เดือน: ธันวาคม 2020

ศิลปะแบบผสมผสานการถ่ายรูปการวาดรูป

ศิลปะเป็นสิ่งที่ไม่ได้ถูกจำกัดไว้ว่าจะต้องทำแบบนั้นทำแบบนี้เพียงแต่ศิลปะเป็นสิ่งที่มีหลักการในบางครั้งและในบางครั้งก็ไม่มีหลักการทำให้ศิลปะถือว่าเป็นสิ่งที่จะนำไปผสมผสานและหลอมรวมกับงานศิลปะประเภทอื่นได้ อย่างเช่นการถ่ายรูปและการวาดรูปนั่นเอง ถึงแม้ว่าจะเป็นศิลปะที่มีลักษณะและประเภทที่ต่างกันแต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นทั้งสองสิ่งนี้ก็คือศิลปะเหมือนกันเป็นผลงานที่ได้รับการสร้างสรรค์จากจินตนาการและความคิดของผู้สร้างสรรค์นั่นเอง 

กก่อนจะมาเป็นการถ่ายรูปหรือการบันทึกเรื่องราวเหตุการร์ต่างๆด้วยการใช้กล้องถ่ายรูปนั้น ในยุคก่อนก็จะมีการใช้การวาพภาพหรือวาดรูปนั้นในการลบันมึกเรื่องราวหรือเหตุการนั่นเองทำให้การวาดภาพนั้นถือว่าเปนต้นกำเนิดของการถ่ายรูปก้ได้ เพราะการวาดภาพนั้นเป็นสิ่งที่ใช้เวลานานกว่าที่จะวาดภาพออกมาเป็นภาพๆหนึ่งได้ แต่การถ่ายรูปนั้นสามารถบันทึกได้

โดยการถ่ายนั่นเอง แต่การถ่ายรูปนั้นก็จะมีกระบวนการในการได้มาซึ่งรูปเช่นกันก็คือการฉายหรือการล้างในสมัยก่อนนั่นเองแต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีมีการเจริญก้าวหน้ำมากขึ้นทำให้การถ่ายภาพนั้นเป็นสิ่งที่ง่ายมากขึ้นไปอีกรวมถึงการพัฒนาของเทคโนโลยีในการถ่ายรูปด้วยเช่นเดียวกัน 

ปัจจุบันทั้งสองอย่างไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปและการวาดรูปนั้นสามารถสร้างสรรค์ได้โดยผ่านระบบทางเทคโนโยยีต่างๆได้แล้วจึงทำให้เกิดการผสมผสานกันได้ง่ายมากขึ้นด้วย ในสมัยก่อนการผสมผสานทั้งสองสิ่งนี้นั้นอาจจะทำได้อยาก เนื่องจากจะต้องศัยเวลาในการสร้างสรรค์ทั้งคู่รวมถึงช่วงเวลาในการสร้างสรรค์ด้วย

แต่ในปัจจุบัน เราสามารถที่จะวาดรูปไปพร้อมๆกับการถ่ายรูปได้เลยในทันที ไม่เพียงเท่านั้นก็ยังสามารถที่จะนำทั้งสาองสิ่งมาผสมผสานให้เกิดความน่าสนใจได้มากยิ่งขึ้นไปด้วยไม่ว่าจะเป็นการนำรูปที่ถ่ายนั้นมาผสมผสานหรือนำบางสวนมาใช้ในการสร้างสรรค์ในการวาดรูปเป็นต้นหรือจะนำภาพวาดนั้นไปผสมผสานในรูปถ่ายซึ่งก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายทั้งสอง

แต่แน่นอนว่าการทำงานศิลปะในลักษณะนี้เป็นงานที่ค่อนข้างมีความละเอียดในบางครั้งผู้สร้างสรรค์อาจจะต้องออกแบบให้ละเอียดมีความรอบคอบและถ้าหากเป็นผลงานที่มีการผสมผสานและนำไปต่อยอดได้ก็จะยิ่งเป็นผลงานที่ทำให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกด้วย

การสร้างสรรค์ในลักษณะนี้เป้นสิ่งที่แพร่หลายมากขึ้นและเป็นที่ยอมรับในสังคม และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การสร้างสรรค์ทั้งใมนด้านการถ่ายรูปและการวาดรูปสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและเป็นศิลปะที่สร้างสรรค์สามารถใช้ร่วมกันได้อย่างสนุก

 

สนับสนุนโดย  aesexy

ภาพถ่ายกับภาพวาด

ภาพถ่ายและภาพวาดนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ใช้เป็นเครื่องบันทึกความทรงจำที่สวยงามแต่มีความแตกต่างกันในเรื่องของกระบวนการในการสร้างสรรค์ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายหรือภาพวาดนั้นก็ต่างมีสเน่ห์ที่น่าหลงไหลและน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป แต่อย่างไรก็ตามทั้งสองนั้นก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ทางด้านศิลปะที่มีคุณค่า

ซึ่งภาพถ่ายและภาพวาดนั้นก็จะมีคุณค่าในตัวที่แตกต่างกัน เพราะการสร้างวรรค์งานทั้งสองประเภทนี้นั้นมีประเภทที่แตกย่อยไปอีกมากมาย ทำให้การสร้างสรรค์ยิ่งมีความพิเศษและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น การเสพผลงานเหล่านี้นั้นก็มักจะขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนว่าชื่อชอบผลงานแบบไหนมากกว่ากัน แต่โดยส่วนใหญ่ก็มักจะบอกว่าพวกเขานั้นชอบผลงานทั้งสองประเภทแต่เป็นความชอบที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง

ภาพถ่าย เป็นผลงานที่ถูกบันทึกจากเครื่องถ่ายภาพ ก็คือกล้องถ่ายภาพนั่นเอง ซึ่งกล้องนั้นก็มีการพัฒนาในเรื่องของรูปแบบและคุณภาพตามกาลเวลา ในอดีตนั้นการถ่ายภาพก็จะเป็นการถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มโดยใช้กลไกลแมคคานิคส์ในการถ่ายภาพให้ออกมาเป็นภาพที่เรานั้นต้องการจะเก็บบันทึกซึ่งการใช้งานในลักษณะนี้นั้นจะเป็นการใช้งานที่ค่อนข้างยากซับซ้อนและหลายขั้นตอน

ทำให้มีการพัฒนาเพื่อให้ตอบสนองการใช้งานที่ง่ายขึ้นด้วยระบบออโต้ ซึ่งก่อนจะมาเป็นระบบออโต้แบบเต็มรูปแบบนั้นก็มีการพัฒนามาเป็นระบบแบบกึ่งออโต้ก่อนด้วยและกว่าที่จะได้เห็นภาพถายนั้นก็จะต้องใช้เวลาในการถ่ายเพื่อให้ฟิล์มนั้นหมดม้วนแล้วจึงจะสามารถนำไปล้างเพื่อให้ได้ภาพแห่งความทรงจำเหล่านั้นมาเก็บไว้ ซึ่งถือว่าในการพัฒนาระบบกลไกลของกล้องนั้นมีการพัฒนาที่ดีมากเลยทีเดียวเพราะในปัจจุบันนี้นั้นการถ่ายรูปเพื่อบันทึกความทรงจำนั้นสามารถทำได้อย่างง่ายได้และได้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพสุดยอดด้วย

ภาพวาดก็ถือว่าเป็นสิ่งที่บันทึกความทรงจำมาตั้งแต่ในสมัยยุคโบราณเป็นสิ่งที่สำคัยอย่างมากในอดีตเพราะก่อนนั้นไม่มีกล้องถ่ายภาพก็ทำให้การวาดภาพนั้นเป็นสิ่งที่คนในยุคก่อนสามารถที่จะทำได้ โดยในอดีตการวาดภาพเป็นการบันทึกเรื่องราวเหตุการร์รวมถึงพิธีกรรม แต่ปัจจุบันการวาดภาพได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

เพราะการวาดภาพหรือภาพวาดนั้นเป็นสิ่งที่ใช้ในการถ่าทอดอารมร์และสื่อสารความหมายต่างๆจากผู้สร้างสรรค์ผลงานนั่นเอง ทำให้ภาพวาดนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจไม่แพ้กับภาพถ่าย และถ้าหากจะถามว่าระหว่างภาพถ่ายกับภาพวาดนั้นสิ่งใดเป็นเครื่องบันทึกความทรงจำที่ดีที่สุดแน่นอนว่าทั้งสองสิ่งต่างก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

ภาพถ่ายเป็นสิ่งที่สามารถบันทึกเรื่องราวได้อย่างครบถ้วนส่วนภาพวาดนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่แสดงอารมณ์และความรู้สึกได้อย่างครบถ้วนเช่นกัน ดังนั้นแล้วทั้งสองสิ่งจึงเป็นผลงานทางด้านศิลปะที่มีความสำคัญในยุคปัจจุบันอย่างมากเลยทีเดียว

 

 

สนับสนุนโดย  gclub มือถือ ทดลองเล่น

จิตวิญญาณความเป็นศิลปิน

คำว่าศิลปินนั้นเมื่อนึกถึงเราก็สามารถที่จะนึกถึงได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นศิลปินที่ร้องเพลงเล่นดนตรีหรือศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์และฝีมือไม่ว่าจะเป็นทางด้านงานจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรมอะไรก็แล้วแต่ผู้คนเหล่านี้ก็ล้วนได้ชื่อว่าเป็นศิลปินของวงการศิลปะทั้งสิ้นซึ่งคุณสมบัติของความเป็นศิลปินนั้นก็อย่างที่รู้กันผู้คนแวดวงนี้สิ่งสำคัญคือเรื่องของการจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

และทัศนคติก็มีผลบ้างในบางครั้งแต่สิ่งที่เป็นคุณสมบัติหลักที่ศิลปินจำเป็นต้องมีเลยนั้นก็คือจิตวิญญาณในการเป็นศิลปินนั่นเอง เพราะไม่ว่าจะทำงานประเภทไหนของศิลปะนั้นสิ่งที่ตัวผู้ทำต้องมีก็คือจิตวิญญาณในความเข้าใจสิ่งต่าๆเหล่านั้นเพราะการที่ศิลปินนั้นมีจิตวิญญาณมากเท่าไหร่นั้นในการสร้างสรรค์ศิลปะก้จะเป็นสิ่งที่มากขึ้นตามไปด้วยและยังสามารถช่วยทำให้ศิลปินคนหนึ่งนั้นสามารถเติบโตยิ่งขึ้นไป

ความสำคัญของจิตวิญญาณ เมื่อมีจิตวิญญาณในการเป็นศิลปินในงานศิลปะก็จะช่วยทำให้สมารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างต่อเนื่องและหลากหลาย จิตวิญญาณมาจากความเข้าใจ อารมณ์ ความรู้สึกอย่างลึกซึ้งเมื่อมีสิ่งเหล่านี้ผลงานที่สร้างสรรค์นั้นก็จะเป้นผลงานที่ดีมีคุณภาพและยังเป็นผลงานที่ให้ความรู้สึกแต่งต่างจากผลงานอื่นๆทั่วไปด้วยเพราะว่าศิลปินผู้สร้างสรรค์ได้ใส่ใจและจิตวิญญาณในความเป็นตัวตนของศิลปินนั้นลงไปนั่นเอง

ผลงานที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะจิตวิญญาณเป็นสิ่งที่สะท้านอารมณ์ ความรู้สึกเป็นหลัก ทำให้ความแตกต่างนั้นเกิดขึ้นในผลงานอย่างแน่นอน ในบางครั้งศิลปินคนเดียวกันที่สร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้นนั้นยังมีความแตกต่างกันออกไปเลยเนื่องจากจิตวิญญาณที่ศิลปินนั้นใส่ใจลงไปในผลงานของตัวเองนั้นมีความแปรปรวนและเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอนั่นเอง จึงทำให้ศิลปินผู้มีจิตวิญญาณสามารถที่จะสร้างสรรค์ความแตกต่างไม่เพียงแตกต่างจากผลงานของศิลปินคนอื่นเท่านั้นแต่ยังแตกต่างจากผลงานของตัวเองที่เคยสร้างสรรค์ด้วย

เมื่อมีจิตวิญญาณความเป็นศิลปินก็จะเป็นสิ่งที่เฉิดฉายออกมาได้ด้วยตัวเองเพราะศิลปินที่มีจิตวิญญาณไม่เพียงแต่จะสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างแต่จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆได้อยู่เสมออย่างไม่จบสิ้น ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและเป้นสิ่งที่ศิลปินทุกปรระเภทและผู้ที่เกี่ยวข้องศิลปะทุกด้านนั้นควรจะต้องปลูกฝังให้ตัวเองนั้นมีจิตวิญญาณที่ดีในการสร้างสรรค์ศิลปะ

เพื่อทำให้วงการศิลปะและผู้คนในวงการศิลปะนั้นสามารถดำรงและสร้างสรรค์ศิลปะต่อไปให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจในความเป็นศิลปะและจิตวิญญาณที่ศิลปินได้ถ่ายทอดสู่ผลงานศิลปะเหล่านี้ก็จะถูกถ่ายทอดและสะท้อนใหเคนทั่วไปนั้นเห็นและรับรู้ถึงความหมายของศิลปะนั้นๆได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ufabetcn

ความกดดันสำหรับการเป็นศิลปิน

หลายคนอาจจะเข้าใจว่าการเป็นศิลปินนั้นมักจะเน้นไปในงานการสร้างสรรค์และศิลปินก็สามารถที่จะสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้อยู่เสมอเพราะคนเหล่านี้นั้นมักจะมีพรสวรรค์ในด้านการสร้างสรรค์และจินตนาการที่ดีมาอยู่แล้วแต่ความเป็นจริงแล้วนั้นเมื่อเดินทางสายอาชีพการเป็นศิลปินก็ล้วนจะต้องเจอกับความกดดัน

และอุปสรรคในการทำงานเช่นเดียวกับการทำงานประเภทอื่นแต่ความกดดันนั้นก็จะมีความแตกต่างจากงานประเภทอื่นๆออกไปนั่นเอง ซึ่งแตกต่างน้อยหรือมากก็ขึ้นอยู่กับประเภทและผลงานศิลปะนั้นๆด้วยและก็ขึ้นอยู่กับความยากและง่ายของการสร้างสรรค์ผลงานเหล่านั้น

หากจะพูดถึงความกดดันหลักๆสำหรับการเป็นศิลปินแล้วนั้นก็อาจจะเป้นในเรื่องของการสร้างสรรค์ผลงานเพราะในการสร้างสรรค์ผลงานนั้นศิลปินบางคนอาจจำต้องใช้สิ่งต่างๆช่วยในเรื่องการสร้างสรรค์ให้ได้มาซึ่งศิลปะเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพจิตใจของศิลปิน ความคิดจินตนาการ อารมณ์รวมทั้งความรู้สึกและในบางครั้งสภาพแวดล้อมก็มีผลต่อการสร้างสรรค์ผลงานเช่นกัน

ก็ถือว่าเป็นความกดดันที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้และแน่นอนว่าศิลปินทุกคนจะต้องเผชิญและรับมือกับความกดดันเหล่านี้ให้ได้ เพราะสิ่งนี้ถือว่าเป็นความกดดันที่เป็นสิ่งที่ในบางครั้งควบคุมได้และในบางครั้งก็ไม่อาจจะควบคุมได้นั่นเอง ศิลปินหลายคนจึงต้องใช้เวลาอยู่กับตัวเองเป็นส่วนใหญ่เพื่อทำความเข้าใจกับความกดดันหรือสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น

ความกดดันในการทำงาน การแสดงผลงาน ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วนั้นหากมองทุกสิ่งเป็นศิลปะ การสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไม่ถูกจำกันและมีระยะเวลาที่ไม่ตายตัวและเร่งรีบว่าศิลปินคนนี้จะต้องสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้เสร็จในระยะเวลาเท่านี้ แต่เมื่อเมื่อเป็นศิลปินเต็มตัวแล้วนั้นในบางครั้งก็อาจจะเกิดความกดดันในลักษณะนี้ได้ หากเป็นศิลปินที่ต้องการจะพรีเซนต์ผลงานหรือมีการจัดนิทรรศการบ่อยๆที่จำเป็นจะต้องสร้างสรรค์ผลงานออกมาก็เป้นความกดดันอย่างมากในเส้นทางของสายอาชีพศิลปิน

ความกดดันในความสำเร็จ การเป็นศิลปินนั้นสิ่งที่จะทำให้เรานั้นเป็นที่ยอมรับหรือเป็นศิลปินที่ทุกคนรู้จักได้นั้นก็จะต้องเป็นศิลปินที่มีความสามารถในด้านการสร้างสรรค์และเป็นศิลปินที่มีความแตกต่างออกไปจากศิลปินคนอื่นๆอย่างมากโดยเฉพาะศิลปินที่สร้างสรรค์ศิลปะแบบสวนกระแสถือว่าเป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับอย่างแน่นอนแต่การที่จะทำอย่างนี้ได้นั้น

บางครั้งศิลปินก็อาจจะต้องอาศัยและพึ่งพาในเรื่องของโอกาสในบางครั้งสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ก็ไม่อาจจะไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ชมหรือคนภายนอกเนื่องจากขาดโอกาสนั่นเองทำให้บางครั้งความกดดันที่กเดขึ้นกับศิลปินอีกหนึ่งอย่างก้คือความกดดันในการประสบความสำเร็จในเส้นทางศิลปินนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  gclub online ผ่านเว็บ

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén