เดือน: กันยายน 2021

ประวัติของตุ๊กตาบาร์บี้ และ ตุ๊กตาบลายธ์

              ประวัติของตุ๊กตาบาร์บี้ ของเด็กเล่นที่เด็กผู้หญิงที่ชื่นชอบเล่นมากที่สุดก็คือตุ๊กตานั้นเอง  และปัจจุบันนั้นก็มีตุ๊กตาหลายแบบมากที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกยกตัวอย่างเช่นตุ๊กตาบาร์บี้  ตุ๊กตาบลายธ์   ตุ๊กตาหมี  หรือแม้แต่ตุ๊กตาของประเทศต่างๆอย่างของญี่ปุ่นก็เช่นตุ๊กตาไล่ฝนหรือของประเทศรัสเซียก็เป็นตุ๊กตารัสเซียก็มี

           โดยตุ๊กตานั้นอาจจะมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับคนก็ได้หรือตุ๊กตาบางตัวก็มีรูปร่างลักษณะเลียนแบบมาจากสัตว์หรือตัวละครในเทพนิยายต่างๆซึ่งการสร้างตุ๊กตาขึ้นมานั้นมีการนำวัสดุต่างๆกันมาสร้างเป็นตุ๊กตาตุ๊กตาบางตัวถูกสร้างมาจากผ้าและตุ๊กตาบางตัวอาจจะถูกสร้างมาจากพลาสติกแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามตุ๊กตาก็ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นสิ่งที่เด็กๆชื่นชอบกันเป็นอย่างมากหรือแม้ขนาดคนที่โตแล้วก็ยังสะสมตุ๊กตาเพราะเป็นความชื่นชอบส่วนตัวนั่นเอง

         สำหรับข้อมูลและประวัติที่เรากำลังจะพูดถึงอยู่ในครั้งนี้นั้นเป็นข้อมูลและประวัติของตุ๊กตาบาร์บี้และตุ๊กตาบลายธ์เนื่องจากว่าตุ๊กตาทั้ง 2 แบบนี้มีการลอกเลียนแบบมาให้มีลักษณะรูปร่างหน้าตาคล้ายคนเป็นลักษณะของการจำลองคนลงมาให้มีขนาดเล็กนั่นเอง 

          และสำหรับตุ๊กตาบาร์บี้นั้นจะมีการออกแบบมาให้มีทั้งเพศผู้หญิงและเพศผู้ชายซึ่งมีการตั้งชื่อตุ๊กตาบาร์บี้ว่าบาร์บี้ในขณะที่ตุ๊กตาเพศชายนั้นถูกตั้งชื่อว่าเคน  แล้วตุ๊กตาแบรนด์บาร์บี้นั้นก็โด่งดังไปทั่วโลกมีการนำผลิตภัณฑ์ต่างๆของแบรนด์บาร์บี้ออกมาจำหน่ายไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเสื้อผ้าของแบรนด์บาร์บี้ซึ่งจะให้สำหรับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายสวมใส่หรือแม้แต่การที่ทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องบาร์บี้ 

                โดยตุ๊กตาบาร์บี้นั้นจะนิยมให้ตุ๊กตานั้นมีการสวมใส่ชุดให้คล้ายกับคนมากที่สุด โดยเสื้อผ้าของตุ๊กตาบาร์บี้จะเป็นเสื้อผ้าที่ค่อนข้างทางสมัยเป็นเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นความสูงของตุ๊กตาบาร์บี้นั้นจะอยู่ที่ราวๆประมาณ 11.5 นิ้วโดยตุ๊กตาบาร์บี้เกิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 9 เดือนมีนาคมปีพุทธศักราช 2502 หรือในช่วงปีคริสตศักราช 1959 นั่นเอง  และบริษัทที่ผลิตตุ๊กตาบาร์บี้ขึ้นมาก็คือบริษัทแมทเทล

        ส่วนข้อมูลของตุ๊กตาบลายธ์นั้นจะเป็นตุ๊กตาที่ผลิตขึ้นมาโดยบริษัทเทนเนอร์โดยมีการผลิตขึ้นมาหลังจากตุ๊กตาบาร์บี้มีการออกจำหน่ายแล้วเพราะตุ๊กตาบลายธ์นั้นผลิตขึ้นมาเมื่อปีพุทธศักราช 2515 ซึ่งมีการผลิตในประเทศฮ่องกงแต่มีการนำมาวางขายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและคนที่ออกแบบตุ๊กตาบลายธ์ก็เป็นบริษัทมาวิน กลาส สตูดิโอ

                สำหรับตุ๊กตาบลายธ์มีความแตกต่างจากตุ๊กตาบาร์บี้โดยตุ๊กตาบลายธ์ก็มีความรอบเรียนแบบความเป็นมนุษย์มาเช่นเดียวกันแต่ตุ๊กตาบลายธ์นั้นจะแตกต่างตรงที่ว่ากลัวหัวตุ๊กตานั้นจะโตตัวตุ๊กตาบาร์บี้มากและขาและแขนหรือลำตัวนั้นจะค่อนข้างสั้นดังนั้นถ้าหากเปรียบเทียบกันก็คือตุ๊กตาบาร์บี้นั้นจะจำลองการเป็นคนโดยย่อส่วนลงมาส่วนตุ๊กตาบลายธ์นั้นจะเน้นในเรื่องของการสร้างให้เหมือนกับตัวการ์ตูนนั่นเอง

             เนื่องจากว่าตุ๊กตาบายนั้นค่อนข้างมีราคาสูงและไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนักในปัจจุบันนี้ทำให้บริษัทเดิมที่เป็นบริษัทที่ผลิตตุ๊กตาบลายธ์ได้มีการขายกิจการให้กับบริษัท hasbro เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน

ประวัติพระราหุล 

        สำหรับพระราหุลนั้นเป็นพระโอรสของพระพุทธเจ้าสมัยที่พระองค์ยังไม่ได้มีการออกบวช  ประวัติพระราหุล  ซึ่งตอนนั้นพระองค์ยังเป็นเพียงแค่เจ้าชายสิทธัตถะเป็นพระโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะที่เป็นกษัตริย์ครองเมืองนครกบิลพัสดุ์เพียงเท่านั้นซึ่งในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังเป็นวัยรุ่นอยู่นั้นได้แต่งงานกับพระนางยโสธราหลังจากนั้นก็มีลูกด้วยกัน 1 คนนั่นก็คือพระราหูนั่นเอง

        ตอนที่พระราหูเกิดนั้นพระพุทธเจ้ายังไม่ได้มีการออกบวชซึ่งพอพระราหูเกิดปุ๊บพระพุทธเจ้าก็อุทานออกมาว่าราหูชาโตพันธนังชาตัง  ซึ่งตามความหมายที่พระพุทธเจ้าได้มีการอุทานออกมานั้นก็คือบ่วงได้เกิดขึ้นมาแล้วนั่นหมายถึงว่าพระองค์มีลูกที่จะเป็นบ่วงรัดพระองค์ไว้กับชีวิตการเป็นฆราวาสซึ่งพระองค์จะต้องใช้ชีวิตร่วมกับภรรยาจะไม่สามารถออกบวชได้นั่นเองแต่ในช่วงจังหวะที่อุทานนั้นเองปรากฏว่าพระเจ้าสุทโธทนะได้ยินก็คิดว่าเจ้าชายสิทธัตถะตั้งชื่อให้ลูกชายของตนเองว่าราหูดังนั้นพระเจ้าสุทโธทนะจึงได้มีการเรียกหลานของตนเองนับแต่นั้นเป็นต้นมาว่าราหุลนั่นเอง 

          อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้วเมื่อพระราหุลเกิดได้ไม่นานเจ้าชายสิทธัตถะก็ได้มีการหนีออกจากวังและไปบวชหลังจากนั้นก็ตัสรู้และกลายเป็นพระพุทธเจ้าเผยแพร่พระพุทธศาสนาซึ่งมีช่วงจังหวะหนึ่งที่พระพุทธเจ้าเดินทางกลับมาที่เมืองกบิลพัสดุ์เพื่อมาเผยแพร่หลักธรรมคำสั่งสอนพระพุทธศาสนาให้กับพระบิดาและพระมารดารวมถึงญาติทุกๆคนเพราะหวังจะให้ทุกๆคนนั้นได้บรรลุธรรม

         ในช่วงที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาที่กรุงกบิลพัสดุ์นั้นทางด้านพระนางยโสธราก็ได้บอกให้ลูกชายของตนเองเดินทางไปหาพระพุทธเจ้าเพื่อไปทำการขอพระราชสมบัติเพราะต้องการให้พระราหูนั้นสืบครองบัลลังก์แทนพระพุทธเจ้านั่นเองอย่างไรก็ตามพอพระพุทธเจ้าเห็นพระราหูจึงได้มีการแนะนำให้พระราหุลนั้นบวชเป็นสามเณรและให้ติดตามพระองค์ไปด้วยเพื่อไปเผยแพร่คำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนาซึ่งพระราหูนั้นก็ได้มีการออกบวชและตามพระพุทธเจ้าไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาทำให้พระราหูนั้นนับได้ว่าเป็นเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนานั่นเอง 

      อย่างไรก็ตามหลังจากที่พระราหูได้มีการบวชเป็นเณรแล้วก็มีการศึกษาในพระธรรมคำสั่งสอนจนเมื่อเติบใหญ่ก็บวชเป็นพระสงฆ์และไม่มีการสึกออกมาอีกเลยซึ่งพระองค์นั้นก็ได้ปรินิพพาน โดยระบุว่าพระองค์นั้นไปอยู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังจากที่ปรินิพพานแล้วและพระองค์นั้นปรินิพพานก่อนที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพานอีกด้วย 

           สำหรับประวัติพระราหูหลังจากที่ออกบวชแล้วไม่ได้มีการกล่าวถึงมากนักเนื่องจากว่าพระราหุลส่วนใหญ่แล้วจะมีการติดตามพระพุทธเจ้าไปในทุกๆที่ที่พระพุทธเจ้าไปอย่างไรก็ตามว่ากันว่าพระองค์นั้นสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้ในที่สุดและยังได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าด้วยว่าเป็นคนที่ใฝ่ศึกษาหาความรู้ขยันหมั่นเพียร

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ดีที่สุด

สาเหตุของการจมน้ำของพระนางเรือล่ม

โดยประวัติคร่าวๆของสมเด็จพระนางเรือล่มหรือสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์พระบรมราชเทวีมีดังนี้ การจมน้ำของพระนางเรือล่ม ท่านได้เป็นลูกสาวของรัชกาลที่4กับเจ้าจอมมารดาเปี่ยม ซึ่งต่อมาเมื่อมีอายุประมาณ15-16ปีก็ได้มาเป็นพระมเหสีองค์แรกของพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือรัชกาลที่5แล้วยังได้เป็นที่โปรดปรานเป็นอย่างมากของรัชกาลที่5เสียด้วยพระว่าพระองค์มีพระสิริโฉมงดงามและก็ปัญญาที่เฉียบแหลม

การจมน้ำของพระนางเรือล่ม เมื่อกระทั่งต่อมาทั้งคู่ก็ได้มีลูกด้วยกันโยองค์แรกที่คลอดออกมานั้นเป็นพระธิดามีนามว่าเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์แล้วก็อีกคนที่ยังไม่ได้ออกมาดูโลกไม่แน่ใจว่าเป็นเพศ ชาย หรือ เพศหญิง เพราะว่ามันได้เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในครั้งนี้เสียก่อน

ดังนั้นเรื่องเล่าของเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็ได้มีอยู่ว่าในช่วงฤดูร้อนของปีพ.ศ.2423

รัชกาลที่5ท่านต้องการที่จะเสด็จไปพักผ่อนที่พระราชวังบางประอินและจะต้องใช้การเดินเรือทางน้ำการเดินเรือในครั้งนี้ก็จะเป็นการเดินเรือขระเรือครั้งใหญ่เลยที่จะมีผู้ติดตามมากมายรวมไปถึงสมเด็จพระนางเรือล่มพระราชธิดาแล้วก็ลูกน้อยอายุ5เดือนที่อยู่ครรภ์ด้วย

นอกจากนี้เรือที่ถูกรากจะเรียกว่าเป็นเรือรากจูงก็จะรากไปเป็นขบวนเลยเรือในแต่ละลำก็จะมีราชวังมีคนนั่งมาเหมือนกับเวลามีขบวนเสด็จเป็นรถในปัจจุบันนี้แหละจากนั้นเรือของพระนางเรือล่มก็จะมีความพิเศษหน่อยในเรือนั้นก้จะมีพระธิดาองค์น้อยประทับอยู่ด้วย

เนื่องจากนี้เชือกของเรือรากจูงจึงถูกทให้มีความยาวมากขึ้นเป็นพิเศษ

เพื่อปกกันไม่ให้ควัดดำหรือว่าเศษอะไรก็ตามที่ลอยออกมาจากเรือลอยไปโดนพระธิดาก็ถือว่าเป้นเรืองที่ดีถ้าหากว่าไม่เกิดเรื่องราวเล่านี้เสียก่อนในระหว่างที่เรือกำลังแล่นไปก็ได้เกิดเหตุการณ์การแข่งกันไปมาของเรือด้วยหลายสาเหตุด้วยกันอย่างเช่นเรือบางลำอยากจะแล่นไปให้พระองค์ได้ชมวัดริมน้ำแถวนั้นอีกลำก็ตามไม่ทันก็เร่งเครื่องอีกลำก็ใกล้ฝั่งเกินไปเรือก็ต้องรีบหักออกมา

ซึ่งมันก็เลยเกิดมาเป็นคลื่นมาตีเรือเข้าแต่แทนที่นายท้ายเรือของสมเด็จพระนางเรือล่มจะเบาลงไม่เลยบางทีได้บอกว่านายท้ายเรือเมาเหล้าขาดสติก็เลยเร่งเรือให้ไปต่อเลยกระตุกเรือรากจูงเอียงไม่เป็นท่าสุดท้ายเรือก็ไปชนกับอีกลำหนึ่งมันก็เลยทำให้เรื่องของพระนางเรือล่มนั้นล่มจมน้ำลงไปเลยในขณะนั้นเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ตำนานผีจ้างหนัง

สำหรับเรื่องนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ ตำนานผีจ้างหนัง ที่ป่าคำชะโนดที่ได้เป็นตำนานที่ได้ถูกพูดถึงกันมาอย่างนานมากกว่า30ปีแล้วเพราะว่าเรื่องราวของผีจ้างหนังต้องบอกเลยว่ามันเป็นเรื่องราวที่ทำให้ป่าคำชะโนดแห่งนี้ได้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางนั่นเอง

ซึ่งตำนานเรื่องของผีจ้างหนังได้เป็นเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นมาจริงในปี พ.ศ.2532แต่เรื่องราวเมื่อ30ปีที่แล้วกลับไปถูกเล่ากันมาอย่างต่อเนื่องกันมาอย่างไม่ขาดสายแต่มันจะเป็นเรื่องจริงทั้งหมดหรือเปล่าก็ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านกันด้วยโดยเรื่องราวของตำนานผีจ้างหนังมันได้เริ่มต้นขึ้น

เมื่อวันที่29 มกราคม พ.ศ.2532ในวันนั้นก็ได้มีคนมาจ้างบริษัทหนังแห่งหนึ่งให้เข้าไปฉากหนังที่ดินแดนป่าคำชะโนดภายในหมู่บ้านวังทองอำเภอบ้านดุง จังหวัด อุดรธานี โดยได้ตกลงค่าจ้างกันเอาไว้ประมาณ4,000บาทและจะมีหนังไปฉากทั้งหมด4เรื่องด้วยกัน

นอกจากนี้ก็ได้มีสัญญาณข้อพิเศษอยู่อีกหนึ่งข้อด้วยกันนั่นก็คือจะให้ฉายหนังถึงเวลาเพียงแค่ตี04.00เท่านั้นห้ามฉากหนังจนถึงเช้าโดยเด็ดขาดและเมื่อฉากหนังเสร็จก็ให้รีบเก็บของออกจากที่ฟ้าจะสว่างและมันก็ได้ทำเรื่องที่แปลกใจให้กับเจ้าของบริษัทหนังอยู่ไม่น้อย

เพราะโดยปกติแล้วเวลาที่ได้ไปฉายหนังที่อื่นชาวบ้านเขาก็จะบอกว่าให้ฉากหนังจนถึงเช้ากันแทบทุกเจ้าแต่เจ้าของบริษัทหนังได้มองเห็นว่าเป็นความต้องการของผู้ที่มาจ้างจึงไม่ได้ถามหาเหตุผลแต่อย่างใดหลังจากที่ได้ทำการตกลงกันแล้วเสร็จคนที่มาจ้างหนังเขาก็ได้นำเอาเงินมามัดจำเอาไว้เป็นจำนวน500บาทและจะบอกว่าจะจ่ายในส่วนที่เหลือให้หลังจากที่ทำการฉายหนังเสร็จเป็นจำนวนเงิน3,500บาทนั่นเอง

ดังนั้นเมื่อถึงวันนัดหมายทางเจ้าของหนังกลางแปลงก็ได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ไปยังสถานที่ที่ได้นัดหมายเอาไว้ตามเวลาและกว่าจะเดินทางไปถึงก็จะเป็นช่วงเวลาที่จะใกล้ค่ำแล้ว

เมื่อพนังงานบริษัทฉายหนังได้เดินทางไปถึงสถานที่ที่ได้นัดหมายเอาไว้ดันไปพบเจอเรื่องแปลกใจว่าทำไมพื้นที่แห่งนี้ไม่มีใครอาศัยอยู่เลยอีกทั้งยังเป็นป่าแม้แต่พื้นที่ที่จะใช้สำหรับในการกลางจอหนังนั้นยังไม่มีเลย

ซึ่งพนังงานฉายหนังต่างก็สงสัยเหมือนกันว่าผู้คนในระแวกนี้เขาหายไปไหนกันหมดหรือว่าพวกชาวบ้านเขายังไม่รู้ว่าจะมีหนังมาฉายเพราะปกติแลวเวลาที่พวกเขาได้นำเอาหนังไปฉายที่ไหนก็จะมีร้านค้าของชาวบ้านในแต่ละพื้นต่างก็จะพามาเปิดร้านขายของกันอย่างคึกคักตั้งแต่จอหนังยังไม่กลางด้วยซ้ำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet เว็บแม่

ประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์  Churchill War Rooms 

          พิพิธภัณฑ์  Churchill War Rooms   หรือที่ชาวอังกฤษรู้จักกันดีในนามของพิพิธภัณฑ์สงคราม นั่นเอง  สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยกระทรวงอวกาศยานโดยการสร้างขึ้นในช่วงปีค.ศ 1936 ซึ่งสาเหตุสำคัญในการก่อสร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมานั่นก็เพราะว่าในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ประเทศอังกฤษกำลังมีการทำสงครามดังนั้นที่นี่จึงเป็นเหมือนกับกองบัญชาการของทางทหารซึ่งจะมีทหารอากาศคอยทำงานอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เนื่องจากว่าจะต้องมีการสื่อสารกันระหว่างสู้รบซึ่งที่นี่จึงเป็นห้องสื่อสารที่มีวิทยุสื่อสารและอุปกรณ์สื่อสารเป็นจำนวนมาก

 

       อย่างไรก็ตามด้วยสงครามที่อังกฤษนั้นมีการทำอย่างยืดเยื้อทำให้ที่นี่นั้นถูกแต่งตั้งเป็นกองบัญชาการในการลบหลังจากที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษซึ่งในขณะนั้นมีนาย Winston churchill เป็นผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ได้มาเห็นอาคารแห่งนี้ก็รู้สึกชอบเพราะว่ามีห้องต่างๆมากมายและห้องที่ถูกสร้างขึ้นมานั้นก็ยังแข็งแรงทนทาน พิพิธภัณฑ์  Churchill War Rooms  และสามารถใช้ในเรื่องของการสื่อสารการติดต่อมีอุปกรณ์การสู้รบเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดดังนั้นจึงมีการกำหนดว่าที่นี่จะต้องเป็นกองบัญชาการในการรบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาซึ่งในที่สุดประเทศอังกฤษก็มีการรบชนะโดยเหตุการณ์สู้รบในครั้งนั้นประเทศอังกฤษได้มีการสู้รบกับประเทศเยอรมนีซึ่งก็คือเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นเอง 

         ให้หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานที่แห่งนี้ก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานอีกดังนั้นทางรัฐบาลอังกฤษจึงเห็นถึงความสำคัญเนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ที่ทำให้ประเทศอังกฤษนั้นสามารถรบชนะในสงครามโลกได้ดังนั้นจึงจัดสถานที่แห่งนี้ไว้เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อแสดงให้คนอังกฤษได้เห็นถึงประวัติความเป็นมาและประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าทหารนั้นต้องสู้รบด้วยความเหนื่อยยากเพียงไรก่อนที่จะสามารถชนะสงครามได้

            สำหรับด้านในพิพิธภัณฑ์นั้นจะมีการนำข้าวของเครื่องใช้ต่างๆของรัฐมนตรีคนดังซึ่งเป็นรัฐมนตรีที่บัญชาการในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นอกจากนี้อุปกรณ์ที่เคยมีการใช้งานจริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ถูกนำมาจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เช่นเดียวกัน

          อย่างไรก็ตามหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีการเก็บรวบรวมอุปกรณ์ต่างๆที่เคยใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เก็บไว้ในสถานที่แห่งนี้ทางรัฐบาลยังไม่ได้มีการเปิดให้ประชาชนเข้ามาเยี่ยมชมได้แต่เนื่องจากว่าประชาชนส่วนใหญ่นั้นเรียกร้องอยากจะเข้าไปเห็นด้านในว่าภายในChurchill War Rooms นั้นมีลักษณะเป็นแบบไหนในที่สุดรัฐบาลก็ตัดสินใจที่จะเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ให้กับประชาชนได้เข้าไปเยี่ยมชมได้ตามความต้องการของประชาชนนั่นเอง

         อย่างไรก็ตามภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นักท่องเที่ยวจะสามารถเห็นได้ว่าช่วงสงครามโลกภายในห้องนี้ได้ทำกิจกรรมอะไรบ้างเช่นมีห้องวิทยุสื่อสารและมีห้องวางแผนห้องบัญชาการรบต่างๆเป็นต้นนอกจากนี้ยังมีห้องนอนสำหรับวีรบุรุษของคนอังกฤษที่ทำให้ประชาชนอยากจะเข้าไปชมและอุปกรณ์สื่อสารต่างๆที่ใช้ในการสื่อสารกันในช่วงสงครามนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén