของยุคหินได้คือการที่มีความสามารถในการระบายสีหรือการเขียนภาพต่างๆลวดลายต่างๆเกิดขึ้นบนดินเหนียว ถึงอย่างไรก็ตามผู้คนให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกเรื่องราวต่างๆ

หรือแม้แต่จะเป็นความเข้าใจเกี่ยวงานศิลปะในยุคต่างๆของมนุษย์ที่มีความเชื่อถือความต้องการทนายต่างแล้วจะช่วยให้มีการพัฒนารูปแบบงานหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบของการทำงานยุคต่างๆที่เพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคหินต่างๆเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานศิลปะ หินได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ยุคใหญ่ๆ

ก็คือ ยุคหินเก่า ยุคหินใหม่ ยุคหินกลาง ยุคหินเก่านี้มีเวลามากกว่า 30,000 ถึง 10,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งถือว่าเป็นยุคที่เก่าแก่ของมนุษย์เริ่มมีการใช้รูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือแม้แต่จะเข้ามาทำงานศิลปะทั้งสิ้น

การเปลี่ยนแปลงของยุคต่างๆเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนมีความเข้าใจในยุคนั้นได้มากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการสืบค้นข้อมูลต่างๆบันทึกเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดของผู้คน การเปลี่ยนแปลงของผู้คน ไม่มีการสันนิษฐานว่าผู้คนมักจะมีการนำเรื่องราวต่างๆเข้ามาเขียนหรือการจดบันทึกในฝั่งกำแพงหรือการใช้ดินเหนียวในการทำงาน เรียนศิลปะประเภทนูนต่ำหรือการลอยตัว มนุษย์ในยุคนั้นมีความสามารถในการเริ่มจดบันทึกหรือเริ่มมีแนวคิดต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่า บิกินี่ ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ประติมากรรมและงานศิลปะในกลุ่มเมโสโปเตเมีย 

เมโสโปเตเมียเป็นหนึ่งยุคที่มีความสำคัญอย่างยิ่งประเทศเมโสโปเตเมียหรือว่าดินแดนที่มีแม่น้ำไทกริส และยูเฟรติส ยุคนี้เป็นยุคที่เมโสโปเตเมียมีความยิ่งใหญ่อย่างมากในยุคหลังนี้ไม่ทราบว่าที่เมียคือหนึ่งในประเทศของซีเรียและอิรักในช่วงเวลาระยะการเจริญเติบโตและสังคมต่างๆและพัฒนา ถิ่นฐานการส่งต่อเรื่องราวต่างๆในการเข้าหน้างานต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอผู้คนในยุคนี้มีการส่งต่อเรื่องราวต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประติมากรรมภาพวาดหรือแม้แต่จะเป็นรสนิยมในการใช้ชีวิตของผู้คน อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยมีการพัฒนาความเป็นอยู่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ส่งผลต่อการสถาปนาสิ้นยุคสมัยต่างๆที่ผู้คนในการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆในการใช้ชีวิตต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อุดมสมบูรณ์ทางอุปกรณ์ต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการใช้สื่อต่างๆเข้ามาทำงานยุคสมัยต่างๆมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการติดต่อสื่อสารและการใช้ชีวิต

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เราสามารถรับรู้เรื่องราวต่างๆได้มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของระบบเทคโนโลยีแบ่งตามหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของรูปแบบการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจึงทำให้ในยุคปัจจุบัน สามารถศึกษาเกี่ยวกับยุคสมัยของการทำงานศิลปะใดทั้งสิ้นจึงแสดงให้เห็นว่ายุคเมโสโปเตเมียเป็นยุคที่มีความสำคัญต่อการทำงานอย่างยิ่ง ผู้คนไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประติมากรรมนูนสูง 100 ตัวนูน หรือแม้แต่จะเป็นงานประติมากรรมที่มีความโดดเด่นอย่างไร 

ผู้คนต่างๆในแต่ละยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานหรือแม้จะเป็นการสร้างประติมากรรมรูปนูนต่างที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น การใช้รูปทรงต่างๆของมนุษย์เข้ามาทำงานได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในยุคของเมโสโปเตเมียที่นำรูปคนรูปภาพชัดหรือ เป็นรูปการแกะสลักต่างๆโดยใช้หิน ว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างนี้

ที่มีการพัฒนางานศิลปะที่ดีมากยิ่งขึ้นผู้คนส่วนใหญ่มีการพัฒนาการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการใช้สีน้ำตาลธรรมชาติมาทำงานลักษณะในการดำรงชีวิตหรือกิจกรรมต่างๆรูปทรงต่างๆการออกแบบท่าทางต่างของยุคเมโสโปเตเมีย มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการทำงานศิลปะการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยหรือแม้แต่จะเป็นการต่อสู้ต่างๆก็ถูกบันทึกไว้ในงานศิลปะทั้งสิ้น ศิลปะคือสิ่งที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยผู้คนมีการรับรู้เรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิต

โดยเฉพาะผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีการศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบในการใช้ชีวิตของยุคต่างๆยุคเมโสโปเตเมียก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีประติมากรรมหรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบในการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นสื่อความหมายต่างๆในงานศิลปะ งานศิลปะต่างๆ

คือสิ่งที่กล่อมเกลาจิตใจมนุษย์หรือแม้จะเป็นการเพิ่มสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตผู้คนในยุคปัจจุบันก็มีการเรียนรู้รูปแบบในการทำงานศิลปะต่างๆเพื่อนำมาประยุกต์หรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงาน 

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ความเป็นมาของงานศิลปะ 

งานศิลปะคืองานที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อกล่อมเกลาจิตใจมนุษย์ เป็นเวลาอันยาวนานที่มนุษย์เริ่มสร้างสรรค์ผลงานไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมรูปวาด หรือศิลปินอื่นอีกมากมายเพื่อที่จะเข้าถึงความคิดจากการถ่ายทอดงานศิลปะไม่ว่าจะเป็นการทำด้วยสุนทรียภาพ เทคนิคการทำงานต่างๆที่ต้องผ่านการฝึกฝนการเรียนรู้หรือแม้จะเป็นแนวคิดในงานต่างๆ อย่างที่รู้กันว่าศิลปะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเรื่องราวทางการเมืองเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ความคิดของจิตรกรและผู้ที่ทำงานศิลปะต่างๆจึงทำให้มีงานศิลปะมากมายถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนได้เสพในส่วนของสุนทรียภาพและการพัฒนารูปแบบชีวิตของผู้คน อย่างไรก็ทำงานศิลปะยังผูกระบายบอกเล่าเรื่องราวแถมยังมีการเขียนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ในยุคปัจจุบัน

ก็ยังมีการศึกษาอยู่อย่างมากในยุคต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่การใช้อุปกรณ์ธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นเลือดสัตว์กระดูกหินต่างๆ สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกนำมาทำเป็นงานศิลปะที่หลากหลายไปในยุคเริ่มต้นยุคของที่ยังไม่มีอุปกรณ์ในการทำงานศิลปะต่างๆ งานศิลปะบนฝากำแพงในถ้ำเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่ามนุษย์เริ่มมีการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆผ่านงานศิลปะมากมายในฝั่งกำแพง

นั่นมาจากภาวะมนุษย์มีความเกรงกลัวหวาดกลัวเรื่องราวต่างๆ จึงทำให้มีความจำเป็นจะต้องมีการพึ่งพาสิ่งต่างๆพระเจ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจผู้คนต่างๆผู้คนจึงสร้างสรรค์ผลงานบอกเล่าเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับวรรณคดีร้อยเรื่องราวไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร รูปภาพวาด งานเขียน สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกผลิตออกมามากมายด้วยความเจริญความเสื่อมของผู้คนต่างๆจึงมีงานศิลปะที่หลากหลายมาเพราะว่าแนวคิดของผู้คนต่างๆมีความแตกต่างกันอยู่เสมอนี่จึงทำให้ งานศิลปะแต่ละยุคแต่ละสมัยหรือว่าแต่ละสถานที่มีลักษณะที่ไม่คล้ายคลึงกันมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

มนุษย์ในแต่ละวันก็มีเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นความคิดหรือว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ยุคสมัยต่างๆก็มีการเปลี่ยนแปลงของงานศิลปะเช่นเดียวกันเพราะจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาตลอดเวลาให้สามารถเข้าถึงผู้คนในยุคนั้นๆได้ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของ 2 มิติ 3 มิติ รูปปั้นต่างๆก็เป็นอีกหนึ่งในนั้นที่ช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงงานศิลปะต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงจึงทำให้งานศิลปะมีการพัฒนาเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามปฏิมากรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดออกมาอยู่ชนหลัง ศิลปะเป็นงานวิจิตรศิลป์งานแกะสลักหรืองานโลหะต่างๆก็เป็นงานศิลปะที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง บนโลกใบนี้ทุกๆสถานที่ก็มีงานศิลปะที่แตกต่างกันไป

หรือลักษณะงานที่ไม่เหมือนการนี้จึงทำให้ศิลปะต่างๆที่มีการพัฒนาตลอดเวลาแสดงให้เห็นถึงอารยธรรมลักษณะในการใช้ชีวิตด้วยความชื่นชอบของผู้คนต่างๆ สิ่งเหล่านี้เองที่มีการพัฒนาตลอดเวลาทำให้ผู้คนมีการพัฒนาคุณภาพของความเป็นอยู่จิตใจได้อยู่เสมอเพราะว่าสามารถศึกษาเรื่องราวต่างๆผ่านทางด้านศิลปะต่างๆ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

การใช้สีของยุคสมัยกรีกโบราณ 

เป็นชนชาติหรือชนเผ่าที่มีการทำงานศิลปะค่อนข้างเยอะ ที่เรียกว่าชนเผ่าอินโดยูโรเปียน หรือบางครั้งก็เรียกตัวเองว่า เฮเลนนิส ซึ่งเป็นชนชาติที่มีอารยธรรมที่ค่อนข้างเก่าหรือว่ามีความพัฒนาศูนย์สภาพอยู่ตลอดเวลาจุดเริ่มต้นของอารยธรรมที่เกิดขึ้นในตะวันตกนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลงานเกี่ยวกับชนชาติกรีกทั้งสิ้นนอกจากแสดงความสามารถและสติปัญญาของชนชาตินั้นๆก็ยังมีการสร้างสรรค์โดยยึดหลักเกณฑ์ในการพัฒนาการวิพากษ์เพื่อให้สอดคล้องกับทฤษฎีการทำงานต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นการแสดงถึงสติปัญญา ประวัติศาสตร์ ศาสนา หรือระบบการปกครองต่างก็มีการแสดงให้เห็นอยู่ในงาน 4 ภาคของกรีกหลายๆอันโดยเฉพาะในส่วนของพระผู้เป็นเจ้า หรือพระเจ้าต่างๆที่ถูกถ่ายทอดออกมาให้มีความสมส่วนและมีผลงานที่คล้ายคลึงกับมนุษย์มากที่สุด

อย่างไรก็ตามนี่เป็นชนชาติที่ถือว่ามีความสมบูรณ์ในการแสดงงานศิลปะให้มีความเหมือนมนุษย์มากที่สุดในการพัฒนาประติมากรรมรวมทั้งภาพเขียนต่างๆให้แสดงถึงมนุษย์ซึ่งมีร่างกายที่ถูกประทานมาจากพระเจ้า

แล้วยังมีการทำงานเกี่ยวกับพระเจ้าอีกมากมายเช่นประติมากรรมเหล่านี้ยึดหลักเกณฑ์ต่างๆทางกายวิภาคซึ่งสร้างความสมส่วนมากที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามชนชาติกรีกนี้ก็มีการจดบันทึกหรือเรื่องราวต่างๆโดยเฉพาะกรีกโบราณ ซึ่งการใช้สีของปีกนี้เป็นเอกลักษณ์อย่างมากส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับศาสนา แสดงตัวถือพระเจ้าแห่งประเพณีต่างๆและการใช้สีนี้ก็ถูกนิยมมาให้แสดงให้เห็นถึงแสงเงา

จัดแสดงภาพที่มีความแบนใช้สีที่ค่อนข้างสดใสหรือคนข้างๆจ้า ส่วนใหญ่งานศิลปะต่างๆเหล่านี้ที่อยู่บนกระดานปาปิรัส รวมทั้งยังมีการแสดงอยู่ในสุสาน ประเทศที่มีการใช้หนีบฝาโลง

หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของฟาโรห์ต่างๆก็มีการใช้งานศิลปะเพื่อแสดง โดยเฉพาะในสถานการณ์เหล่านี้ซึ่งเห็นได้ชัดว่าในยุคปัจจุบันนักประวัติศาสตร์ทางศิลปะได้มีการค้นคว้าหรือพัฒนาเศรษฐกิจแห่งนี้เพื่อเก็บรักษา การระบายสีของชาวกรีกนี้ค่อนข้างมีเอกลักษณ์

นึกว่าจะเป็นในส่วนของเครื่องปั้นหรือปฏิมากรรมน้ำต่างๆงานศิลปะโบราณต่างๆเหล่านี้จะเป็นงานที่เป็นสถาบันเห็นได้ชัดว่ากิจกรรมต่างๆบนฝาผนังหรือเครื่องปั้นดินเผาจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีเพียง 3 สีเท่านั้น

ได้ก็คือ สีขาว สีน้ำตาล และสีแดง มาพร้อมกับการเคลือบสีดำปฏิมากรรมต่างๆเหล่านี้เป็นการเรียนแบบภาพจริงนอกจากนั้นยังนิยมการใช้การฉาบเรียบบนงานปฏิบัติการทั้งสิ้นรวมทั้งยังมีประติมากรรมนูนสูงอีกด้วย

อย่างไรก็ตามในยุคกรีกโบราณนี้ก็มีการพัฒนาลักษณะของงานศิลปะค่อนข้างเยอะเพราะคนส่วนใหญ่จำเป็นจะต้องมีการจดบันทึกมีการผลิตรูปภาพหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของงานประติมากรรมต่างๆเพื่อแสดงให้เห็นถึงอารยธรรมของชนชาตินั้นๆ การเลือกใช้สีต่างๆเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็น 3 สีดังที่กล่าวมาเพื่อเลียนแบบให้เห็นของจริงและการควบคุมสิทธิง่ายที่สุด ของผู้คนและสภาพยังเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงอารยธรรมในยุคนั้นๆหรือแม้แต่จะเป็นการเมืองการปกครองรวมทั้งที่มีในส่วนของความเชื่อต่างๆ 

 

สนับสนุนโดย  ufabet

ศิลปะที่เกิดขึ้นในยุคหินใหม่

ศิลปะในยุคหินใหม่นั้นเกิดขึ้นหลังจากยุคหินเก่าและยุคหินกลางเป็นศิลปะที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 8,000ปี ก่อนคริสตกาล หือเรียกยุคนั้นว่า New Stone Age / Neolithic มนุษย์ในยุคนี้นั้นเป็นการปรับตัวและมีวิวัฒนการในด้านต่างๆที่สืบทอดมาจากมนุษย์ในยุคหินเก่าและมนุษย์ยุคหินกลาง มนุษย์ในยุคหินใหม่นั้นเริ่มมีการรู้จักการตั้งถิ่นฐานเพื่อเป็นสถานที่ในการอยู่ดำรงอาศัยเป็นหลักเป็นแหล่งแล้ว

โดยมีการแบ่งแยกออกเป็นแคว้นและดินแดนต่างๆ แต่ละแคว้นและดินแดนต่างๆนั้นก็จะมีการพัฒนาการในเรื่องของที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกันออกไปตามภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมต่างๆ 

ในแต่ละดินแดนก็เริ่มมีการแข่งขันในด้านการพัฒนาถิ่นฐานของตัวเองนั้นให้เจริญก้าวหน้าไปในทางที่ดี บางดินแดนบางแคว้นนั้นก็เริ่มมีการสร้างงาน ไม่ว่าจะเป็นการนำโลหะ ทองแดง และทองสำริด มาหลอมโดยการใช้ไฟที่มีการใช้กันมาตั้งแต่ในยุคหินกลางแล้ว มีการทำและใช้สิ่งเหล่านี้มาเป็นอาวุธเพื่อป้องกันตนเองรวมถึงเครื่องมือเครื่อใช้ที่สามารถอำนวยความสะดวกในการทำสิ่งต่างๆนั่นเอง

ยุคหินใหม่นั้นถือว่าเป็นช่วงที่มีการพัฒนาด้านศิลปะอย่างเต็มที่จากยุคที่ผ่านมา เพรราะคนในยุคหินใหม่นั้นเริ่มมีจินตนาการและความคิดมากกว่าในยุคก่อนๆ เพราะหลักฐานทางด้านศิลปะที่พบและคาดว่าเกิดในยุคหินใหม่นั้นก็คือเครื่อปั้นดินเผาที่พบเป็นส่วนใหย๋ โดยสิ่งเหล่านี้นั้นมีการสร้างสรรค์ลวดลาบขึ้นมานอกจากจะเป้นการใช้งานเครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้ในการทำสิ่งต่างๆแล้วคาดว่าการสร้างลวดลายนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสวยงามและอาจจะเป็นสิ่งที่แสดงคามเป็นเจ้าของของสิ่งของชิ้นนั้นก็ได้นั่นเอง โดยลวดลายส่วนใญ่นั้นก็จะเป็นการสร้างลวด่ายที่ง่ายๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นรูปร่างรูปทรงเลขาคณิต ไม่ว่าจะเป็นวงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยมเป็นต้น 

ผลงานการสร้างสรรค์ในยุคนั้นพบว่าเป็นจิตรกรรมที่มักจะประกฎอยู่ยนผลงานด้านประติมากรรมนั่นเอง และคาดว่าในยุคหินใหม่นั้นเริ่มมีความเชื่อทางด้านวิญาณต่างๆมากขึ้นและหลักฐานที่พบนั้นก็เป็นเครื่องใช้ที่มีลักษณะเป็นถ้วยชามที่ใส่เครื่องประดับต่างๆมีการสร้างลวดลายที่สวยงาม และส่วนมากสถานที่ที่พบเครื่องใช้ประเภทนี้นั้นมักจะถูกพบอยู่ข้างหลุมศพ หรือสถานที่ที่มีการทำพิธีกรรมต่างๆหล่านี้ ทำให้สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า คนยุคหินใหม่นั้นมีความเชื่อในเรื่องของโลกความเป็นและโลกความตายด้วยนั่นเอง

ไม่เพียงเท่านี้ ในยุคยุคใหม่นั้นมีการค้นพบการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ด้วยลักษณะหินที่เป็นแท่งใหญ่มากมาย ซึ่งการสร้างขึ้นมารนั้นมีการสันนิษฐานว่า การสร้างสถานที่ที่มีลักษณะเช่นนี้ขึ้นมาก็อาจจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ของคนในยุคนั้นหรืออาจจะสร้างขึ้นมาเพื่อการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นลานจัดกิจกกรมของคนในยุคนั้นและจำเป็นต้องมีการสร้างสัญลักษณืในการแสดงขอบเขตและพื้นที่อาศัยของคนแต่ละกลุ่มก็ได้ หรืออาจจะเป็นการสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อมช้เป็นเครื่องมือในทางทดลองหรือพิสูจน์อะไรบางอย่างทางดาราศาสตร์ก็ได้

 

สนับสนุนโดย  เซ๊กซี่บาค่าร่าเกมส์66

Page 1 of 2

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén