หมวดหมู่: ตำนาน Page 1 of 3

การต่อสู้ในสงครามโลกในปี1943

สำหรับเรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวของการต่อสู้ในสมรภูมิเดียวเท่านั้นที่อยู่ในดินแดนของอเมริกา การต่อสู้ในสงครามโลก ในช่วงของสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง การต่อสู้นี้ก็เรียกได้ว่าแปลกมากๆเพราะว่าทหารฝ่ายสัมพันธมิตรของเราทหารอเมริกาได้เสียชีวิตมากกว่า 300 คน 

ในขณะเดียวกันผู้บุกรุกอย่างประเทศญี่ปุ่นไม่มีการเสียชีวิตแม้แต่คนเดียวเลยมันเกิดขึ้นได้อย่างไรคำตอบบอกไว้เลยว่าท่านผู้อ่านอาจจะเกิดอาการงงซักเล็กน้อยถ้าพร้อมแล้วเราไปดูพร้อมกันเลย

การต่อสู้ในครั้งนี้เรียกได้ว่าได้เกิดขึ้นที่บริเวณเกาะอาตูเกาะคิสก้า

ซึ่งเกาะนี้เป็นดินแดนของอเมริกาที่เรียกได้ว่าอยู่ทางฝั่งของอลาสก้าก็จะเป็นเกาะกลางทะเลออกไปเลยในช่วงการปกครองประเทศญี่ปุ่นนี้ญี่ปุ่นเองก็ได้นำโดยนายพลยามาโมโตะได้เข้ามายึดเกาะแห่งนี้ในเดือนกรกฎาคมของปี 1942 

แน่นอนว่าการปกเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากๆเลยเพราะว่ามันไม่มีการป้องกันอะไรใดๆเลยมีเจ้าหน้าที่ที่ประจำการอยู่น้อยมากๆหลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นทำการยึดเกาะแห่งนี้ได้ก็ได้ทำการสร้างสิ่งต่างๆให้กับตัวเองไม่ว่าจะเป็นสนามบินอาคารต่างๆป้อมปราการรวมไปถึงฐานทหารด้วย 

แต่อเมริกาเองก็ได้ยอมให้เรื่องราวแบบนี้ปล่อยผ่านไปไม่ได้ถึงแม้ว่าเกาะแห่งนี้เองในแง่มุมของเศรษฐกิจอาจจะไม่ได้สำคัญอะไรเลยแต่ต้อง 2 เกาะแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติก็แล้วกัน 

เพราะหลังจากสงครามกับอังกฤษอเมริกาก็ได้เริ่มยึดดินแดนเหมือนกันและก็ทั้ง 2 แห่งนี้เรียกได้ว่าอเมริกาได้ทำการยึดมาได้เป็นเกาะแรกนั่นเองมันเปรียบเสมือนศักดิ์ศรีของชาวอเมริกา ชาวอเมริกาก็ยอมไม่ได้จึงต้องส่งทหารมาปลดปล่อยเกาะแห่งนี้จากการปกครองของประเทศญี่ปุ่นในทันที

แต่พอมาดูความรับผิดชอบของเกาะแห่งนี้มันอยู่ในส่วนของ a b c ก็เหมือน atiflash Command ปรากฏว่า ABC มีทหารอยู่ 20 คน ก็เลยต้องมีการรวบรวมทหารทำปฏิบัติการเพื่อยึดเกาะทั้งสองเกาะแห่งนี้ ขึ้นมาก็เรียกได้ว่ากว่าจะได้พบกันจริงๆก็เข้าเดือนพฤษภาคมปีถัดไปแล้วในปี 1943 

การโจมตีได้เริ่มขึ้นโดยภารกิจนี้จะเรียกได้ว่า operation Lan cat การบวกครั้งแรกนั้นเลือกเกาะ ato ก่อนแล้วค่อยไปรบที่เกาะคริสต้าเพราะเกาะคริสต้าเองเรียกได้ว่ามีการป้องกันที่นั่นหนาและมีการสร้างการป้องกันที่หนาแน่นกว่าเกาะอาตู

แต่อเมริกาเองก็ต้องการบุกอาตูก่อน ซึ่งการบุกในครั้งนี้เรียกได้ว่าดุเดือดกันมากๆโดยใช้เวลาในการต่อสู้กว่า 19 วันทหารญี่ปุ่นก็ได้ตายไปจำนวนมากก่อนหน้านี้ไม่มีทหารญี่ปุ่นตายแต่การรบในเกาะอาร์ตูร์มีทหารญี่ปุ่นเสียชีวิต

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

ญี่ปุ่นผลิตเครื่องจักรทอผ้าได้ครั้งแรกโดย คุณซาคิชิ โตโยดะ 

โดยในยุคสมัยจักรพรรดิเมจิคือแต่เดิมญี่ปุ่นก็ได้มีเส้นด้ายชนิดพิเศษอยู่ชนิดนึงชื่อว่าเส้นด้ายโคฮาบาโมโนะ ญี่ปุ่นผลิตเครื่องจักรทอผ้าได้ ซึ่งเส้นด้ายชนิดนี้เป็นเส้นด้ายที่บางเป็นพิเศษเอาไว้ใช้ทอกิมาโนและวิธีการผลิตเส้นด้ายชนิดนี้คือผลิตด้วยมือมาตั้งแต่สมัยเอโดะสมัยก่อนหน้านั่นสมัยยุคของโชกุนอะไรประมาณนั้น

แน่นอนว่าพอเข้ายุคเมจิก็มีเทคโนโลยีอะไรต่างๆจากต่างชาติเข้ามาคนก็จะพยายามจะเอาเครื่องจักรมาผลิตเส้นด้ายชนิดนี้เพราะว่าอย่างที่รู้กันว่าทั่วโลกตอนที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมแรกๆที่เขาได้นำเอามาใช้กันการผลิตเครื่องแต่งกายนี่แหละแต่นำเอามาใช้ก็ไม่ค่อยนิยมกันเท่าไร

เพราะว่าหนึ่งเครื่องจักรก็จะต้องมีคนเฝ้าหนึ่งคนพอเครื่องจักรเสียบุคคลนั้นก็จะกดหยุดเครื่องจักรทันทีดังนั้นหนึ่งเครื่องหนึ่งคนมันก็ไม่ได้เร็วไปกว่าหนึ่งคนนั่งทำๆปกติเท่าไรแถมเครื่องจักรก็นำเข้ามาจากต่างชาติเครื่องจักรฝรั่งเอามาใช้กับด้ายบางๆมันก็จะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่เพราะว่ามันไม่ได้ผลิตมาเฉพาะพิเศษสำหรับบด้ายชนิดนี้

แต่ก็ใช่ว่าใช้ของฝรั่งแล้วมันไม่ดีและคนญี่ปุ่นจะยอมแพ้คนญี่ปุ่นก็มีการพัฒนาของตัวเองอยู่เหมือนกันคือในช่วงต้นศตวรรษที่20คนญี่ปุ่นรุกขึ้นมาและหันมาผลิตเครื่องจักรต่างที่ใช้กับด้ายชนิดพิเศษเหล่านี้โดยเฉพาะกี่ทอผ้าขึ้นมากันเต็มไปหมดเลย

เนื่องจากนี้หนึ่งในนั้นที่ผลิตกี่ทอผ้าก็คือผู้ก่อตั้งบริษัทTOYOTAนั้นเองชื่อของเขาก็คือ ซาคิชิ โตโยดะ โดยคุณโตโยดะแน่นอนว่าเขาเกิดมาในยุคสมัยของเมจิเขาก็เลยมีความเชื่อแบบคนเมจิเขารู้สึกว่าจะต้องสามารถเข้านวัตกรรมมอะไรต่างๆมาพัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์ทำให้ชีวิตมันง่ายขึ้นประมาณนี้เลย

ซึ่งจริงๆแล้วเขาเกิดที่หมู่บ้านจนๆหมู่บ้านหนึ่งและที่บ้านก็เป็นชาวนากันหมดเลยอย่างคำว่า โตโยดะเอง เขาบอกว่าแปลว่าทุ่งนาขนาดใหญ่ประมาณนี้เรียกได้ว่านามสกุลบ่งบอกถึงอาชีพมากๆเลยแต่แม้ว่าตระกูลโตโยดะจะเป็นตระกูลชาวนาอะไรก็ตาม

แต่คุณซาคิชิเองเขารู้สึกว่าเขาไม่อยากเป็นชาวนาเขาอยากเป็นอะไรที่มากกว่านั้นซึ่งด้วยความที่ว่าเขาได้เติบโตมาจากบ้านชาวนาเขาก็เห็นชาวบ้านใช้กี่ทอผ้าๆมาตั้งแต่เด็กเขาจึงเกิดความคิดขึ้นมาถ้าเราผลิตเครื่องจักรอะไรสักอย่างขึ้นมาชีวิตทุกคนจะดีกว่านี้เยอะเลยมันจะสบายสะดวกมากกว่านี้

เพราะฉะนั้นเขาจึงได้หันมาผลิตกี่ทอผ้าตั้งแต่ปี1894และคิดว่าเขาผลิตเครื่องแรกมาประสบความสำเร็จเลยไหมแน่อนเลยว่าไม่ตามสไตร์เรื่องราวของญี่ปุ่นต่างๆเขาต้องผลิตกี่ทอผ้ามากมายหลายรุ่นก็ไม่ประสบความสำเร็จสักทีจนกระทั่งมาดังเอาในปี1924ก็คือรุ่น Non-stop shuttle change Toyoda automatiomatic loom, type Gนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

การสร้างชาติของชาวPICTISH

สำหรับเรื่องราวนี้ต้องขอย้อนกลับไปก่อนคริสตกาลโดยในตอนนั้นที่หมูเกาะอังกฤษ การสร้างชาติของชาวPICTISH ยังไม่มีคนอาศัยอยู่คนที่เป็นชนชาติกลุ่มแรกที่เข้ามาอาศัยอยู่ที่หมู่เกาะแห่งนี้จะเป็นพวกเซลติกที่ได้อพยพมาจากยุโรปและได้มาตั้งถิ่นฐานที่หมู่เกาะอังกฤษนี้

ซึ่งเวลามันก็ได้ผ่านไปพวกชาวเซลติกเหล่านั้นก็ได้มีการแยกกันอยู่เป็นที่และได้ตั้งเป็นชนเผ่าขึ้นมาไปทั่วเกาะโดยที่ชนเผ่าทางเหนือจะมีชื่อเรียกว่า ชาวPICTISH ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของชาวก๊อตนั่นเองส่วนชนเผ่าที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้เขาจะถูกเรียกว่าเป็นชาวBRITONS 

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกชนเผ่าหนึ่งจะอยู่กาะที่เป็นไอซ์แลนด์ในปัจจุบันเขาจะเรียกว่าชาวHIBERMIซึ่งเรียกได้ว่าชนเผ่าพวกนี้ก็จะมีวัฒนาธรรมและรากเง่าที่คล้ายกันมากๆเลยเพราะว่าพวกเขาเป็นวัฒนาธรรมเซลติกทั้งนั้นเลยเมื่อเวลามันก็ได้ผ่านไป

จนมาถึงช่วงยุคจูแรสซิกหรือประมาณ50ปีก่อนคริตกาลชาวโรมันได้ทำการรุกรานเกาะบริเตนซึ่งเรียกได้ว่ายุคนี้เป็นยุคแรกที่ชาวเกาะอังกฤษถูกรุกรานโดยอารยธรรมอื่นนั่นเองซึ่งในตอนนั้นเองก็เรียกได้ว่ายุคนั้นเป็นยุคที่โรมันได้ทำการนำวัฒนธรรมลาตินไปเผยแพร่ยังเกาะอังกฤษ

เราจะขอเรียกเกาะอังกฤษยุคนี้ว่าเป็นยุคของการครอบครองโดยพวกโรมันและเวลามันก็ได้ผ่านไปจนมาถึงช่วงศตวรรษที่5หรือประมาณคริสต์ศักราช400-500เรียกได้ว่าช่วงนี้อำนาจและอิทธิพลของพวกดรมันเป็นช่วงขาลงและชนชาติกลุ่มหใหม่ผู้ที่จะมาครอบครองแผ่นดินอังกฤษก็ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานกันเป้นที่เรียบร้อย

โดยชนชาติกลุ่มนั้นจะถูกเรียกว่าพวกANGLO-SAXONและชาวนี้เป็นใครกันมาจากไหนชาวANGLO-SAXONคือชนเผ่าที่อาศัยอยู่โซนยุโรปตอนกลางออกไปทางเหนือๆหน่อยจะเป็นประมาณโซนฝรั่งเศสเยอรมันที่อยู่ทางตอนเหนือหน่อยๆคนพวกนี้ก็ได้ข้ามทะเลมาและมาหลักปักฐานและเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มอารยธรรมหลักที่ครอบครองเกาะอังกฤษนยุคนั้นเลย

ดังนั้นเราจะขอเรียกยุคนี้เป็นยุคของANGLO-SAXONแล้วกันและถ้าจะให้จำง่ายๆเลยก็คือเป็นยุคกลางตอนต้นนั่นเองจนในศตวรรษที่6เราก็จะได้เริ่มเห็นอาณาจักรแล้วโดยอาณาจักรของพวกANGLO-SAXONบนหมู่เกราะอังกฤษก็จะมีเล็กใหญ่มากมายเลย

แต่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเราขอยกมาสี่อาณาจักรนั่นก็คือNORTHUMBRIA MERCIA EAST ANGLIA WESSEX เรียกได้ว่ายุคนี้ถือเป็นยุคที่สำคัญมากๆเลยของประวัติศาสตร์อังกฤษเพราะเป็นยุคเริ่มต้นของการมีราชวงศ์ต่างๆเริ่มมีอาณาจักรและเป็นยุคที่คริสตจักรเริ่มเข้ามาเผยแพร่ศาสนาด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

ตำนานเมืองคูนสมัยยุคล่าอาณานิคม

เมืองคูนสมัยยุคล่าอาณานิคม ซึ่งที่แห่งนี้คือเมืองโพนสะหวันเป็นเมืองหลวงแขวงเชียงขวางในอดีตเมืองนี้มีชื่อว่า เมืองแปลก ถูกสร้างทดแทนเมืองคูนที่เคยเป็นศูนย์กลางของไทพวนแต่ได้ถูกทำลายลงด้วยพิษของสงครามเวียดนามหรือสงครามอินโดจีนจากการที่กองทัพอากาศสหรัฐได้ส่งเครื่องบินB52เข้ามาทิ้งระเบิดแบบปูพรมจนกลายเป็นการสู่รบที่รู้จักกันดีในชื่อสมรภูมิทุ่งไหหิน

โดยคาดกันว่าสหรัฐได้ใช้ระเบิดอย่างน้อย270ล้านลูกระหว่างทำสงครามตลอด9ปีใน ลาว แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวก็คือ30%ของระเบิดหรือประมาณ80ล้านลูกยังไม่ทำงานเมื่อตกลงสู่พื้นดิน ดังนั้นมันก็พร้อมที่จะเป็นกับดักมรณะสำหรับผู้โชคร้ายรายต่อไปเสมอ

ปัจจุบันหลายพื้นที่ของแขวงเชียงขวางยังมีระเบิดตกต้างรอการเก็บกู้อยู่จำนวนมากเราอาจจะเจอมันได้แทบทุกที่เลยทีเดียวทั้งในราวป่าบนถนนหรือแม้แต่ในนาข้าวและยังรวมถึงบริเวณทุ่งไหหินเหล่าท่องเที่ยวที่โด่งดังด้วยจากโพนสะหวันมุ่งสู่เมืองคูนที่อยู่ห่างออกไปประมาณ30กิโลเมตรเพื่อไปให้ถึงศูนย์กลางของอดีตนครรัฐพวน

นอกจากนี้ที่เมืองคูนมีความหมายถึงเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินสูงเมืองคูนตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำพวนจึงเป็นที่มาของชื่อเรียกเมืองพวนและเรียกคนที่นี่ว่าไทพวนนั่นก็คือคนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำพวนนั่นเอง ไทพวนนับเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความสำคัญอีกกลุ่มหนึ่งในภูมิภาคนี้

เพราะว่าพวกเขาสามารถจัดตั้งเป็นพระนครรัฐอิสระได้ตั้งแต่ในช่วงพุทธศตวรรษที่18โดยมีเมืองพวนเชียงขวางเป็นราชธานีก่อนที่ต่อมาเมืองพวนจะตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรล้านช้างจนเมืองสยามได้แผ่อิทธิพลข้ามฝั่งแม่น้ำโขงเข้ามายึดและควบคุมล้านช้างได้สำเร็จเมืองพวนก็กลายเป็นเมืองแนวหน้าระหว่างสยามกับอาณาจักรแดนไทเวียดของไทยวน

เนื่องจากนี้จนมาถึงยุคล่าอาณานิคมจากสนธิสันยาสยามฝรั่งเศสเมื่อปีพุทธศตวรรษ2436เมือพวนเชียงขวางจึงได้ถูกกำหนดให้อยู่ในเขตแดนของอินโดจีนฝรั่งเศสแล้วก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของ สปป. ลาว ในปัจจุบันไทพวนนับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาท

ซึ่งศาสนสถานแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยศิลปะที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียกว่าสกุลช่างเชียงขวางแต่น่าเสียดายที่ในปัจจุบันนี้เหลือรอดจากการถูกทิ้งระเบิดอยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น วัดเพีย แปลว่าวัดใหญ่เป็นวัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปีปัจจุบันปรากฏเพียงซากโบสถ์ที่ถูกระเบิดถล่มเหลือเพียงพื้นและเสารวมทั้งพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างหนึ่งองค์ที่เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองคูนสันนิษฐานว่าสร้างงขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclub สล็อตฟรี

ตำนานเรื่องเล่าพระกินคนของวัดเขากบ

เรื่องเล่าพระกินคน สำหรับข้อมูลของพระกินเณรมันน่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมมากอีกที่มันจะเจาะลงลึกไปกว่านี้ปรากฎว่าพอเจาะข้อมูลหาลึกลงไปเรื่อยๆปรากฎว่ามันได้มีอยู่อีกหนึ่งตำนานที่เขาว่ากันว่าเรื่องนี้มันน่าจะเกิดขึ้นจริงในอดีตและมันเป็นเรื่องที่ชาวบ้านเขาเชื่อกันนั่นเอง

โดยเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเลาเกี่ยวกับพระนอนกินเณรแต่ในเรื่องนี้มันชั่งแตกต่างจากตำนานของหลวงพ่อทองตรงที่ว่าจากที่มีเหตุการณ์ที่เณรได้หายตัวไปภายในวัดแบบไม่มีสาเหตุมันกลับกลายเป็นว่ามีอยู่ครั้งนึงได้มีเณรในจำนวนกลุ่มนึงเขาได้รับข่าวสารมาว่า

ในเจดีย์เก่าของตำนานนี้มีพระพุทธรูปปรางนอนสมัยโบราณอยู่และภายในพระนอนพระพุทธรูปนี้มีขุมทรัพย์ที่เขาว่ากันว่าในสมัยกรุงสุโขทัยนั้นเขาได้นำเอาทองแผ่นยัดใส่เอาไว้ในพระพุทธรูปแห่งนี้และเณรสามคนนี้ก็เกิดความโลภอยากจะไปขุดหาทอง

ซึ่งเขาก็ได้รวมตัวกันในค่ำคืนนึงเพื่อที่จะเขาไปขุดหาทองใมนพระพุทธรูปองค์นี้นั่นเองโดยตรงนี้ตามคำบอกเล่าเขาได้บอกเอาไว้ว่าในขณะที่เด็กทั้งสามคนนี้เขาได้เดินเข้าไปในจดีย์เก่าแห่งนี้และเข้าไปเจอพระพุทธรูปปรางนอนใหญ่นอนอยู่ในนี้อยู่สิ่งแรกที่พวกเขาเห็นก็คือบริที่ปากของพระพุทธรูปปรางนอนองค์นี้ได้มีคลาบเลือดอยู่เต็มปากไปหมดเลย

สิ่งตรงนี้ก็ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับเณรจำนวนนึงมากและอยู่ทันใดนั้นเองได้มีหนึ่งในเณรรูปหนึ่งเขาได้เห็นคนนึงคล้ายๆกับพระยืนอยู่บริเวณที่ปลายเท้าของพระพุทธรูปปรางนอนองค์นี้หลังจากที่เณรที่ได้เห็นเขาก็ได้ร้องกรี้ดออกมาจนทำให้เณรคนนึงที่เขาได้เข้าไปค้นหาทองบริเวณหลังพระอยู่เขาได้โพล่มาที่หน้าพระและถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ดังนั้นก็เลยทำให้เณรกลุ่มแรกเขาได้เล่าไปว่าเขานั้นได้เจอกับเหตุการณ์อะไรหลังจากนั้นเณรทั้งกลุ่มเขาก็รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องดีแล้วก็เลยรีบออกจากบริเวณเจดีย์นั้นและอยู่ๆทันใดนั้นก็ได้เกิดฟ้าผ่าลงมาที่เจดีย์แห่งนั้นจนทำให้ส่วนของพระพุทธรูปแตกออกมาเป็นชิ้นๆ

เพราะฉะนั้นแล้วหลังจากที่ได้มีฟ้าผ่าลงมาแล้วอยู่ๆทำให้เณรหายไปอย่างไร้ร่องรอยและเณรที่เหลือนั้นเขาก็คิดว่าเณรรูปนี้น่าจะค้างอยู่ในเจดีย์เก่าแห่งนั้นและคิดว่าน่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าเพราะมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นในเจดีย์แห่งนั้นด้วยเณรทั้งหมดก็เลยได้กลับไปที่เจดีย์เก่าแห่งนั้นสิ่งที่เขาได้พบนั่นก็คือ

ในจุดที่ฟ้าผ่ามาที่พระพุทธรูปปรางนอนนั้นได้มีโครงกระดูกจำนวนมากอยู่ในพระพุทธรูปแห่งนั้นและได้มีคนๆนึงห่มผ้าเหลืองนอนอยู่ในพระพุทธรูปองคนั้นด้วย

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

เกาะช้างที่กลายเป็นหินตั้งอยู่บนหมู่เกาะเวสต์แมน

เกาะช้างที่กลายเป็นหินหมู่เกาะเวสต์แมน สำหรับเรื่องนี้ต้องขอบอกก่อนเลยว่าได้เป็นที่ฮือฮ่าอย่างมากและได้มีคนแชร์ภาพต่อๆกันไปเป็นจำนวนมากกับเรื่องราวของเกาะที่มีลักษณะที่ดูเหมือนคล้ายกับช้างที่ดูเหมือนกับว่ามันกำลังนอนทอดกายอยู่กลางทะเลกันเลยและจากภาพที่ทุกคนได้เห็นตรงนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามันเหมือนจริงๆแต่สิ่งที่หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วภาพของเกาะที่ดูคล้ายกับช้างที่กลายเป็นหินนอนอยู่กลางทะเล

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้อยู่ที่เดียวกันเพราะว่ามันได้เป้นภาพของสถานที่ที่ได้ถูกนำเอามาโยงเชื่อมต่อกันนั่นเอง

และได้ถูกทำให้ดูเหมือนว่ามันมองคล้ายเหมือนกับช้างที่มีขนาดใหญ่ที่ได้กลายเป็นหินนี้มันได้เป็นช้างในตำนานที่ว่ากันว่าได้ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ที่โลกยังถูกสร้างขึ้นมาใหม่ๆเลยเราจะมาเล่าให้ทุกคนได้ฟังกันว่ามันมีความเป็นมายังไง โดยรูปภาพที่คุณเห็นนั้นที่ได้เป็นรูปภาพด้านส่วนหัวนั้น

ตรงจุดนี้ก็ได้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีชื่อว่าHeimaeyicelandได้เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะเวสต์แมนนั้นเองมันได้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์และเกาะที่ได้เป็นรูปหัวช้างที่ทุกคนได้เห็นกันอยู่ตอนนี้

ซึ่งประวัติของเกาะแห่งนี้มีมายาวนานมากๆเมื่อประมาณ1พันปีก่อนโจรสลัดยุโรปเหนือได้ค้นพบหมู่เกาะแห่งนี้เป็นครั้งแรกมันได้เป็นหมู่เกาะที่ไม่มีคนมาอยู่อาศัยมีพื้นที่ประมาณ13.4ตารางกิโลเมตรเกาะแห่งนี้มันได้เกิดขึ้นจากหินของภูเขาไฟที่ปะทุขึ้นมาแล้วมันก็เย็นตัวลง

เนื่องจากนี้ตามหน้าผาโดยรอบๆเกาะแห่งนี้ได้ถูกลมและฝนกัดเซาะและกลายมาเป็นที่พักของนกทะเลเป็นจำนนวนมากและมันก็ได้มีอยู่อีกหนึ่งจุดที่ภูเขาได้ถูกกัดเซาะจนมีลักษณะคล้ายกับใบหน้าของช้างเป็นอย่างมากและยังได้กลายมาเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะแห่งนี้

ดังนั้นในปัจจุบันนี้ประชากรที่ได้อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ก็ได้มีเยอะเพิ่มมากขึ้นถึง4,500คนเลยทีเดียวและทั้งหมดที่เราได้เล่ามานั้นมันก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพของเกาะที่ได้มีรูปร่างคล้ายเหมือนกับลักษณะช้างนั่นเองและส่วนลำตัวของมัมนที่ได้ถูกนำเอามาโยงเข้ากับเรื่องของช้างแห่งนี้นั้นมันได้เป็นเกาะที่มีชื่อว่า Moku Ho’oniki

ฉะนั้นมันได้เป็นเกาะที่มีขนาดเล็กๆที่ได้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะ Moku Ho’onikiเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะฮาวายนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

ตํานาน ทะเลสองห้อง 

      ทะเลสองห้อง  เป็นสถานทีท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะที่นี่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ และมีความลึกมาก  ทำให้นักทอ่งเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัย การดำน้ำ อยากจะลองดำน้ำลงไปเพื่อสำรวจว่าใต้น้ำนั้นจะมีอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามที่ทะเลสองห้องนี้มีตำนานเก่าแก่และโบราณ ทีชาวบ้านเชื่อกันมาก และแม้จะมีการเล่ากันปากต่อปากจากรุ่นสู่รุ่น แต่ปัจจุบันนี้ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับตำนานนี้อยู่

       สำหรับทะเลสองห้องนั้นมีตำนานที่มีการพูดถึงพญานาค โดยเรียกว่า ตำนานวังพญานาคใต้พิภพ

  นักธรณีวิทยาระบุว่า ทะเลสองห้องในจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นปล่องภูเขาไฟ 2 ปล่องที่มีอายุหลายล้านปีเมื่อกาลเวลาผ่านไปเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาทำให้ปล่องภูเขาไฟ 2 แห่งนี้กลายเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติคล้ายทะเลสาบในช่วงหน้าแล้งที่น้ำลดจะมองเห็นแนวหินแข็งของปากปล่องภูเขาไฟกั้นกลางมองเห็นเป็น 2 ส่วนคือ 2 ห้องชัดเจนจึงเป็นที่มาของชื่อทะเลสองห้อง

          ในช่วงหน้าฝนน้ำหลากปกคลุมทั้งสองส่วนจนมองเห็นเป็นแหล่งน้ำเดียวกันที่นี่จึงเป็นจุดดำน้ำน้ำในฝันของนักดำน้ำจากทั่วโลกก็มีถ้ำใต้น้ำที่สวยงามขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความลึกลับก็ยังไม่เคยมีใครสามารถดำรงไปจนถึงก้นของแหล่งน้ำแห่งนี้ได้เลยและมีนักดำน้ำที่เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่หลายๆชาวบ้านเชื่อว่าถ้ำใต้ทะเลสองห้องเป็นวังของพญานาคราชที่ชื่อทวดเลสองห้องว่ากันว่าภายในถ้ำใต้ทะเลมีทรัพย์สมบัติล้ำค่าของพญานาคอยู่มากมาย

         นักดำน้ำหลายคนที่เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เชื่อว่าเป็นเพราะไปขโมยสมบัติพญานาคบ้างก็ว่าเป็นเพราะลงดำน้ำบุกรุกวังพญานาคโดยไม่ได้บอกกล่าวขออนุญาตก่อนจึงต้องประสบกับอาถรรพ์ไม่สามารถกลับคืนสู่โลกมนุษย์ได้ต่อไปแต่ถ้ามองในแง่วิทยาศาสตร์แล้วการดำน้ำลึกย่อมมีอันตรายทั้งจากความผิดพลาดของอุปกรณ์อากาศไม่เพียงพอการเกี่ยวติดกับสิ่งกีดขวางใต้น้ำการขาดประสบการณ์สภาพแหล่งดำน้ำไม่เหมาะสมและสุขภาพของนักดำน้ำเอง  

      อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีคนมากมายอยากจะรู้กันว่าแท้ที่จริงแล้ว ตำนานที่มีการเล่าขานกันนั้นจะมีความจริงหรือไม่ และคนที่มาตายที่นี่จะตายเพราะอาถรรภ์ของตำนานจริงหรือเปล่า ก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งเราคงต้องปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นตำนานและความเชื่อต่อไป ส่วนใครที่มีความเชื่อเกี่ยวกับหลักการทางวิทยาศาสตร์และอยากมาท้าพิสูนจ์นั้นก็ต้องทำให้ร่างกายแข็งแรงก่อนที่จะมีการลงดำน้ำ

 

สนับสนุนโดย.  gclub ฝากออโต้

ตำนานแชร์แม่ชม้อย

ตำนานแชร์แม่ชม้อย ได้เป็นตำนานที่คนบนโลกใบนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขาคนนี้โยคดีของแม่ชม้อยหรือที่ประชาชนในช่วงระยะเวลานั้นได้เรียกกันว่า แม่ชม้อย เธอได้ตกเป็นผู้ต้องหาและพร้อมกับพวกของเขาอีกประมาณ10กว่าคนในข้อหาไปคดโกงเหล่าประชาชนอีกทั้งยังได้ผิดข้อหาในการห้ามยืมเงินเนการฉ้อโกง

ซึ่งในอดีตดังกล่าวนี้ได้เป็นคดีที่มีความผิดพลาดในทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมากเลยที่มีความเกี่ยวข้องในการฉ้อโกงประชาชนโดยจุดเกิดเรื่องนั้นในปีพ.ศ.2520จนถึงปีพ.ศ.2528ได้เป็นการเข้าไปหลอกเอาเงินของประชาชนมาใช้ในการเล่นในรูปแบบของการเล่นแชร์น้ำมัน

เพราะฉะนั้นแล้วคนที่คิดเรื่องแบบนี้ได้นั่นก็คือ นางชม้อย  ในช่วงระยะเวลาปีพ.ศ.2520จนถึงปีพ.ศ.2528ได้มีคนตกเป็นเหยื่อของความชิบหายนี้ประมาณ12,881คนรวมไปถึงคนที่ได้ให้กู้เงินยืนอีกประมาณ23,519ครั้งถือได้ว่าเป็นความเสียหายมากกว่า8พันล้านบาท

นอกจากนี้ในจุดกำเนิดของแชร์แม่ชม้อยนางได้เกิดวันที่24พฤศจิกายนปี2483ที่จังหวัดสิงห์บุรีบิดาชื่อว่านางหลงมารดาชื่อว่านางบัวโดยแม่ชม้อยได้เรียนจบการศึกษาชั้นเตรียมอุดมศึกษาแผนกวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนราชินีบนก่อนที่จะแต่งงานกับสามีและมีลูกด้วยกันถึงสองคน

ในภายหลังหลังจากที่ได้แต่งงานกันไปแล้วนางชม้อยเธอก็ได้เข้ามาทำงานที่องค์กรเชื้อเพลิงในตำแหน่งเสมียนธุรการในปีพ.ศ.2504ครั้งสุดท้ายไปสุดอยู่ที่ประจำตำแหน่งฝ่ายบริการทั่วไปและได้ช่วยงานกองกลางแรกเริ่มเดิมทีในตอนทีแม่ชม้อยทำงานอยู่ที่องค์การเชื้อเพลิงนางชม้อยก็ได้ชวนนายประสิทธิ์เพื่อร่วมงานของตัวเองที่ทำงานอยู่ที่เดินกันที่ได้ค้าขายน้ำมันอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

โดยได้ชวนให้มาทำการค้าน้ำมันกับเธอและในการชวนแบบง่ายๆแบบนี้นายประสิทธิก็เลยบอกตกลงเพื่อที่จะเข้าร่วมในระยะหลังจากที่ได้ลงทุนกันไปได้สักระยะแล้วนางชม้อยเธอก็ได้เห็นแล้วว่ามันได้ให้ประโยชน์ตอบแทนอย่างสูงก่อนที่นางชม้อยจะได้ชวนเพื่อร่วมงานคนอื่นๆอีกโดยการบอกปากต่อปากง่ายๆได้กำได้ดี

เนื่องจากนี้คนที่ถูกนางชม้อยชวนเข้าไปร่วมงานด้วยนั้นพวกเขาต่างก็ได้รับค่าตอบแทนกันเป็นอย่างดีแต่นานๆเข้านางชม้อยก็ได้คิดวิธีที่จะหลอกประชาชนขึ้นว่าชม้อยจะดำเนินกิจการค้าน้ำมันทั้งในและนอกประเทศโดยจะทำการจัดการตั้งบริษัทเพื่อการค้าน้ำมันขึ้นมาว่าปิโตเลียมแอนมาริมเซอร์วิสจำกัดบริษัทนี้จะทำการค้าน้ำมันทุกชนิดบนโลกและยังได้มีเรือสำหรับขนส่งน้ำมันทั้งในประเทศและนอกประเทศอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า ufabet มือ ถือ

คลองสุเอต 

คลองสุเอต  หลายคนก็อาจจะเคยได้ยินข่าวเรือลำนึงที่จอดเกยตื้นอยู่ที่คลองสุเอชประเทศอียิปต์แล้วทุกคนก็ตีข่าวกันไปใหญ่เลยบอกว่านี่มันเป็นวิกฤตการขนส่งของโลกแล้วตอนนี้การขนส่งของโลกกำลังเป็นอัมพาตอะไรต่างๆ

ซึ่งหลายๆคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับชื่อคลองสุเอซเท่าไหร่แล้วก็สงสัยว่าทำไมแค่เรือเกยตื้นเพียงลำเดียวมันทำให้โลกวุ่นวายได้ขนาดนั้นเลยหรอเราไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อนดังนั้นวันนี้เราได้เก็บเอาเรื่องราวของคลองสุเอซมาเล่าให้ทุกคนฟังว่าคลองสุเอซสำคัญอย่างไรทำไมเขาถึงบอกว่านี่คือคลองทำสำคัญที่สุดในโลกแค่เอเกยตื้นลำเดียวมันทำไมทำให้โลกของเราวุ่นวายได้ขนาดนี้

สำรับใครที่ยังไม่ได้ยินข่าวเรื่องเรือเกยตื้น เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นวันที่23มีนาคม2021คือมันมีเรือที่ชื่อว่าEver Given ก็ลอยลำมาในคลองสุเอซประเทศอียิปต์ตามปกติแต่ว่าในระห่างที่ลอยมานั้นบังเอิญว่าเขาได้ไปพบเจอกับพายุทรายที่มาเร็วมากๆจึงทำให้ทัศวิสัยแย่

ดังนั้นเรือลำนี้ที่เป็นเรือขนาดใหญ่ก็บังคับเรือพลาดหัวเรือไปเกยตื้นแล้วตัวเรือเองก็ได้ขวางคลองเอาไว้ทำให้การเดินทางการเดินเรือในคอลสุเอซเป็นอัมพาตไปชั่วขณะเท่านั้นยังไม่พอหลังจากที่ทุกอย่างซาคนก็เข้ามาดูกันแล้วก็พบว่าเรือมันเกยตื้นลึกกว่าที่คิดและที่สำคัญน้ำมันก็ลงอีกอะไรต่างๆดิน ทราย หิน แล้วก็เรือมันก็หนักมากจะเอาเรือมาลากจูงออกมันก็ออกไม่ได้สักที

จากเดิมที่ได้ประเมิลเอาไว้ว่าน่าจะใช้ระยะเวลาวันสองวันปัจจุบันนี้เขาได้ประเมิลกันแล้วว่าอาจจะใช้เวลาหลายสัปดาห์เลยทีเดียว

ซึ่งเลยทำให้คนแตกตื่นกันมากว่าในตอนนี้การขนส่งของโลกกำลังจะเป้นอัมพาตแล้ววุ่นวายกันไปหมดเลยเพราะว่าคลองที่เรือลำนี้ที่ได้เข้าไปขวางมันดันเป็นคลองสุเอซต้องบอกว่าตั้งแต่ในสมัยอดีตจนถึงปัจจุบันการเดินทางขนส่งที่สำคัญที่สุดในโลกคือการเดินทางขนส่งทางเรือ

นอกจากนี้ปัญหามันก็คือเราไปดูกันที่แผนโลกกันดีกว่าการเดินทางขนส่งเส้นทางนึงที่เป็นเส้นทางยอดฮิตมากก็คือการขส่งของจากทวีปยุโรปมาบริเวณทวีปเอเซียแล้วก็จากเอเซียกลับมาที่ยุโรปนั่นเองถึงยุโรปกับเอเซียจะติดกันแต่มันติดกันทางบกใช่ไหมมันไม่ได้ติดกันทางน้ำจะอ้อมไปด้านบนผ่านรัสเซียก็หนาวเป็นน้ำแข็งไปไม่ได้จะอ้อมมาทางด้านล่างก็ต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮป มันเป็นเส้นทางที่ไกลมากๆใช้เวลาเดินทาง24วันขึ้นไป

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ำ 100

ตำนานผีจ้างหนัง

สำหรับเรื่องนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ ตำนานผีจ้างหนัง ที่ป่าคำชะโนดที่ได้เป็นตำนานที่ได้ถูกพูดถึงกันมาอย่างนานมากกว่า30ปีแล้วเพราะว่าเรื่องราวของผีจ้างหนังต้องบอกเลยว่ามันเป็นเรื่องราวที่ทำให้ป่าคำชะโนดแห่งนี้ได้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางนั่นเอง

ซึ่งตำนานเรื่องของผีจ้างหนังได้เป็นเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นมาจริงในปี พ.ศ.2532แต่เรื่องราวเมื่อ30ปีที่แล้วกลับไปถูกเล่ากันมาอย่างต่อเนื่องกันมาอย่างไม่ขาดสายแต่มันจะเป็นเรื่องจริงทั้งหมดหรือเปล่าก็ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านกันด้วยโดยเรื่องราวของตำนานผีจ้างหนังมันได้เริ่มต้นขึ้น

เมื่อวันที่29 มกราคม พ.ศ.2532ในวันนั้นก็ได้มีคนมาจ้างบริษัทหนังแห่งหนึ่งให้เข้าไปฉากหนังที่ดินแดนป่าคำชะโนดภายในหมู่บ้านวังทองอำเภอบ้านดุง จังหวัด อุดรธานี โดยได้ตกลงค่าจ้างกันเอาไว้ประมาณ4,000บาทและจะมีหนังไปฉากทั้งหมด4เรื่องด้วยกัน

นอกจากนี้ก็ได้มีสัญญาณข้อพิเศษอยู่อีกหนึ่งข้อด้วยกันนั่นก็คือจะให้ฉายหนังถึงเวลาเพียงแค่ตี04.00เท่านั้นห้ามฉากหนังจนถึงเช้าโดยเด็ดขาดและเมื่อฉากหนังเสร็จก็ให้รีบเก็บของออกจากที่ฟ้าจะสว่างและมันก็ได้ทำเรื่องที่แปลกใจให้กับเจ้าของบริษัทหนังอยู่ไม่น้อย

เพราะโดยปกติแล้วเวลาที่ได้ไปฉายหนังที่อื่นชาวบ้านเขาก็จะบอกว่าให้ฉากหนังจนถึงเช้ากันแทบทุกเจ้าแต่เจ้าของบริษัทหนังได้มองเห็นว่าเป็นความต้องการของผู้ที่มาจ้างจึงไม่ได้ถามหาเหตุผลแต่อย่างใดหลังจากที่ได้ทำการตกลงกันแล้วเสร็จคนที่มาจ้างหนังเขาก็ได้นำเอาเงินมามัดจำเอาไว้เป็นจำนวน500บาทและจะบอกว่าจะจ่ายในส่วนที่เหลือให้หลังจากที่ทำการฉายหนังเสร็จเป็นจำนวนเงิน3,500บาทนั่นเอง

ดังนั้นเมื่อถึงวันนัดหมายทางเจ้าของหนังกลางแปลงก็ได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ไปยังสถานที่ที่ได้นัดหมายเอาไว้ตามเวลาและกว่าจะเดินทางไปถึงก็จะเป็นช่วงเวลาที่จะใกล้ค่ำแล้ว

เมื่อพนังงานบริษัทฉายหนังได้เดินทางไปถึงสถานที่ที่ได้นัดหมายเอาไว้ดันไปพบเจอเรื่องแปลกใจว่าทำไมพื้นที่แห่งนี้ไม่มีใครอาศัยอยู่เลยอีกทั้งยังเป็นป่าแม้แต่พื้นที่ที่จะใช้สำหรับในการกลางจอหนังนั้นยังไม่มีเลย

ซึ่งพนังงานฉายหนังต่างก็สงสัยเหมือนกันว่าผู้คนในระแวกนี้เขาหายไปไหนกันหมดหรือว่าพวกชาวบ้านเขายังไม่รู้ว่าจะมีหนังมาฉายเพราะปกติแลวเวลาที่พวกเขาได้นำเอาหนังไปฉายที่ไหนก็จะมีร้านค้าของชาวบ้านในแต่ละพื้นต่างก็จะพามาเปิดร้านขายของกันอย่างคึกคักตั้งแต่จอหนังยังไม่กลางด้วยซ้ำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet เว็บแม่

Page 1 of 3

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén