Month: พฤศจิกายน 2020

The Creation of Adam ผลงานของ Michelangelo

แม้ว่าจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่นิยมวาดภาพรูปแบบ Creation of Adam แต่ว่าอาจจะไม่เป็นผลงานที่โด่งดังสักเท่าไหร่ แม้จะใช้ชื่อภาพแบบเดียวกันกับผลงานของ Michelangelo ผลงานของ ไมเคิล ภายใต้คอนเซ็ปต์นี้ ซึ่งถูกตีความหมายแล้วก็สรรเสริญมากมายจากผู้คนทั่วไป โดยภาพนี้ไมเคิลได้เขียนไว้ที่ Sistine Chapel 

เป็นที่ทราบดีแล้วว่า ในสมัยเรอเนสซองส์ผู้คนที่สร้างสรรค์งานศิลปะโดยส่วนมากจะเป็นที่รู้จักได้ควรมีความเก่งกาจมากแบบสะดุดตา ด้วยเหตุว่าตอนนั้นเป็นสมัยที่งานศิลป์กำลังฟื้นฟู ยิ่งถ้าหากได้เป็นคนโปรดของสันตะปาปาด้วยแล้วยิ่งยืนยันได้ว่า ผู้นั้นเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในงานศิลป์จริงๆ 

สำหรับ Michelangelo นั้นถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักสร้างสรรค์ผลงานศิลป์ด้านจิตรกรรมตั้งแต่แรก แต่เพราะว่าเขาเป็นผู้ที่มีความเข้าใจมากมายในด้านนี้ อีกทั้งในด้านสลักและก็สถาปัตยกรรมเขานั้นทำได้ดีกว่าใครๆ เขาก็เลยสามารถที่จะประดิษฐ์ผลงานที่ได้รับมอบหมายจากสันตะปาปาจูเลียสลำดับที่สองได้อย่างยอดเยี่ยม และผลงานที่เด่นที่สุด ดีที่สุดของเขา ก็คือ The Creation of Adam 

โดยเขานั้นได้รับแรงจูงใจจากภาพคอนเซ็ปต์เดียวกันที่มีชื่อว่า Ghiberti ที่เขียนไว้บนประตูสวรรค์ในกรุงฟลอเรนซ์ ภาพที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นผลงานชิ้นสุดยอดของสุดยอด โดยผลงาน The Creation of Adam เป็นภาพที่มีผู้ชายสองที่มีลักษณะตรงกันข้ามกัน ชายคนหนึ่ง คือ อดัม จากภาพอจะอยู่ทางซ้าย มีร่างกายที่แข็งแรงใหญ่โต

แต่พบว่ากำลังซึมเศร้าอยู่ และชายอีกคนที่เป็นดังพระผู้เป็นเจ้าเป็นชายแก่จากพบจะอยู่ทางขวา โดยชายแก่คนนี้มีความว่องไวคล่องแคล่วและฮึกเหิม โดยรอบตัวมีบุคคลจำนวนมากกำลังเกาะเกี่ยวเขาอยู่ แต่ชายแก่คนนี้กับยังคงเหาะเหินได้ปกติ สะท้อนให้เห็นว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหนอิทธิฤทธิ์มากเพียงใด และท่านยังทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสุดๆ ถึงขนาดที่สามารถให้ทวยเทพได้เกาะตามลำตัวไปไหนมาไหนด้วยได้  

นอกจากนี้ด้วยพลังของภาพที่คนส่วนมากรับรู้ได้ เมื่อไปชมภาพในสถานที่จริง คือ จะรู้สึกว่าช่องว่างระหว่างนิ้วที่พระผู้เป็นเจ้าส่งพลังของท่านผ่านนิ้วไปสู่อดัม ให้ตื่นจากฝันได้ ช่างเป็นสิ่งที่เห็นแล้วน่าพิศวงยิ่งนัก

เนื่องมาจาก Michelangelo เป็นนักแสดงที่เกิดในสมัยที่วิทยาศาสตร์เริ่มมีความเจริญรุ่งเรือง แต่ว่าศาสนจักรยังคงมีอำนาจแล้วก็มีอิทธิพลมากมาย คนส่วนมากก็เลยมั่นใจว่าผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลป์ในยุคนี้คงจะลึกลับซับซ้อนพยายามซ่อนเงื่อนงำด้านวิทยาศาสตร์ไว้ภายในภาพแน่นอน 

ถึงแม้ว่าไมเคิลจะไม่ได้เป็นผู้ที่ถนัดในด้านการวาดภาพจิตกรรมมาก่อนแต่เขาเองสามารถสร้างผลงานนี้ให้เสร็จได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ และเขายังสามารถสร้างสรรค์ออกมาได้ดีมากๆ อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย    sagame

ศิลปะการแสดงไทย

ศิลปะการแสดงเป็นสิ่งที่เรามักเห็นได้จากละครโทรทัศน์ ละครเวที ภาพยนตร์ ซีรี่ส์ ซิทคอม และเราจะสามารถเห็นศิลปะการแสดงเหล่านี้ได้จากนักแสดงที่ถ่ายทอดบทบาทของตัวละครที่ตัวเองได้รับออกมา ไม่ว่าจะเป็นบทนางเอก บทพระเอก บทนางร้าย บทพระรอง บทนางรอง เป็นต้น ซึ่งบทบาทเหล่านี้เป็นเพียงบทบาทสมมุติที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงในการรับชม

คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าศิลปะการแสดงเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับการแสดงและนักแสดงเท่านั้น แต่ความจริงแล้วนั้นศิลปะการแสดงคือศิลปะแขนงหนึ่ง ที่รวบรวมการแสดงต่างๆเอาไว้ นอกจากละคร ภาพยนตร์ที่เราทราบกันแล้ว การเล่นดนตรี การเต้น นาฏศิลป์ไทย

ก็ล้วนเป็นศิลปะการแสดงด้วย เพราะมีการแสดงออกถึงศาสตร์และศิลป์ผ่านอารมณ์ ความรู้สึก เหมือนกัน ศิลปะการแสดงจึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดความคิด อารมณ์ ความรู้สึกของบทบาทนักแสดงออกมาผ่านการแสดงเหล่านั้นทั้งหมด

ศิลปะการแสดง จึงหมายถึงการแสดงละคร การแสดงดนตรี การรำ หรือการเต้น โดยไม่จำเป็นที่การแสดงเหล่านั้นจะต้องไปตามแบบแผน ขนบธรรมเนียมประเพณี  เพราะศิลปะเป็นศาสตร์ที่ไม่มีวันตายตัว อาจเกิดการประยุกต์ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้เสมอจุดประสงค์ของศิลปะการแสดงก็เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสวยงามและเพื่อความบันเทิงแก่ผู้ที่รับชม  

ศิลปะการแสดงในประเทศไทยมีมาอย่างยาวนาน เดิมทีอาจจะเป็นการแสดงพื้นบ้านที่มีความแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น และได้มีประยุกต์ พัฒนาศิลปะการแสดงให้มีความทันสมัย เข้ากับสังคมไปเรื่อยๆมาจนถึงปัจจุบัน 

ศิลปะการแสดงในประเทศไทยมีดังนี้

-ดนตรีพื้นบ้าน

การละเล่นดนตรีที่ชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่นจะมีเครื่องดนตรีและการละเล่นดนตรีที่แตกต่างกันไป อย่างภาคอีสานก็จะมีการเป่าแคนเป็นเอกลักษณ์ เป็นต้น การเล่นดนตรีนอกจากจะเป็นการสร้างความสนุก ผ่อนคลายให้กับชาวบ้านในท้องที่แล้วยังเป็นการส่งเสริม อนุรักษ์วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ในท้องถิ่น 

-ละคร

การแสดงบทบาทสมมุติ โดยอิงจากบทประพันธ์ละครหรือแม้กระทั่งบทประพันธ์นิยาย จะมีการเล่าเรื่องราวเป็นตอนๆ ซึ่งผู้แสดงจะต้องถ่ายทอดออกมาเป็นสีหน้า ท่าทาง อารมณ์ ความรู้สึก รวมถึงการรำ การร้องเพลงด้วย ซึ่งละครก็มีให้เราเห็นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ ละครเวที เป็นต้น

-โขน

การแสดงที่มีการรำ การเต้นและการออกท่าทางโดยมีดนตรีไทยบรรเลงประกอบการแสดงไปด้วย  โขนถือว่าเป็นการแสดงชั้นสูงที่มีมาอย่างยาวนาน เรื่องที่จะใช้แสดงจะเป็นเรื่องในวรรณคดีไทย มีการแสดงตัวพระ ตัวลิง ตัวยักษ์เสมอ 

-ลำตัด

การแสดงที่มีการเชือดเฉือน โต้วาทีกันโดยผ่านการขับร้องกลอนให้เข้าจังหวะกับดนตรีไทย ลำตัดเหมือนเป็นการแสดงประชันฝีปากของผู้ร้องที่แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย อีกทั้งยังมีลูกเล่นลูกหยอดในการจีบสาว เป็นการแสดงที่สร้างความสนุกสนาน ตลกขบขันแก่ผู้รับชมเสมอ

-หมอลำ

การแสดงพื้นบ้านของชาวอีสาน เน้นการขับร้องเพลง ขับกลอนอีสาน โดยเนื้อเรื่องที่นำมาขับร้องมักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวรรณคดี นิทานพื้นบ้านของชาวอีสานเอง

-ลิเก

การแสดงที่มีการผสมผสานระหว่างการร้อง การรำ และการแสดงบทบาทสมมุติ โดยมีการบรรเลงดนตรีไทยประกอบการแสดง ลิเกจะมีเอกลักษณ์ที่เครื่องแต่งกาย ดนตรีไทยและการแสดง  

-ขับร้อง

การแสดงโดยการขับร้องให้เข้ากับทำนองและจังหวะเพลง  

-หุ่น

การแสดงเชิดหุ่น โดยมีคนเป็นผู้บังคับหุ่นให้แสดงไปตามบท ตามเรื่องราวที่ถูกพากย์ 

-รองเง็ง

การแสดงของชาวใต้ ที่มีการเต้นรำระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ระหว่างที่เต้นจะมาการขับร้องเพลงไปด้วย

-โนรา หรือ มโนราห์ 

การแสดงที่นิยมกันภาคใต้ การจะเป็นการแสดงที่ผสมผสานระหว่างการร่ายรำ การร้อง และบทพูดคุย

ศิลปะการแสดงของไทยค่อนข้างมีเอกลักษณ์และความสวยงาม สร้างความบันเทิง  สร้างอาชีพให้แก่ผู้ที่แสดงได้ด้วย หากไม่รู้จะหากิจกรรมอะไรทำในเวลาว่าง การไปดูศิลปะการแสดงแขนงต่างๆก็น่าทำไม่น้อย และไม่ว่าจะเป็นการแสดงแบบใดก็สามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมได้อย่างไม่รู้ลืม

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    sexybaccarat

ตำนานตุ๊กตาเบ็กกี้

          สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับตุ๊กตาผีสิงนั้น เรามักจะได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาจากต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ ซึ่งหากเปรียบตุ๊กตาผีสิงหรือตุ๊กตาต้องคำสาปของคนต่างประเทศ ก็อาจจะเหมือนกับเรื่องราวของตุ๊กตากุมารทองบ้านเราดีดีนี่เอง แต่ตุ๊กตาที่เป็นตุ๊กตาผีสิงของต่างประเทศนั้นและเรื่องราวของตำนานตุ๊กตา ผีสิงนั้น เรามักจะได้เห็นตามสื่อออนไลน์หรือแม้แต่เป็นเรื่องเล่าขานต่อต่อกันมาก

ซึ่งแต่ละเรื่องของตุ๊กตาผีสิงนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นนานเกินไปเลย อย่างเรื่องราวตุ๊กตาผีสิงตัวล่าสุดที่จะนำมาเล่าให้ฟังต่อไปนี้เกิดขึ้นใน  ในปี 2015 นี้เอง ซึ่งเรื่องราวนี้คนที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวให้เราได้ฟังกันก็คือ  เจน  แฮรี่ ซึ่งเธอเป็นนักสืบเกี่ยวกับเรื่องราวลึกลับ เธอบอกว่าเธอได้รักตุ๊กตาหมาตัวหนึ่งโดยส่งมาจากคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งพวกเขานั้นบอกว่าตั้งแต่พวกเขาซื้อตุ๊กตาตัวนี้มาพวกเขาก็ต้องตัดร้ายมาโดยตลอด

ซึ่ง คู่สามีภรรยาพูดดังกล่าวยังไม่ได้บอกกับเจนแฮร์รี่ด้วยว่าก็เขาได้พยายามแก้ไขปัญหาก่อนหน้านั้นแล้วด้วยการเชิญนักรบและนักบวชมาช่วยปัดเป่าวิญญาณร้ายก็ไม่ได้ผลอะไรดีขึ้นมาเลย และนี่ คือสิ่งที่ทำให้คนทั้งคู่ตัดสินใจที่จะกำจัดตุ๊กตาตัวนี้ออกไปจากชีวิตเสียดีกว่านั่นก็คือการที่พวกเขานั้นได้สั่งตุ๊กตาตัวนี้มาให้กับเจน Harry นั่นเอง

ซึ่งสามีภรรยาที่เป็นเจ้าของตุ๊กตาได้บอกกับ เจน แฮรี่  ว่าตุ๊กตาตัวดังกล่าวนั้นมีชื่อด้วยโดยชื่อของมันก็คือเบ็กกี้นั่นเอง และเมื่อ เจน  แฮรี่ ได้ตุ๊กตาตัวนี้มาจะได้มีการเชิญคนส่งมาหลายคนเพื่อมาทำการพูดคุยกับตุ๊กตาเบ็กกี้ตัวนี้และทำให้พวกเขานั้นได้รู้จักตุ๊กตาตัวนี้ได้เป็นอย่างดีขึ้น โดยพวกเขาได้รู้ว่าตุ๊กตาเบ็กกี้นี้ตุ๊กตาที่มีวิญญาณร้ายสิงอยู่เป็นตุ๊กตาที่มีวิญญาณอาฆาตแค้น ซึ่งหากใครก็ตามที่ได้ตุ๊กตาตัวนี้ไปครอบครองคนที่อยู่ใกล้กับตุ๊กตาตัวนี้ก็จะมีอาการไม่สบายตัวปวดหัวเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเนื่องจากว่าเป็นผลมาจากแรงอาฆาตแค้นของตุ๊กตาเบ็กกี้นี้เอง

ซึ่งคนทรงเชื่อว่า ตุ๊กตาเบ็กกี้นั้น น่าจะถูกวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งสิงอยู่วิญญาณของหญิงสาวคนนั้นน่าจะเสียชีวิตจากการที่เธอป่วยด้วยอาการเจ็บแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก และเท่านั้นยังไม่พอเมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นภาพของตุ๊กตาของเป๊กกี้การทางโลกออนไลน์พวกเขาก็ต่างพูดกันว่าพวกเขาก็จะมีอาการปวดหัวแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออกเช่นเดียวกัน ปัจจุบันนี้เรื่องราวของตุ๊กตาเบ็กกี้ก็ได้เงียบหายไปแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ตุ๊กตาตัวดังกล่าวนั้นหายไปอยู่ที่ไหนแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนสด

ตำนานงูน้ำ

             ตำนานนี้มีการกล่าวถึงงูซึ่งเป็นสัตว์ที่มีพิษแต่เราจะเห็นว่าในปัจจุบันนั้นกูบางชนิดมีพิษร้ายแรงมากที่สามารถตัดครั้งเดียวแล้วตายได้ภายในเวลาแค่เพียง 5 นาทีเท่านั้นแต่มีบางชนิดนั้นก็ไม่มีพิษเลยหรือบางชนิดก็มีพิษแต่มีพิษไม่ร้ายแรงมากซึ่งมีการพูดถึงตำนานของงูเกี่ยวกับเรื่องของพี่ของงูด้วยว่าเหตุใดในแต่ละตัวจึงมีพิษไม่เท่ากัน

 

โดยตำนานนิทานเรื่องนี้มีการเล่าถึงเรื่องราวความเป็นมาของงูในสมัยโบราณโดยมีการเชื่อกันว่าแต่เดิมนั้นงูทุกชนิดนั้นก็เป็นสัตว์ที่มีพิษอยู่แล้วโดยเฉพาะงูน้ำซึ่งเมื่อก่อนนั้นงูน้ำเป็นงูที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดหากมันได้ไปกัดใครแล้วเราก็ต่อให้ตัวใหญ่มากมายแค่ไหนก็ตายทันทีอยู่มาวันหนึ่งมันได้ไปกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งผู้ชายคนดังกล่าวนั้นชื่อว่าอ้ายไม่ตาย

  หลังจากที่อ้ายไม่ตายถูกงูพิษกัดชาวบ้านต่างก็พูดถึงเรื่องราวดังกล่าวกันทั่วว่า มีงูน้ำปลากัดตายไม่ตายเสียแล้วซึ่งเป็นจังหวะที่งูน้ำตัวดังกล่าวผ่านมาได้ยินพอดีมันจึงคิดว่าชายที่มันกัดนั้นถูกมันกัดแต่ไม่ตายแต่ความจริงแล้วชาวบ้านพูดกันซึ่งมีความหมายว่าชายที่ชื่อว่าอ้ายไม่ตายนั้นได้เสียชีวิตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ด้วยความเข้าใจผิดของงูน้ำคิดว่าตนเอง

นั้นไม่มีพิษสงอะไรแล้วถึงสามารถตัดโคนไม่ตายด้วยความโมโหมันจึงได้ไปคายพิษของมันทิ้ง เพราะมันคิดว่าต่อให้มันมีพิษในตัวมันไปกัดใครก็คงไม่มีใครตายอีกแล้วโดยตรงบริเวณที่งูน้ำไปปล่อยพิษทิ้งไว้นั้นเป็นบริเวณที่มีต้นหมามุ่ยอยู่เมื่อมันคลายพิษมันก็หนีไปเมื่อสัตว์ต่างๆได้ยินว่างูน้ำนั้นได้มาคลายผิดทิ้งพวกมันต่างก็พากันมากินพิษของงูน้ำเข้าไป

โดยงูที่กินไปเยอะมากที่สุดก็คือเงินจงอางต่อมาก็เป็นงูเห่าและต่อมาก็เป็นงูป่ะและยังมีงูชนิดอื่นๆอีกมากมายหลายสายพันธุ์ที่มากินพิษของงูน้ำรวมถึงแมลงเล็กๆต่างๆไม่ว่าจะเป็นตะขาบหรือแม้แต่งูเขียวซึ่งถ้าใครมาก่อนก็จะได้กินมากกว่าตัวอื่นๆก็จะได้รับพิษร้ายแรงเข้าไปมากกว่าทำให้เราจะเห็นได้ว่างูจงอางนั้นเวลากัดใครจะตายทันที

เพราะมีพิษร้ายแรงนั่นเองส่วนงูเขียวได้รับผิดไปน้อยที่สุดเพราะว่ามาทีหลังทำให้งูเขียวมีพิษก็จริงแต่ผิดนั้นค่อนข้างอ่อนมากนั่นเองและทิศยังคงมีหลงเหลือติดอยู่ที่ต้นหมามุ่ยด้วยทำให้เราจะเห็นว่าเวลาที่เราไปถูกต้นหมามุ่ยเรามักจะคันและเป็นผื่นแพ้นั่นเองซึ่งนี่คือที่มาของการมีพิษของสัตว์ชนิดต่างๆและเป็นที่มาว่าทำไมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาดูน้ำถึงเป็นสัตว์ที่ไม่มีพิษเป็นที่เป็นงูเหมือนงูสายพันธุ์อื่นๆนั่นเอง

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén