Month: กรกฎาคม 2020

เรื่องราวของเกาะโซโคทา ประเทศเยเมน 

สถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังซึ่งมีความงดงามเป็นอย่างมากโดยที่นี่นั้นจะมีต้นไม้อยู่ชนิดหนึ่งซึ่งมีหน้าตาอันแปลกประหลาดมีกิ่งก้านแผ่สารออกมามากมายยิ่งกว่าต้นหูกระจง นอกจากนั้นที่นี่ยังมีต้นไม้และสัตว์หายากมากกว่า 700 แบบที่นี่นั้น

กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังโดยมันนั้นก็ได้มีจำหน่ายเช่นเดียวกันได้จำนวนของวันนั้นก็ไม่เหมือนใครโดยตำนานมีอยู่ว่า ที่เกาะแห่งนี้ได้เคยมีเพียงแค่ผืนดินธรรมดาเท่านั้นเมื่อพระเจ้าได้เห็นจึงได้ทำการสร้างสัตว์น้อยใหญ่ขึ้นมามากมาย

โดยได้เสกให้มังกรตัวสีทองสวยงามเป็นราชาแห่งที่นี่ถึงแม้ว่าร่างกายของเจ้ามังกรสีทองสง่างามตัวนี้นั้นจะมีความสีทองเปลี่ยนสดใสแต่มันกลับเป็นมังกรที่ใจร้ายอำมหิตไม่มีความเมตตาให้แก่ประชาชนทั้งหลายด้วยเมื่อใครทำให้ถูกใจมันมันก็จะทำการฆ่าทิ้งโดยการกินโดยไม่ว่าจะมีคนเอาใจมันมากแค่ไหน

เมื่อใครพูดผิดนิดหน่อยเจ้ามังกรก็จะใช้วิธีแบบเผด็จการโดยการฆ่าพวกนั้นทันทีนั่นจึงทำให้ไม่มีประชาชนสัตว์คนไหนที่ จะชอบราชามังกรของพวกเขาเลยแต่พวกเขานั้นก็ไม่สามารถที่จะโวยวายอะไรออกมาได้พระพุทธเจ้านั้นไม่มีสิทธิ์มากพอที่จะสามารถออกความคิดเห็นออกมาได้เกี่ยวกับเรื่องของพระราชาแต่สุดท้ายก็มีอยู่ครั้งหนึ่ง

ที่พระราชามังกรตกลงรักมังกรสาวตัวนึงซึ่งเขานั้นก็ได้จะขอเธอแต่งงานแต่ด้วยความที่เธอเกลียดคนนิสัยไม่ดีเธอจึงปฏิเสธเขาไปด้วยความโมโหราชาจึงได้ทำการกินหญิงสาวคนนั้นเข้าไปทันทีและประชากรทั้งหมดที่อยู่ในอาณาจักรของมันเมื่อพระเจ้าได้เห็นความแห้งแล้งและสิ่งที่ไม่มีความเป็นธรรมชาติอีกต่อไป

เทพเจ้าจึงโกรธเป็นอย่างมากจึงได้เสกเวทมนต์ทำให้เจ้ามังกรที่หยิ่งยโสนิสัยไม่ดีตัวนั้นสิ้นฤทธิ์ลงโดยการเสกให้มันนั้นกลายเป็นต้นไม้ที่มีหน้าอัปลักษณ์และน่าเกลียด และเทพเจ้าก็ได้ทำการสร้างสรรค์ขึ้นมาอีกครั้งให้ตอนนี้ได้มีมากมายหลายชนิดและพืชพันธุ์มากมายโดยเทพเจ้านั้นกับเรื่องมังกรไว้ว่ามันจะกลายเป็นต้นไม้แบบนี้ตลอดกาลมีสามารถที่จะกลับมาได้จนกว่ามันจะรู้ว่ามันทำผิดอะไรลงไป

แต่ด้วยนิสัยอันยิ่งใหญ่โสของเจ้ามังกรมันจึงมั่นใจว่าตัวเองนั้นไม่ได้ผิดและยังคงความหยิ่งยโสนี้ต่อไปทำให้สุดท้ายมันก็ไม่ได้กลับเป็นมังกรเหมือนเดิมสักที โดยมีความเชื่อกันว่ายางไม้ที่ออกมาจากต้นไม้นั้นเปรียบเสมือนกับเลือดของมังกรที่ไหลออกมาจากร่างกายของมันนั่นเอง 

และนี่ก็คือตำนานของเกาะ โซโคทาที่ประเทศเยเมนหากใครสนใจก็ลองไปหาข้อมูลการเพิ่มเติมได้นะคะ

 

สนับสนุนโดย   UFABET เว็บตรง

สร้างภาพแต่งบ้านให้สวยงาม

หลายคนอาจจะเบื่อกับการสร้างภาพ แต่การสร้างภาพเพื่อความตกแต่บ้านนั้นจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้บ้านของเรานั้นสวยงามและน่าอยู่ขึ้นให้บ้านเปรียบเสมือนสตูดิโอถ่ายรูปเลยทีเดียวโดยการใช้หลักกการทางศิลปะง่ายๆ รับรองว่าถ้าหากทำตามนั้นมีมุมถ่ายรูปสวยๆในบ้านอย่างแน่นอน

และนอกจากจะทำห้เรานั้นมีมุมถ่ายรูปโดยไม่ต้องออกจากบ้านแล้วนั้นก็จะทำให้เรามความสุขเมื่ออาสัยอญุ่ในบ้านอย่างมากเลยทีเดียว โดยการนำศิลปะเข้ามาใช้นั้นก็เป็นการผสมผสานให้เกิดความสวยงามและเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้บ้านของเรานั้นมีความเป็นระเบียบมากขึ้นด้วย โดยการเริ่มจาก

การใช้หลักการจัดองค์ประกอบ 9 ช่อง เป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะคุ้นชินกันในการถ่ายรูป ก็เป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ร่วมกับการจัดหบ้านได้ โดยวิธีการจัดบ้านในลัษณะนี้นั้นจะเป็นสิ่งที่เหมาะสำหรับการถ่ายภพนิ่ง

โดยการใช้จุดตั้ง4จุดที่มีการตัดกันระหว่างเส้นตั้งกับเส้นขวาง เราจะต้องว่างสิ่งของที่เรานั้นต้องการให้เกิดความโดดเด่นไว้ที่ตรงระหว่างจุดตั้งได้ทั้งหมดหรืออย่างน้อน2-3จุดและองค์ประกอบหรือสิ่งของที่เรานั้นไม่ได้ต้องการให้มีความโด่ดเด่นเราก็สามารถที่จะวางตรงอื่นๆโดยการเฉลี่ยๆตาม9ช่องนั้น

โดยเรานั้นจะเน้นการวางเฟอร์นอเจอร์หนักวางไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น การวางโต๊และแจกันด้านซ้ายมือและต้องอยู่ในจุดตัดจองกฎ9ช่องด้วยและวางเกาอี้ด้านขวามือโดยไม่ต้องอยู่ในจุดตัดแต่จะต้องอยู่ในช่องใดช่องหนึ่งของกฎ9ช่องนั่นเอง 

พูดถึงเรื่องการจัดวางไปแล้วจะไม่พูดถึงเรื่องสีในการตกแต่งก็คงจะไม่ได้ โดยสีนั้นจะแบ่งสีออกเป็นสองโทน คือสีโทนร้อนและสีโทนเย็น สีโทนร้อนก็ได้แก่สีแดงสีส้ม สีโทนเย็นก็ได้แก่ สีเหลืองสีน้ำเงิน และมีสีพิเศษอยู่สองสีที่จะเป็นสีโทนร้อนหรือเย็นก็ได้คือม่วงและเหลือง นอกจากการคุมโทนให้ทั้งห้องเป็นสีเดียวทั้งหมด

เราควรจะลองใช้สีทั้งสองโทนเข้ามาตกแต่งเพื่อให้เกิดความมีมิติขึ้นโดยการแมชคู่สีสต่างๆเข้าด้วยกัน เช่นสีเขยวกับสีน้ำตาลอมแดงอันนี้ก็คือคู่สีตีงข้าม เขียงเหลืองเป็นคู่สีข้างเคียง เป็นต้น ดังนั้นเราจะต้องดุก่อนว่าบ้านของเรานั้นเป็นโทนสีร้อนหรือว่าโทนเย็นมากกว่าและจัดเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ให้ไปในทิสทางสีนั้นอย่างน้อยสัก70%

และค่อยหาเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นคู่สีตรงข้ามมาแซมสัก30% ก็จะทำให้ห้องนั้นมีสีที่ดูดีมีมิติและไม่น่าเบื่อ ดังนั้นแล้วการฝช้หลักการเหล่านี้ไม่เพียงแต่จัดบ้านให้มีความสวยงามเท่านั้นแจ่ยังเป็นมุมถ่ายรูปหรือมุมที่ให้ความผ่อนคลายสบายใจแก่เราและคนในบ้านได้ด้วย เพียงเท่านี้ก็สามารถที่จะสร้างภาพลงโซเชียลก็ดีหรือสร้างภาพเพื่อให้ผู้มาเยี่ยมบ้านเกิดความรู้สึกผ่อนคลายก็ดี เห็นไหมว่าการสร้างภาพนั้นจะช่วยทำให้เรารู้สึกดีและผ่อนคลายด้วย

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

ประวัติพระพุทธเจ้าตอนออกผนวช

        สำหรับช่วงที่เจ้าชายสิทธัตถะนั้นหนีไปออกบวชเชื่อว่าหลายคนคงเคยศึกษาจากหนังสือเรียนกันมาบ้างแล้ววันนี้เราจะมาท้าวความถึงเรื่องราวดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้บางคนที่อาจจะยังไม่เคยเข้าไปศึกษาเกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้านั้นได้รู้ว่าเหตุใดพระพุทธเจ้านั้นจึงได้ออกผนวชมาเป็นพระศาสดาเอกของโลกอยู่ในขณะนี้

      อย่างที่เราทราบกันดีว่าในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังไม่ได้ออกบวชนั้นพระองค์คือเจ้าชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งชีวิตนั้นมีแต่ความสุขสบายพระองค์ไม่เคยรู้เลยว่าในโลกนี้มีความยากลำบากอยู่เพราะมองไปทางไหนก็เอาก็จะเห็นแต่สิ่งที่สวยงามตลอดที่อยู่ก็มีปราสาท 3 ฤดูให้พักอยากจะไปพักในฤดูหนาวหรืออยากจะไปฤดูฝน

หรือจะไปฤดูร้อนพระองค์ก็เลือกพักได้ตามใจชอบมองไปทางไหนก็เห็นแต่นางกำนัลที่หน้าตาสะสวยงดงามแถมเมื่อโตเป็นหนุ่มมาก็ยังมีรูปมีภรรยาที่น่ารักอย่างไรก็ตามเมื่อพระองค์นั้นต้องเจอแต่สิ่งที่ดีสวยงามอยู่ตลอดเวลาและไม่เคยได้ทำอะไรเลย

ก็ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะนั้นเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมา ดังนั้นมีอยู่มาวันหนึ่งเจ้าชายสิทธัตถะจึงได้ชวนพี่เลี้ยงคู่ใจของพระองค์ออกไปนั่งมาเล่นในสวนซึ่งแน่นอนว่าจากที่ไม่เคยออกมาด้านนอกเมื่อออกมาก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนไม่ว่าจะเห็นคนแก่หรือแม้แต่คนตายหรือแม้แต่ทารกแรกเกิดสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ้าชายสิทธัตถะไม่เคยรู้เลยว่าในโลกใบนี้มีสิ่งเหล่านี้อยู่ด้วย

ที่สำคัญเจ้าชายสิทธัตถะได้เห็นนักบวชซึ่งนักบวชในตอนนั้นเป็นผู้สวรรค์ที่แปลงกายมาให้เห็นเมื่อพระองค์เห็นสิ่งต่างๆที่ไม่เคยเห็นและรู้ว่าอันที่จริงแล้วคนเราไม่ได้มีความสุขอยู่ตลอดเวลาและเมื่อโตขึ้นมาใช้ชีวิตได้สักพักก็จะแก่แล้วก็จะตายทำให้พระองค์เริ่มมองเห็นความเป็นจริงของโลกใบนี้มากขึ้นดังนั้นเมื่อเจ้าชายสิทธัตถะได้วิเคราะห์ถึงความเป็นจริงแล้วว่ามันเหมือนกับเป็นวงเวียนวัฏจักรของชีวิตอย่างหนึ่ง

ซึ่งเมื่อเกิดมาก็โตเมื่อโตก็มีการเจ็บป่วยเมื่อเจ็บป่วยก็แก่แล้วก็ตายดังนั้นเจ้าชายสิทธัตถะจึงอยากหลุดพ้นบ่วงกรรมแบบนี้ไม่อยากที่จะวนเวียนว่ายตายเกิดเจอเกิดแก่เจ็บตายแบบนี้จึงได้คิดหาทางอยากจะหลุดพ้นจากทุกข์เวทนาในครั้งนี้ดังนั้นสิ่งที่เจ้าชายสิทธัตถะได้นั่นก็คือจะต้องออกบวชและแน่นอนว่าในท้ายที่สุดแล้วถึงแม้จะถูกคัดค้านจากทั้งพ่อและแม่สุดท้ายเจ้าชายสิทธัตถะก็สามารถออกบวชได้สำเร็จ

โดยหนีออกจากพระราชวังแล้วไปบวชซึ่งในขณะนั้นเป็นช่วงที่เจ้าชายสิทธัตถะอายุได้ 29 ปีซึ่งคนที่บวชให้กับเจ้าชายสิทธัตถะนั้นก็คือตัวของเจ้าชายสิทธัตถะนั่นเองโดยพระองค์นั้นใช้มีดตัดเส้นผมออกแล้วเปลี่ยนชุดเป็นผ้า

ซึ่งถูกย้อมด้วยเปลือกไม้ทำให้สีสันไม่สวยงามหลังจากนั้นชุดเครื่องทรงที่เป็นชุดของพระมหากษัตริย์พระองค์ก็จะได้สั่งให้พี่เลี้ยงของพระองค์นั้นนำกลับไปเก็บไว้ที่พระราชวังนั่นเองและหลังจากนั้นเป็นต้นมาพระพุทธเจ้าก็ได้มีการออกไปแสวงบุญเพื่อหาทางหลุดพ้นแต่เพียงลำพัง

 

ขอขอบคุณ  gclub  ที่ให้การสนับสนุน

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén