Category: ตำนาน

ตำนานตุ๊กตาเบ็กกี้

          สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับตุ๊กตาผีสิงนั้น เรามักจะได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาจากต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ ซึ่งหากเปรียบตุ๊กตาผีสิงหรือตุ๊กตาต้องคำสาปของคนต่างประเทศ ก็อาจจะเหมือนกับเรื่องราวของตุ๊กตากุมารทองบ้านเราดีดีนี่เอง แต่ตุ๊กตาที่เป็นตุ๊กตาผีสิงของต่างประเทศนั้นและเรื่องราวของตำนานตุ๊กตา ผีสิงนั้น เรามักจะได้เห็นตามสื่อออนไลน์หรือแม้แต่เป็นเรื่องเล่าขานต่อต่อกันมาก

ซึ่งแต่ละเรื่องของตุ๊กตาผีสิงนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นนานเกินไปเลย อย่างเรื่องราวตุ๊กตาผีสิงตัวล่าสุดที่จะนำมาเล่าให้ฟังต่อไปนี้เกิดขึ้นใน  ในปี 2015 นี้เอง ซึ่งเรื่องราวนี้คนที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวให้เราได้ฟังกันก็คือ  เจน  แฮรี่ ซึ่งเธอเป็นนักสืบเกี่ยวกับเรื่องราวลึกลับ เธอบอกว่าเธอได้รักตุ๊กตาหมาตัวหนึ่งโดยส่งมาจากคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งพวกเขานั้นบอกว่าตั้งแต่พวกเขาซื้อตุ๊กตาตัวนี้มาพวกเขาก็ต้องตัดร้ายมาโดยตลอด

ซึ่ง คู่สามีภรรยาพูดดังกล่าวยังไม่ได้บอกกับเจนแฮร์รี่ด้วยว่าก็เขาได้พยายามแก้ไขปัญหาก่อนหน้านั้นแล้วด้วยการเชิญนักรบและนักบวชมาช่วยปัดเป่าวิญญาณร้ายก็ไม่ได้ผลอะไรดีขึ้นมาเลย และนี่ คือสิ่งที่ทำให้คนทั้งคู่ตัดสินใจที่จะกำจัดตุ๊กตาตัวนี้ออกไปจากชีวิตเสียดีกว่านั่นก็คือการที่พวกเขานั้นได้สั่งตุ๊กตาตัวนี้มาให้กับเจน Harry นั่นเอง

ซึ่งสามีภรรยาที่เป็นเจ้าของตุ๊กตาได้บอกกับ เจน แฮรี่  ว่าตุ๊กตาตัวดังกล่าวนั้นมีชื่อด้วยโดยชื่อของมันก็คือเบ็กกี้นั่นเอง และเมื่อ เจน  แฮรี่ ได้ตุ๊กตาตัวนี้มาจะได้มีการเชิญคนส่งมาหลายคนเพื่อมาทำการพูดคุยกับตุ๊กตาเบ็กกี้ตัวนี้และทำให้พวกเขานั้นได้รู้จักตุ๊กตาตัวนี้ได้เป็นอย่างดีขึ้น โดยพวกเขาได้รู้ว่าตุ๊กตาเบ็กกี้นี้ตุ๊กตาที่มีวิญญาณร้ายสิงอยู่เป็นตุ๊กตาที่มีวิญญาณอาฆาตแค้น ซึ่งหากใครก็ตามที่ได้ตุ๊กตาตัวนี้ไปครอบครองคนที่อยู่ใกล้กับตุ๊กตาตัวนี้ก็จะมีอาการไม่สบายตัวปวดหัวเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเนื่องจากว่าเป็นผลมาจากแรงอาฆาตแค้นของตุ๊กตาเบ็กกี้นี้เอง

ซึ่งคนทรงเชื่อว่า ตุ๊กตาเบ็กกี้นั้น น่าจะถูกวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งสิงอยู่วิญญาณของหญิงสาวคนนั้นน่าจะเสียชีวิตจากการที่เธอป่วยด้วยอาการเจ็บแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก และเท่านั้นยังไม่พอเมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นภาพของตุ๊กตาของเป๊กกี้การทางโลกออนไลน์พวกเขาก็ต่างพูดกันว่าพวกเขาก็จะมีอาการปวดหัวแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออกเช่นเดียวกัน ปัจจุบันนี้เรื่องราวของตุ๊กตาเบ็กกี้ก็ได้เงียบหายไปแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ตุ๊กตาตัวดังกล่าวนั้นหายไปอยู่ที่ไหนแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนสด

ตำนานงูน้ำ

             ตำนานนี้มีการกล่าวถึงงูซึ่งเป็นสัตว์ที่มีพิษแต่เราจะเห็นว่าในปัจจุบันนั้นกูบางชนิดมีพิษร้ายแรงมากที่สามารถตัดครั้งเดียวแล้วตายได้ภายในเวลาแค่เพียง 5 นาทีเท่านั้นแต่มีบางชนิดนั้นก็ไม่มีพิษเลยหรือบางชนิดก็มีพิษแต่มีพิษไม่ร้ายแรงมากซึ่งมีการพูดถึงตำนานของงูเกี่ยวกับเรื่องของพี่ของงูด้วยว่าเหตุใดในแต่ละตัวจึงมีพิษไม่เท่ากัน

 

โดยตำนานนิทานเรื่องนี้มีการเล่าถึงเรื่องราวความเป็นมาของงูในสมัยโบราณโดยมีการเชื่อกันว่าแต่เดิมนั้นงูทุกชนิดนั้นก็เป็นสัตว์ที่มีพิษอยู่แล้วโดยเฉพาะงูน้ำซึ่งเมื่อก่อนนั้นงูน้ำเป็นงูที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดหากมันได้ไปกัดใครแล้วเราก็ต่อให้ตัวใหญ่มากมายแค่ไหนก็ตายทันทีอยู่มาวันหนึ่งมันได้ไปกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งผู้ชายคนดังกล่าวนั้นชื่อว่าอ้ายไม่ตาย

  หลังจากที่อ้ายไม่ตายถูกงูพิษกัดชาวบ้านต่างก็พูดถึงเรื่องราวดังกล่าวกันทั่วว่า มีงูน้ำปลากัดตายไม่ตายเสียแล้วซึ่งเป็นจังหวะที่งูน้ำตัวดังกล่าวผ่านมาได้ยินพอดีมันจึงคิดว่าชายที่มันกัดนั้นถูกมันกัดแต่ไม่ตายแต่ความจริงแล้วชาวบ้านพูดกันซึ่งมีความหมายว่าชายที่ชื่อว่าอ้ายไม่ตายนั้นได้เสียชีวิตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ด้วยความเข้าใจผิดของงูน้ำคิดว่าตนเอง

นั้นไม่มีพิษสงอะไรแล้วถึงสามารถตัดโคนไม่ตายด้วยความโมโหมันจึงได้ไปคายพิษของมันทิ้ง เพราะมันคิดว่าต่อให้มันมีพิษในตัวมันไปกัดใครก็คงไม่มีใครตายอีกแล้วโดยตรงบริเวณที่งูน้ำไปปล่อยพิษทิ้งไว้นั้นเป็นบริเวณที่มีต้นหมามุ่ยอยู่เมื่อมันคลายพิษมันก็หนีไปเมื่อสัตว์ต่างๆได้ยินว่างูน้ำนั้นได้มาคลายผิดทิ้งพวกมันต่างก็พากันมากินพิษของงูน้ำเข้าไป

โดยงูที่กินไปเยอะมากที่สุดก็คือเงินจงอางต่อมาก็เป็นงูเห่าและต่อมาก็เป็นงูป่ะและยังมีงูชนิดอื่นๆอีกมากมายหลายสายพันธุ์ที่มากินพิษของงูน้ำรวมถึงแมลงเล็กๆต่างๆไม่ว่าจะเป็นตะขาบหรือแม้แต่งูเขียวซึ่งถ้าใครมาก่อนก็จะได้กินมากกว่าตัวอื่นๆก็จะได้รับพิษร้ายแรงเข้าไปมากกว่าทำให้เราจะเห็นได้ว่างูจงอางนั้นเวลากัดใครจะตายทันที

เพราะมีพิษร้ายแรงนั่นเองส่วนงูเขียวได้รับผิดไปน้อยที่สุดเพราะว่ามาทีหลังทำให้งูเขียวมีพิษก็จริงแต่ผิดนั้นค่อนข้างอ่อนมากนั่นเองและทิศยังคงมีหลงเหลือติดอยู่ที่ต้นหมามุ่ยด้วยทำให้เราจะเห็นว่าเวลาที่เราไปถูกต้นหมามุ่ยเรามักจะคันและเป็นผื่นแพ้นั่นเองซึ่งนี่คือที่มาของการมีพิษของสัตว์ชนิดต่างๆและเป็นที่มาว่าทำไมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาดูน้ำถึงเป็นสัตว์ที่ไม่มีพิษเป็นที่เป็นงูเหมือนงูสายพันธุ์อื่นๆนั่นเอง

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

ตำนานกุมารทองพลาย

 หากพูดถึงกุมารทองแล้วแล้วก็หลายคนคงนึกถึงภาพรูปปั้นของเด็กเล็กๆอายุประมาณ 3-4 ขวบซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นเด็กผู้ชายลักษณะการแต่งกายก็จะเป็นเหมือนเด็กในสมัยโบราณที่ผูกจุกไว้ด้านบนอีกทั้งยังไม่สวมใส่เสื้อนุ่งเพียงแค่โจงกระเบนเท่านั้นซึ่งกุมารทองที่เราเห็นในปัจจุบันนี้จะมี 2 ลักษณะซึ่งเป็นกุมารทองทั่วๆไปที่มีการปิดทองเอาไว้เป็นลักษณะของการปลุกเสกขึ้นมา

เพื่อให้ประชาชนนั้นได้เลี้ยงเอาไว้ขอพรแล้วให้ช่วยปกปักรักษาบ้านเรือนของตนเองส่วนอีกแบบหนึ่งก็คือกุมารทองพรายกุมารทองชนิดนี้จะเป็นกุมารทองที่ปลุกเสกเอาไว้ให้ช่วยเกี่ยวกับเรื่องของโชคลาภเงินทองต่างๆโดยวิธีการปลุกเสกกุมารทองพรายนั้นมักจะรีบทำด้วยวิธีกรรมก็คือการสร้างรูปปั้นกุมารทองขึ้น

มาก่อนหลังจากนั้นก็ไปเรียกดวงวิญญาณของเด็กที่ตายแบบผิดธรรมชาติเช่นเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตวิญญาณยังไม่ถึงที่ตายแต่ต้องมาตายเสียก่อนจึงยังมีวิญญาณยังไม่ไปไหนยังคงอยู่ในโลกมนุษย์ทางด้านผู้มีวิชาอาคมจึงได้ทำการเรียกวิญญาณของเด็กน้อยเหล่านี้

มาเก็บไว้ในรูปปั้นของกุมารที่มีการสร้างขึ้นเรียกว่ากุมารพรายนั่นเองและหากใครก็ตามที่มีการเลี้ยงดูกุมารพรายจะต้องมีการตั้งชื่อให้กับกุมารพรายของตนเองพร้อมกับเรียกชื่อของกุมารพรายบ่อยๆวิธีการดูแลกุมารพรายเพื่อให้กุมารพรายคอยช่วยเหลือนั้น

ทำได้ด้วยการหมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้กุมารพรายอย่างสม่ำเสมอซื้อของกินรวมถึงของใช้และตุ๊กตาให้เล่นบ่อยๆเลี้ยงดูเหมือนกับเลี้ยงดูลูกของตนเองไม่ว่าเราจะขออะไรกุมารพรายก็จะคอยช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอส่วนใหญ่แล้วกลุ่มคนที่เลี้ยงกุมารพรายนั้น

มักจะเป็นพวกพ่อค้าแม่ค้าที่มักอยากจะให้กุมารพรายนั้นไปคอยช่วยเรียกลูกค้าเข้าร้านนั่นเองแต่อย่างไรก็ตามยังมีคำกล่าวเกี่ยวกับเรื่องของการเลี้ยงกุมารพรายด้วยว่าหากใครที่เลี้ยงกุมารพรายแล้วขอให้กุมารพรายช่วยเหลือแล้วได้สมหวังเรียบร้อยแล้วและไม่ยอมซื้อของมาให้เพื่อเป็นการขอบคุณที่กุมารพรายช่วยเหลือ

พวกเขาเหล่านั้นก็อาจจะโทรกุมารพรายกันแกล้งด้วยการเกิดแต่เรื่องสิ่งไม่ดีเข้ามาในชีวิต และกุมารทองพรายมักจะออกมาให้คนในบ้านเห็นจนกว่าจะมีการแก้บนในสิ่งที่ขอเอาไว้แต่ถ้าหากใครที่ไม่คิดอยากจะเลี้ยงกุมารทองพรายแล้ววิธีการแก้นั้นก็คือต้องยกกุมารทองพรายให้กับคนอื่นไปเลี้ยงแทนซึ่งก็ต้องกำชับคนที่นำไปเลี้ยงต่อด้วยว่าให้ดูแลกุมารทองพรายให้เป็นอย่างดีจะได้ ได้รับความช่วยเหลือจากกุมารทองในทางที่ดีนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่เกม บาคาร่า

ตำนาน ถ้ำพิณดายา   

          ถ้ำพินดายาเป็นถ้ำที่อยู่ในประเทศพม่าซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากด้วยถ้ำแห่งนี้มีความสวยงามและแปลกแตกต่างจากท่านอื่นๆเนื่องจากในถ้ำแห่งนี้นั้นจะมีพระพุทธรูปทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่อยู่มากมายเต็มไปหมดซึ่งปัจจุบันนี้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและมีการนับจำนวนพระพุทธรูปได้ทั้งหมด 8,000 รูปแล้วโดยพระพุทธรูปเหล่านี้เกิดขึ้น

มาจากในสมัยก่อนนั้นตรงบริเวณถ้ำพินดายาแห่งนี้เป็นทางผ่านของพ่อค้าที่จะต้องเดินทางไปค้าขายยังต่างเมืองและเมื่อเดินทางมาถึงที่ถ้ำแห่งนี้เก่าพ่อค้าก็มักจะแวะมาพักระหว่างการเดินทางซึ่งภายในถ้ำจะมีพระพุทธรูปอยู่ทำให้พ่อค้าทั้งหลายที่นำสินค้าไปขายต่างก็เข้ามากราบไหว้พระพุทธรูปในถ้ำแห่งนี้พร้อมกันนั้น

ก็ได้มีการนำพระพุทธรูปที่ตนเองพกติดตัวมาด้วยได้มาเก็บรักษาไว้ที่นี่ด้วยเพื่อเป็นเหมือนการนำพระพุทธรูปมาบูชาไว้ในถ้ำแห่งนี้นับจากนั้นเรื่อยมาเมื่อใครผ่านไปผ่านมาก็มักจะนำพระพุทธรูปมาตั้งไว้ภายในถ้ำทำให้ภายในถ้ำแห่งนี้จะเห็นว่ามีพระพุทธรูปสีเหลืองทองอร่ามมากมายหลายรูปเลยทีเดียวนอกจากนี้ที่ถ้ำพินดายาแห่งนี้ยังมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับถ้ำแห่งนี้ด้วย

เนื่องจากถ้านักท่องเที่ยวไปเห็นภายในถ้ำได้เห็นว่าตรงบริเวณปากถ้ำนั้นจะมีรูปปั้นของแมงมุมขนาดใหญ่อยู่ซึ่งเรียกว่าแมงมุมยักษ์ตามตำนานบอกว่าก่อนหน้านี้ได้มีนางฟ้าทั้งหมด 7 องค์ลงมาเล่นน้ำที่โลกมนุษย์หลังจากนั้นนางฟ้าทั้ง 7 องค์เกิดถูกแมงมุมยักษ์กับตัวมาแล้วนำมาขังไว้ที่ถ้ำพินดายาแห่งนี้

ซึ่งแมงมุมนั้นได้จับนางฟ้ากินทีละองค์ทีละองค์จนเกือบจะหมดจนมาถึงนางฟ้าองค์สุดท้ายซึ่งกำลังจะถูกแบ่งมุมยักษ์จับกินเธอได้ร้องเสียงดังโวยวายให้คนช่วยบังเอิญว่าขนาดนั้นมีเจ้าชายเดินทางผ่านมาตรงบริเวณหน้าถ้ำพอดีจึงได้ยินเสียงหญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือเจ้าชายจึงได้เข้าไปและเห็นว่ามีแมงมุมยักษ์กำลังจะจับผู้หญิงกินเป็นอาหารเจ้าชายจึงได้ให้ความช่วยเหลือเมื่อเจ้าชายสังหารแมงมุมยักษ์ตายเสร็จแล้ว

จึงได้มีการสอบถามเจ้าหญิงจึงได้รู้ว่าที่จริงแล้วเจ้าหญิงองค์นั้นเป็นนางฟ้าที่ถูกแมงมุมยักษ์กลับมาด้วยความที่ได้ช่วยเหลือกันทำให้เจ้าชายและนางฟ้าตกหลุมรักซึ่งกันและกันและทั้งสองคนก็แต่งงานกันคลองคู่การปกครองเมืองแห่งนี้ที่เรียกว่าเมืองพินดายานั่นเองและซากแมงมุมยักษ์ก็กลายเป็นหินอยู่ที่บริเวณปากทางเข้าถ้ำพินดายาซึ่งทุกวันนี้ถ้าหากใครไปเที่ยวที่ถ้ำพินดายาแห่งนี้ก็จะยังคงเห็นซากแมงมุมยักษ์ผิดถูกปั้นเป็นรูปปั้นขนาดใหญ่เอาไว้ที่หน้าบริเวณถ้ำเพื่อเป็นอนุสรณ์ของตำนานเรื่องนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่ายังไงให้ได้เงิน

เรื่องหลอนจากห้องน้ำหญิง 

วันนี้เกิดขึ้นสมัยตอนที่เราเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนเมื่อ 10 ปีที่แล้วซึ่งตอนนั้นเราทำงาน 1 ปีครึ่งทุกๆครั้งที่เราไปโรงเรียนแล้วจะเจอเรื่องราวทำให้ต้องขนหัวลุกเสมอซึ่งเรื่องที่จะพูดในครั้งนี้คือเรื่องเกี่ยวกับห้องน้ำของโรงเรียนซึ่งเป็นห้องน้ำสำหรับเด็กและคุณครูชุดห้องน้ำที่มีผีและที่จะเล่าในห้องนี้ก็คือห้องน้ำหญิงซึ่งหลังจากนั้นก็จะมีห้องน้ำของหญิงกับผู้ชายแยกกันอยู่คนละที่ห้องน้ำหญิง

จะตั้งอยู่ที่ด้านหลังของตึกเรียนอตตึกที่ 1 ซึ่งที่ที่ฉันทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัดแล้วต้องขอบอกไว้ก่อนว่าที่นี่นั้นมีบรรยากาศที่ดีมากแต่ในตอนกลางคืนก็จะหลอนนิดๆหลายครั้งมากที่ฉันจะได้ยินเรื่องราวจากเด็กนักเรียนที่มีพ่อแม่เป็นพวกหมอผี

พวกนั้นจะชอบเล่าให้ฟังว่าเวลาที่เข้าไปในห้องน้ำจะมากับเพื่อน 3 คนซึ่งเมื่อเข้าไปในห้องน้ำก็ไม่มีใครอื่นอยู่เลยมีเพียงกันแค่ 3 คนเท่านั้นและเมื่อทั้งสามคนเข้าไปในห้องทั้ง 3 คนได้ยินเสียงประตูห้องอีกห้องนึงคิดถึง 3 คนไม่ได้เข้านั้นปิดดังปั้งแรงมาก

ซึ่งทั้ง 3 คนนั้นตกใจมากเนื่องจากว่าในห้องนั้นมีประตู 2 อันก็จริงเนื่องจากมี 2 ห้องแต่ว่าประตูอีกอันนึงนั้นพังไปซึ่งไม่สามารถที่จะปิดหรือทำอะไรกับมันได้เพราะมันขึ้นสนิมจนขยับอะไรไม่ได้เลยดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่มันจะมีเสียงส่วนห้องที่ชั้น 2 คนยืนอยู่ตรงหน้าเป็นไปไม่ได้เพราะทั้งสองคนก็กำลังอยู่ในห้องนั้นซึ่งทั้งสองคนนั้นเข้ามาก่อนแล้ว

จึงได้ยินเสียงนั้นจึงทำให้น่ากลัวมากขึ้นนอกจากนั้นเวลาทั้งสองคนเดินเข้ามาตอนกลางค่ำกลางคืนจะพบกับผู้หญิงใส่ชุดสีดำยาวลากพื้นผมยาวสีดำปิดหน้าปิดตาอยู่ในห้องน้ำเดินวนไปวนมา ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เรากลัวมากซึ่งเราเองนั้นก็เจอเรื่องผีเช่นเดียวกันเมื่อสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เด็กๆเล่าให้ฟัง ซึ่งตอนนั้นเราเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิงตรงด้านหลังตึกหนึ่ง

ซึ่งตอนนั้นเรากลัวเป็นอย่างมากเพราะเรารู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างมองเราอยู่ตลอดเวลาแต่ที่นั่นไม่มีใครเลยเพราะมีเราเหลืออยู่คนเดียวที่โรงเรียนแล้วอยู่ๆเราก็ได้ยินเสียงปิดประตูแรงมากทั้งๆที่ไม่มีใครอยู่เลยซึ่งเรากลัวมากและคิดว่าน่าจะเป็นผีที่เด็กๆพูดถึงจะไม่กล้าเข้าไปแล้ววิ่งหนีซึ่งทางโรงเรียนได้นิมนต์พระมาถามว่ามีอะไร

กลับห้องน้ำหรือเปล่าซึ่งหลวงตาหรือผ่าก็ได้บอกกับเราว่าในตอนเช้านั้นพวกผีจะมอบห้องน้ำมีให้คนได้ใช้กันแต่พอตกกลางคืนห้องน้ำนี้จะกลายเป็นของภูตผีซึ่งจะเดินทางมาอาศัยอยู่ที่ห้องน้ำเนื่องจากตอนสมัยยังมีชีวิตได้ทำบาปไม่เยอะและไม่เคยคิดที่จะทำบุญเลยและยังทำบาปต่อไปเรื่อยๆจนทำให้เมื่อตายไปก็กลายเป็นวิญญาณที่เร่ร่อนไปทั่วไม่มีที่ให้อยู่อาศัยอย่างนั้นจึงต้องไปอยู่อาศัยที่ห้องน้ำแทน

 

สนับสนุนโดย  gclub

ตำนานสยองขวัญลิฟต์แดงของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

            เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินตำนานลิฟต์แดง ที่มีชื่อเสียงเรื่องของความหลอนกันมาบ้าง ถึงแม้จะมีเรื่องเล่ากันมาอย่างยาวนาน แต่เราก็ควรจะไปหาคำตอบนี้ด้วยกัน ว่าที่จริงแล้วตำนานลิฟต์แดงนี้มีจริงหรือไม่ และเมื่อเราลองค้นคว้าหาข้อมูลเราจะเจอว่า สถานที่ที่พูดถึงกันอยู่นี้คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขา ท่าพระจันทร์

ซึ่งมีรุ่นพี่ที่เรียนจบจากที่นี่หลายรุ่นได้ออกมาเล่าเกี่ยวกับตำนานลิฟต์แดงนี้ให้เราได้รู้เรื่องราวในอดีตกันว่าที่จริงแล้ว ตำนานที่เขาร่ำลือกันนั้น มันเคยเกิดเรื่องแบบนี้จริงจริง โดยหากต้องย้อนเรื่องราวที่เกิดเหตุการณ์สุดสยองในครั้งนั้น

เริ่มต้นมาจาก การที่ในช่วงปี พ.ศ. 2519 ครั้งนี้มีการประท้วงจากนักศึกษาที่ออกมาคัดค้านไม่ยอมให้จอมพลถนอมกลับมาปกครองประเทศ ซึ่งวันที่เกิดเหตุนั้นตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม เมื่อทหารได้เข้ามาปราบปรามเหล่านักศึกษาที่พากันออกมาประท้วง

ซึ่งวิธีการปราบของทหารก็คือ การใช้ปืนยิงนักศึกษาทำให้ในวันนั้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สาขาท่าพระจันทร์มีจำนวนนักศึกษาที่บาดเจ็บและล้มตายกันเป็นจำนวนมาก และเมื่อทหารถือปืนเข้ามาในมหาวิทยาลัย นักศึกษาหลายคนได้วิ่งหนีเพื่อทำการซ่อนตัว และได้มีกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้าไปซ่อนในลิฟต์ ซึ่งพวกเขาคิดว่าน่าจะปลอดภัย

แต่น่าเสียดายเมื่อประตูลิฟต์ได้เปิดออกทหารก็ยืนรอพวกเขาอยู่ที่หน้าลิฟต์แล้ว

และไม่ทันตั้งตัว เหล่าทหารที่อยู่ตรงหน้าลิฟต์ก็ยิงปืนใส่เหล่านักศึกษาที่อยู่ในลิฟต์จนตายหมดทุกคน ภายในลิฟต์มีสีแดงซึ่งเป็นสีเลือดของนักศึกษาเหล่านั้นเปื้อนเต็มไปหมด และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ถึงแม้ว่าเหตุการณ์การประท้วงจะสงบลงแล้ว

และทางมหาวิทยาลัยได้มาทำความสะอาดลิฟต์ตัวดังกล่าวแต่ก็ไม่สามารถที่จะล้างสีแดงของเลือดออกได้ ในที่สุดทางมหาวิทยาลัยจึงได้ตัดสินใจเอาสีขาวเข้ามาเพื่อทาพื้นที่ทุกบริเวณภายในลิฟต์ตัวดังกล่าวแต่ไม่ว่าจะทาสีขาวไปสักกี่ครั้งวันรุ่งขึ้นลิฟต์ตัวนี้ก็จะกลับมาเป็นสีแดงเหมือนเดิม ทำให้ลิฟต์ตัวนี้ถูกตั้งชื่อว่าลิฟต์แดงนับแต่นั้น

และที่น่ากลัวก็คือหากในช่วงเย็นใครที่มาใช้ลิฟต์นี้มักจะพบกับเหตุการณ์ที่สุดหลอนเมื่อบางครั้งลิฟต์ก็เปิดเองในชั้นที่ไม่ได้มีใครกด หรือบางทีเมื่อลิฟต์เปิดออกนักศึกที่อยู่ภายในลิฟต์จะมองเห็นเหตุการณ์ที่ทหารมายืนรอยิงนักศึกษาในลิฟต์และบางครั้งก็มักจะเห็นนักศึกษาเดินเข้ามาในลิฟต์พร้อมกับตัวที่เต็มไปด้วยเลือด ตอนนี้ลิฟต์แดงได้มีการถูกเปลี่ยนออกไปแล้วแต่เรื่องราวตำนานของลิฟต์ยังคงมีอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร Sagame ฟรี

เรื่องผีที่คนต่างประเทศนำไปสร้างเป็นหนัง

 เรื่องเล่าเกี่ยวกับ   Baby Sitter  upstairs 

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่เธอต้องการที่จะหาเงินโดยการรับเลี้ยงเด็กเป็นพี่เลี้ยงซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอไปรับเลี้ยงเด็กในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางป่าซึ่งตอนนั้นพ่อแม่ของเด็ก

เหล่านั้นฝากลูกไว้กับเธอและออกจากบ้านไปในตอนกลางคืนตอนนั้นเป็นคืนที่มีฝนตกหนักและลมแรงมากแล้วหลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรและกล่อมเด็กๆจะนอนหลับเมื่อก่อนเถอะเด็กจะนอนหลับปุ๊บเธอก็คิดที่จะไปดูทีวีของทางบ้านอยู่ๆเธอ

ก็เห็นว่ามือถือของเธอเบอร์โทรศัพท์ที่ทำให้รู้จักโทรมาหาหลังจากนั้นเธอก็รับสายหลังจากนั้นก็มีคนบอกมาว่า “ฉันจะมารับเธอไป”พี่เลี้ยงคนนั้นกลัวมากรีบวางสายแล้วโทรหาตำรวจทันทีหลังจากนั้นตำรวจจึงมาถึงหลังจากนั้นเธอก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมด

ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างซึ่งทางตำรวจได้บอกว่าคนที่โทนั้นอยู่ในบ้านดังนั้นพวกเขาจึงพากันเป็นคนบ้านแต่คนทั่วทั้งหมดแม้ว่าห้องใต้หลังคาก็คนแต่ก็ไม่พบใครนอกจากพี่เลี้ยงและเด็กๆทั้งนั้น เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่โด่งดังมากในประเทศสหรัฐอเมริกาทำให้มีผู้กำกับคนหนึ่งได้นำเรื่องราวนี้ไปสร้างเป็นหนังจะมีกระแสตอบรับที่ดีมากจากทั่วโลกแล้วหนังนี้ก็กลายเป็น หนังที่ดังมากในยุคนั้นเลย

The Clown Doll 

ทุกคนรู้กันบ้างนะคะว่าคนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพวกที่ตัวตลกค่ะไม่มีนักวิจัยได้ออกมาบอกเราว่าคนประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเกลียดตัวตลกมากๆซึ่งดังนั้นหลายคนจากทั่วโลกจึงได้นำหนังที่เกี่ยวกับตัวตลกเป็นฆาตกรมาฉายให้ดูส่วนใหญ่หนังที่มีตัวตลกก็จะเป็นหนังแนวขนหัวลุกเป็นหนังที่ส่วนใหญ่ตัวตลกจะเป็นฆาตกร

ซึ่งมีตำนานที่ทำให้คนอเมริกันกลัวตัวตลกค่ะซึ่งเรื่องก็ อยู่ในชนบทวันนั้นเป็นตอนกลางคืนที่มืดมากไม่มีดวงดาวเลยสักดวงตอนนั้นมีผู้ชายกับผู้หญิงที่แต่งงานกันและมีลูกซึ่งตอนนั้นคุณพ่อและคุณแม่และเด็กๆนั้นเล่นกันอยู่ในห้องหลังจากนั้นเด็กๆก็ออกมาหาพ่อและแม่ซึ่งคุณพ่อและคุณแม่ได้ถามเด็กๆว่าทำไมถึงตื่นขึ้นมายังไม่นอนอีกหรอ

ซึ่งเด็กคนนั้นได้ตอบว่าผมนอนไม่ได้ครับพ่อจำได้ไหมตุ๊กตาตัวตลกที่คุณปู่ซื้อให้มันจ้องหน้าผมครับมันขยับด้วยผมนอนไม่ได้ผมกลัวว่าผมจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากนั้นครอบครัวทั้งหมดรวมถึงที่เลี้ยงต่างตกใจมากเพราะไม่มีตุ๊กตาตัวตลกอยู่ในห้องแล้ว

ไม่เคยมีใครซื้อให้เลยเด็กคนนั้นยังกล่าวว่ามันเป็นเรื่องจริงหลังจากนั้นคุณพ่อและคุณแม่รีบโทรหาตำรวจให้เข้ามาดูในบ้านว่ามีใครแอบเข้ามาในนี้หรือเปล่าก็เข้าไปอยู่ในห้องพร้อมกับตำรวจกลับเพราะว่าไม่มีตุ๊กตาตัวตลกเลยสักนิดแล้วหลังจากนั้นตำรวจก็บอกว่าไม่มีตุ๊กตาตัวตลกแต่พบว่ามีรอยกระจกแตกซึ่งแปลว่ามีคน เข้ามาในบ้าน

โดยใช้ก้อนหินในการทุบกระจกเพื่อที่จะเข้ามาได้ซึ่งเขาบอกว่าได้มีคนบ้าคนนึงหนีออกมาจากคุกพอดีบางทีอาจจะเป็นคนเดียวกันก็ได้เพราะมีครูคนบ้าอยู่แถวๆคฤหาสน์ของเขาด้วยดังนั้นอาจเป็นไปได้ว่าคนบ้าคนนั้นอาจจะเข้ามาในห้องของเด็กคนนี้ซึ่งถือว่าเด็กคนนี้โชคดีมากที่ออกมาจากห้องก่อนเวลาที่จะถูกทำร้าย

ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดังทั่วโลกมากหลังจากมีนักแต่งนิยายที่นำเรื่องนี้มาแต่งนิยายชื่อว่า it  และได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อเรื่องว่าอิฐเช่นเดียวกันฉันเป็นหนังเกี่ยวกับตัวตลกที่ฆ่าคน ซึ่งในหนังได้กล่าวไว้ว่าตัวตลกตัวนี้จะไม่ใช้อุปกรณ์อะไรฆ่าคนเราจะใช้ฟันของตัวเองกัดเด็กจนตาย ซึ่งได้มีหญิงสาวคนหนึ่งมีนามว่า เชียลา เธอนั้น

ถูกพบเป็นศพที่ถูกยิงโดยการแต่งตัวของเธอนั้นแต่งตัวเป็นเหมือนตัวตลกใส่วิกผมสีทองซึ่งเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องที่แม้แต่นักสืบก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นปริศนาคาใจชาวอเมริกันทุกคนนึงจากที่มีเรื่องนี้เผยแพร่ออกมาทำให้ชาวอเมริกันเกลียดตัวตลกตลอดมา

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén