Month: มิถุนายน 2020

เรื่องหลอนจากห้องน้ำหญิง 

วันนี้เกิดขึ้นสมัยตอนที่เราเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนเมื่อ 10 ปีที่แล้วซึ่งตอนนั้นเราทำงาน 1 ปีครึ่งทุกๆครั้งที่เราไปโรงเรียนแล้วจะเจอเรื่องราวทำให้ต้องขนหัวลุกเสมอซึ่งเรื่องที่จะพูดในครั้งนี้คือเรื่องเกี่ยวกับห้องน้ำของโรงเรียนซึ่งเป็นห้องน้ำสำหรับเด็กและคุณครูชุดห้องน้ำที่มีผีและที่จะเล่าในห้องนี้ก็คือห้องน้ำหญิงซึ่งหลังจากนั้นก็จะมีห้องน้ำของหญิงกับผู้ชายแยกกันอยู่คนละที่ห้องน้ำหญิง

จะตั้งอยู่ที่ด้านหลังของตึกเรียนอตตึกที่ 1 ซึ่งที่ที่ฉันทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัดแล้วต้องขอบอกไว้ก่อนว่าที่นี่นั้นมีบรรยากาศที่ดีมากแต่ในตอนกลางคืนก็จะหลอนนิดๆหลายครั้งมากที่ฉันจะได้ยินเรื่องราวจากเด็กนักเรียนที่มีพ่อแม่เป็นพวกหมอผี

พวกนั้นจะชอบเล่าให้ฟังว่าเวลาที่เข้าไปในห้องน้ำจะมากับเพื่อน 3 คนซึ่งเมื่อเข้าไปในห้องน้ำก็ไม่มีใครอื่นอยู่เลยมีเพียงกันแค่ 3 คนเท่านั้นและเมื่อทั้งสามคนเข้าไปในห้องทั้ง 3 คนได้ยินเสียงประตูห้องอีกห้องนึงคิดถึง 3 คนไม่ได้เข้านั้นปิดดังปั้งแรงมาก

ซึ่งทั้ง 3 คนนั้นตกใจมากเนื่องจากว่าในห้องนั้นมีประตู 2 อันก็จริงเนื่องจากมี 2 ห้องแต่ว่าประตูอีกอันนึงนั้นพังไปซึ่งไม่สามารถที่จะปิดหรือทำอะไรกับมันได้เพราะมันขึ้นสนิมจนขยับอะไรไม่ได้เลยดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่มันจะมีเสียงส่วนห้องที่ชั้น 2 คนยืนอยู่ตรงหน้าเป็นไปไม่ได้เพราะทั้งสองคนก็กำลังอยู่ในห้องนั้นซึ่งทั้งสองคนนั้นเข้ามาก่อนแล้ว

จึงได้ยินเสียงนั้นจึงทำให้น่ากลัวมากขึ้นนอกจากนั้นเวลาทั้งสองคนเดินเข้ามาตอนกลางค่ำกลางคืนจะพบกับผู้หญิงใส่ชุดสีดำยาวลากพื้นผมยาวสีดำปิดหน้าปิดตาอยู่ในห้องน้ำเดินวนไปวนมา ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เรากลัวมากซึ่งเราเองนั้นก็เจอเรื่องผีเช่นเดียวกันเมื่อสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เด็กๆเล่าให้ฟัง ซึ่งตอนนั้นเราเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิงตรงด้านหลังตึกหนึ่ง

ซึ่งตอนนั้นเรากลัวเป็นอย่างมากเพราะเรารู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างมองเราอยู่ตลอดเวลาแต่ที่นั่นไม่มีใครเลยเพราะมีเราเหลืออยู่คนเดียวที่โรงเรียนแล้วอยู่ๆเราก็ได้ยินเสียงปิดประตูแรงมากทั้งๆที่ไม่มีใครอยู่เลยซึ่งเรากลัวมากและคิดว่าน่าจะเป็นผีที่เด็กๆพูดถึงจะไม่กล้าเข้าไปแล้ววิ่งหนีซึ่งทางโรงเรียนได้นิมนต์พระมาถามว่ามีอะไร

กลับห้องน้ำหรือเปล่าซึ่งหลวงตาหรือผ่าก็ได้บอกกับเราว่าในตอนเช้านั้นพวกผีจะมอบห้องน้ำมีให้คนได้ใช้กันแต่พอตกกลางคืนห้องน้ำนี้จะกลายเป็นของภูตผีซึ่งจะเดินทางมาอาศัยอยู่ที่ห้องน้ำเนื่องจากตอนสมัยยังมีชีวิตได้ทำบาปไม่เยอะและไม่เคยคิดที่จะทำบุญเลยและยังทำบาปต่อไปเรื่อยๆจนทำให้เมื่อตายไปก็กลายเป็นวิญญาณที่เร่ร่อนไปทั่วไม่มีที่ให้อยู่อาศัยอย่างนั้นจึงต้องไปอยู่อาศัยที่ห้องน้ำแทน

 

สนับสนุนโดย  gclub

ตำนานสยองขวัญลิฟต์แดงของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

            เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินตำนานลิฟต์แดง ที่มีชื่อเสียงเรื่องของความหลอนกันมาบ้าง ถึงแม้จะมีเรื่องเล่ากันมาอย่างยาวนาน แต่เราก็ควรจะไปหาคำตอบนี้ด้วยกัน ว่าที่จริงแล้วตำนานลิฟต์แดงนี้มีจริงหรือไม่ และเมื่อเราลองค้นคว้าหาข้อมูลเราจะเจอว่า สถานที่ที่พูดถึงกันอยู่นี้คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขา ท่าพระจันทร์

ซึ่งมีรุ่นพี่ที่เรียนจบจากที่นี่หลายรุ่นได้ออกมาเล่าเกี่ยวกับตำนานลิฟต์แดงนี้ให้เราได้รู้เรื่องราวในอดีตกันว่าที่จริงแล้ว ตำนานที่เขาร่ำลือกันนั้น มันเคยเกิดเรื่องแบบนี้จริงจริง โดยหากต้องย้อนเรื่องราวที่เกิดเหตุการณ์สุดสยองในครั้งนั้น

เริ่มต้นมาจาก การที่ในช่วงปี พ.ศ. 2519 ครั้งนี้มีการประท้วงจากนักศึกษาที่ออกมาคัดค้านไม่ยอมให้จอมพลถนอมกลับมาปกครองประเทศ ซึ่งวันที่เกิดเหตุนั้นตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม เมื่อทหารได้เข้ามาปราบปรามเหล่านักศึกษาที่พากันออกมาประท้วง

ซึ่งวิธีการปราบของทหารก็คือ การใช้ปืนยิงนักศึกษาทำให้ในวันนั้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สาขาท่าพระจันทร์มีจำนวนนักศึกษาที่บาดเจ็บและล้มตายกันเป็นจำนวนมาก และเมื่อทหารถือปืนเข้ามาในมหาวิทยาลัย นักศึกษาหลายคนได้วิ่งหนีเพื่อทำการซ่อนตัว และได้มีกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้าไปซ่อนในลิฟต์ ซึ่งพวกเขาคิดว่าน่าจะปลอดภัย

แต่น่าเสียดายเมื่อประตูลิฟต์ได้เปิดออกทหารก็ยืนรอพวกเขาอยู่ที่หน้าลิฟต์แล้ว

และไม่ทันตั้งตัว เหล่าทหารที่อยู่ตรงหน้าลิฟต์ก็ยิงปืนใส่เหล่านักศึกษาที่อยู่ในลิฟต์จนตายหมดทุกคน ภายในลิฟต์มีสีแดงซึ่งเป็นสีเลือดของนักศึกษาเหล่านั้นเปื้อนเต็มไปหมด และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ถึงแม้ว่าเหตุการณ์การประท้วงจะสงบลงแล้ว

และทางมหาวิทยาลัยได้มาทำความสะอาดลิฟต์ตัวดังกล่าวแต่ก็ไม่สามารถที่จะล้างสีแดงของเลือดออกได้ ในที่สุดทางมหาวิทยาลัยจึงได้ตัดสินใจเอาสีขาวเข้ามาเพื่อทาพื้นที่ทุกบริเวณภายในลิฟต์ตัวดังกล่าวแต่ไม่ว่าจะทาสีขาวไปสักกี่ครั้งวันรุ่งขึ้นลิฟต์ตัวนี้ก็จะกลับมาเป็นสีแดงเหมือนเดิม ทำให้ลิฟต์ตัวนี้ถูกตั้งชื่อว่าลิฟต์แดงนับแต่นั้น

และที่น่ากลัวก็คือหากในช่วงเย็นใครที่มาใช้ลิฟต์นี้มักจะพบกับเหตุการณ์ที่สุดหลอนเมื่อบางครั้งลิฟต์ก็เปิดเองในชั้นที่ไม่ได้มีใครกด หรือบางทีเมื่อลิฟต์เปิดออกนักศึกที่อยู่ภายในลิฟต์จะมองเห็นเหตุการณ์ที่ทหารมายืนรอยิงนักศึกษาในลิฟต์และบางครั้งก็มักจะเห็นนักศึกษาเดินเข้ามาในลิฟต์พร้อมกับตัวที่เต็มไปด้วยเลือด ตอนนี้ลิฟต์แดงได้มีการถูกเปลี่ยนออกไปแล้วแต่เรื่องราวตำนานของลิฟต์ยังคงมีอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร Sagame ฟรี

เรื่องราวของ อนันดา เอเวอริ่งแฮม

เวลาไปที่มันเหมือนเด็กอยู่ในร้านขนม ทุกอย่างดูน่าตื่นตาตื่นใจไปหมด บางทีไปแล้ว ลำบากจะตาย นอนกระดานไม้คืนละ 30 บาท แต่ผมชอบ มันคือประสบการณ์ไง พอกลับมา เจอ พัดลมก็อ้หพัดลม เจอผ้าห่มก็ผ้าห่มโว้ย ! แต่ถ้าผมไปเที่ยวลอนดอน พักโรงแรมดี ๆ

กลับมาก็ไม่มี อะไรเล่าให้ใครฟังหรอก แต่ผมพาเพื่อนไปเนปาลประมาณ 2 – 3 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้ ตอนออกมาดื่ม เหล้าด้วยกัน ยังคุยแต่เรื่องเดิม ๆ อยู่เลย แต่ก่อนผมจะพยายามแวบไปปีละครั้ง ทำงาน 1 โปรเจ็กต์แล้วจะไปเลย บางทีหายไป เดือนสองเดือน เดินทางไปเรื่อย ๆ

พอเงินหมดก็กลับมาหาหม่อมน้อย ( ม . ล . พันธุ์เทวนพ เทวกุล ) ขอ งานทำ แต่ตอนนี้ไม่ได้ไปไหนมาเกือบ 2 ปีแล้ว เพราะว่าผมทำงานต่อเนื่องมาก ไม่ค่อยมีโอกาสไป ใหน 

เอาจริงกับชีวิต ทุกวันนี้ ผมพยายามจริงจังกับการแสดงมากขึ้น ค่อนข้างเครียดกับมันมาก กดดันตัวเอง ค่อนข้างสูง เพราะผมไม่ใช่นักแสดงที่มีพรสวรรค์สูงมาก บางทีเวลาเล่นหนัง ผมยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่ สิ่งที่ผมควรจะทำ เพราะมันไม่ใช่อาชีพที่เป็นธรรมชาติของผมเลย

ผมคิดอยู่ว่าอาจจะไปทำงานเบื้องหลัง เป็นอะไรที่ใช้สมอง ได้ครีเอทหน่อย ก็เป็นไปได้ว่า : จะไปฝึกงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ เผื่อวันหนึ่งอาจจะได้กำกับหนังของตัวเองสักเรื่อง 

ผมอยู่กับหนังมาตั้งแต่อายุ 17 อยู่กับมันจนอิน จนมันกลายเป็นสิ่งที่ผมสนใจไปแล้ว อย่าง น้อยมันก็เป็นสิ่งที่เรารู้มากที่สุด เวลาพูดอะไรกับใคร มันก็ออกมาเป็นเรื่องหนังหมด ยิ่งพอทำงาน ตรงนี้ มีคนเอาหนังมาให้ดูเยอะ ๆ มันก็ได้ซึมซับเข้าไปในสมองอีก

ผมมีความรู้สึกว่าหนังเป็นสื่อที่ น่าทิ้งมาก ๆ แล้วไหน ๆ เรามาอยู่ในวงการนี้ ผมก็อยากสุด ๆ ไปสักทาง อย่างเรื่องการแสดง ผมก็ด ทำไปเรื่อย ๆ จนได้โปรเจ็กต์หนึ่งที่โอ . เค . เป็นมาสเตอร์พีซของผมแล้ว ผมก็จะย้ายไปทำอย่างนี้ ถ้าไปอยู่เบื้องหลัง ผมก็ขอทำมาสเตอร์พีซสักหนึ่งเรื่อง แล้วก็ขอไปทำอย่างอื่นต่อไป ชีวิตนะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet สมัคร

เรื่องผีที่คนต่างประเทศนำไปสร้างเป็นหนัง

 เรื่องเล่าเกี่ยวกับ   Baby Sitter  upstairs 

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่เธอต้องการที่จะหาเงินโดยการรับเลี้ยงเด็กเป็นพี่เลี้ยงซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอไปรับเลี้ยงเด็กในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางป่าซึ่งตอนนั้นพ่อแม่ของเด็ก

เหล่านั้นฝากลูกไว้กับเธอและออกจากบ้านไปในตอนกลางคืนตอนนั้นเป็นคืนที่มีฝนตกหนักและลมแรงมากแล้วหลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรและกล่อมเด็กๆจะนอนหลับเมื่อก่อนเถอะเด็กจะนอนหลับปุ๊บเธอก็คิดที่จะไปดูทีวีของทางบ้านอยู่ๆเธอ

ก็เห็นว่ามือถือของเธอเบอร์โทรศัพท์ที่ทำให้รู้จักโทรมาหาหลังจากนั้นเธอก็รับสายหลังจากนั้นก็มีคนบอกมาว่า “ฉันจะมารับเธอไป”พี่เลี้ยงคนนั้นกลัวมากรีบวางสายแล้วโทรหาตำรวจทันทีหลังจากนั้นตำรวจจึงมาถึงหลังจากนั้นเธอก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมด

ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างซึ่งทางตำรวจได้บอกว่าคนที่โทนั้นอยู่ในบ้านดังนั้นพวกเขาจึงพากันเป็นคนบ้านแต่คนทั่วทั้งหมดแม้ว่าห้องใต้หลังคาก็คนแต่ก็ไม่พบใครนอกจากพี่เลี้ยงและเด็กๆทั้งนั้น เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่โด่งดังมากในประเทศสหรัฐอเมริกาทำให้มีผู้กำกับคนหนึ่งได้นำเรื่องราวนี้ไปสร้างเป็นหนังจะมีกระแสตอบรับที่ดีมากจากทั่วโลกแล้วหนังนี้ก็กลายเป็น หนังที่ดังมากในยุคนั้นเลย

The Clown Doll 

ทุกคนรู้กันบ้างนะคะว่าคนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพวกที่ตัวตลกค่ะไม่มีนักวิจัยได้ออกมาบอกเราว่าคนประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเกลียดตัวตลกมากๆซึ่งดังนั้นหลายคนจากทั่วโลกจึงได้นำหนังที่เกี่ยวกับตัวตลกเป็นฆาตกรมาฉายให้ดูส่วนใหญ่หนังที่มีตัวตลกก็จะเป็นหนังแนวขนหัวลุกเป็นหนังที่ส่วนใหญ่ตัวตลกจะเป็นฆาตกร

ซึ่งมีตำนานที่ทำให้คนอเมริกันกลัวตัวตลกค่ะซึ่งเรื่องก็ อยู่ในชนบทวันนั้นเป็นตอนกลางคืนที่มืดมากไม่มีดวงดาวเลยสักดวงตอนนั้นมีผู้ชายกับผู้หญิงที่แต่งงานกันและมีลูกซึ่งตอนนั้นคุณพ่อและคุณแม่และเด็กๆนั้นเล่นกันอยู่ในห้องหลังจากนั้นเด็กๆก็ออกมาหาพ่อและแม่ซึ่งคุณพ่อและคุณแม่ได้ถามเด็กๆว่าทำไมถึงตื่นขึ้นมายังไม่นอนอีกหรอ

ซึ่งเด็กคนนั้นได้ตอบว่าผมนอนไม่ได้ครับพ่อจำได้ไหมตุ๊กตาตัวตลกที่คุณปู่ซื้อให้มันจ้องหน้าผมครับมันขยับด้วยผมนอนไม่ได้ผมกลัวว่าผมจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากนั้นครอบครัวทั้งหมดรวมถึงที่เลี้ยงต่างตกใจมากเพราะไม่มีตุ๊กตาตัวตลกอยู่ในห้องแล้ว

ไม่เคยมีใครซื้อให้เลยเด็กคนนั้นยังกล่าวว่ามันเป็นเรื่องจริงหลังจากนั้นคุณพ่อและคุณแม่รีบโทรหาตำรวจให้เข้ามาดูในบ้านว่ามีใครแอบเข้ามาในนี้หรือเปล่าก็เข้าไปอยู่ในห้องพร้อมกับตำรวจกลับเพราะว่าไม่มีตุ๊กตาตัวตลกเลยสักนิดแล้วหลังจากนั้นตำรวจก็บอกว่าไม่มีตุ๊กตาตัวตลกแต่พบว่ามีรอยกระจกแตกซึ่งแปลว่ามีคน เข้ามาในบ้าน

โดยใช้ก้อนหินในการทุบกระจกเพื่อที่จะเข้ามาได้ซึ่งเขาบอกว่าได้มีคนบ้าคนนึงหนีออกมาจากคุกพอดีบางทีอาจจะเป็นคนเดียวกันก็ได้เพราะมีครูคนบ้าอยู่แถวๆคฤหาสน์ของเขาด้วยดังนั้นอาจเป็นไปได้ว่าคนบ้าคนนั้นอาจจะเข้ามาในห้องของเด็กคนนี้ซึ่งถือว่าเด็กคนนี้โชคดีมากที่ออกมาจากห้องก่อนเวลาที่จะถูกทำร้าย

ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดังทั่วโลกมากหลังจากมีนักแต่งนิยายที่นำเรื่องนี้มาแต่งนิยายชื่อว่า it  และได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อเรื่องว่าอิฐเช่นเดียวกันฉันเป็นหนังเกี่ยวกับตัวตลกที่ฆ่าคน ซึ่งในหนังได้กล่าวไว้ว่าตัวตลกตัวนี้จะไม่ใช้อุปกรณ์อะไรฆ่าคนเราจะใช้ฟันของตัวเองกัดเด็กจนตาย ซึ่งได้มีหญิงสาวคนหนึ่งมีนามว่า เชียลา เธอนั้น

ถูกพบเป็นศพที่ถูกยิงโดยการแต่งตัวของเธอนั้นแต่งตัวเป็นเหมือนตัวตลกใส่วิกผมสีทองซึ่งเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องที่แม้แต่นักสืบก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นปริศนาคาใจชาวอเมริกันทุกคนนึงจากที่มีเรื่องนี้เผยแพร่ออกมาทำให้ชาวอเมริกันเกลียดตัวตลกตลอดมา

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

ใครใครก็อยากรวย

คงไม่มีใครบนโลกใบนี้กล้าปฏิเสธว่าอยากเป็นคนรวยใช่ไหม เพราะทุกคนก็อยากรวยกันทั้งนั้น แต่ทำยังไงถึงจะรวย คนส่วนใหญ่ก็จะต้องตอบว่า เก็บเงิน ทำงาน ลงทุน ซึ่งคำตอบก็จะหนีไม่พ้นคำตอบเหล่านี้หรอก แต่จริงแล้วนั้นคนโบราณหรือแม้แต่คนปัจจุบันก็มีความเชื่อเรื่องหนึ่งนั่นก็คือเรื่องความเป็นสิริมงคลโชคลาภ

และฤกษ์งามยามดี ซึ่งถือได้ว่าเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาตั้งรุ่นปู่ย่าตายาย และรุ่นพ่อแม่ ตั้งแต่สมัยอดีตจนปัจจุบัน ซึ่งฮวงจุ้ยในการตกแต่งบ้านหรือสถานที่ทำงานก็มีส่วนสำคัญในการที่จะทำให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้าและร่ำรวยเงินทอง ตลอดจนมีความสุขสมปรารถนา

ดังนั้นการตกแต่งบ้านหรือการเสริมโชคลาภด้วยไม้มงคล ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจหรือเจ้าของบ้านนิยม ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายถึงไม้มงคล ที่เหมาะกับการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับเจ้าของบ้านและธุรกิจ แต่ก่อนอื่นต้องอธิบายของคำว่าไม้มงคลคู่บ้านก่อนว่าคืออะไร ซึ่งตามความหมายแล้วนั้น

ไม้มงคลคู่บ้าน คือพันธุ์ไม้ที่มีความหมายดีๆ เป็นสิริมงคล เสริมโชคลาภให้กับบ้านที่อยู่อาศัยและผู้คนในครอบครัว เพราะสืบเนื่องมาจากโบราณแล้วนั้นที่เชื่อว่าการมีสิ่งมงคลอยู่รอบตัวเรานั้น จะช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ส่งผลให้เจอแต่เรื่องดีๆ เจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยทั้งเงินทอง มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และนอกจากความเป็นสิริมงคลแล้วนั้น

พันธ์ไม้มงคลบางชนิดยังสามารถนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรต่างๆ เพื่อรักษาอาการป่วยหรืออาการบาดเจ็บและทำมาเป็นยาประจำบ้านได้อีกด้วย

ซึ่งพันธุ์ไม้มงคลแต่ละชนิดก็จะมีความหมายที่แตกต่างกันไป  ไม่ว่าจะเป็นไม้สักทอง ที่หมายถึงการมีศักดิ์ศรี มีเกียรติ ยศถาบรรดาศักดิ์ และมั่งมีร่ำรวยเงินทอง หรือจะเป็นไผ่สีสุก ที่มีความหมายถึงการมีความสุขสดใส ดั่งไม้ไผ่ที่ร่มเย็นเป็นสุขและอายุยืนนาน นอกจากนั้นก็ยังมีว่านเศรษฐีเรือนใน ที่มีความหมายถึงความมั่งมี ศรีสุขทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง และมีผู้รักใคร เสริมบารมีและอำนาจวาสนา ส่วนอีกไม้หนึ่งที่อยากแนะนำคือ ราชพฤกษ์

ที่มีความหมายถึงการมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นใหญ่ มีอำนาจวาสนา  สุดท้ายคือ ต้นโกสน ที่หมายถึงการสร้างบุญบารมี สร้างคุณงามความดี และสิ่งที่ดีงามอันเป็นกุศล ซึ่งต้นไม้ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือไม้พันธุ์ที่มีความมงคล เหมาะสำหรับปลูกไว้ที่บ้านและที่ออฟฟิศ เพื่อให้ผู้อยู่และเจ้าของมีความมั่งมี และมีสิริมงคล สุขภาพแข็งแรง ทำมาค้าขึ้น และร่ำรวยเงินทอง มีเงินใช้ไม่ขาดมือ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  holiday palace

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén