เดือน: พฤศจิกายน 2021

การสร้างชาติของชาวPICTISH

สำหรับเรื่องราวนี้ต้องขอย้อนกลับไปก่อนคริสตกาลโดยในตอนนั้นที่หมูเกาะอังกฤษ การสร้างชาติของชาวPICTISH ยังไม่มีคนอาศัยอยู่คนที่เป็นชนชาติกลุ่มแรกที่เข้ามาอาศัยอยู่ที่หมู่เกาะแห่งนี้จะเป็นพวกเซลติกที่ได้อพยพมาจากยุโรปและได้มาตั้งถิ่นฐานที่หมู่เกาะอังกฤษนี้

ซึ่งเวลามันก็ได้ผ่านไปพวกชาวเซลติกเหล่านั้นก็ได้มีการแยกกันอยู่เป็นที่และได้ตั้งเป็นชนเผ่าขึ้นมาไปทั่วเกาะโดยที่ชนเผ่าทางเหนือจะมีชื่อเรียกว่า ชาวPICTISH ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของชาวก๊อตนั่นเองส่วนชนเผ่าที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้เขาจะถูกเรียกว่าเป็นชาวBRITONS 

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกชนเผ่าหนึ่งจะอยู่กาะที่เป็นไอซ์แลนด์ในปัจจุบันเขาจะเรียกว่าชาวHIBERMIซึ่งเรียกได้ว่าชนเผ่าพวกนี้ก็จะมีวัฒนาธรรมและรากเง่าที่คล้ายกันมากๆเลยเพราะว่าพวกเขาเป็นวัฒนาธรรมเซลติกทั้งนั้นเลยเมื่อเวลามันก็ได้ผ่านไป

จนมาถึงช่วงยุคจูแรสซิกหรือประมาณ50ปีก่อนคริตกาลชาวโรมันได้ทำการรุกรานเกาะบริเตนซึ่งเรียกได้ว่ายุคนี้เป็นยุคแรกที่ชาวเกาะอังกฤษถูกรุกรานโดยอารยธรรมอื่นนั่นเองซึ่งในตอนนั้นเองก็เรียกได้ว่ายุคนั้นเป็นยุคที่โรมันได้ทำการนำวัฒนธรรมลาตินไปเผยแพร่ยังเกาะอังกฤษ

เราจะขอเรียกเกาะอังกฤษยุคนี้ว่าเป็นยุคของการครอบครองโดยพวกโรมันและเวลามันก็ได้ผ่านไปจนมาถึงช่วงศตวรรษที่5หรือประมาณคริสต์ศักราช400-500เรียกได้ว่าช่วงนี้อำนาจและอิทธิพลของพวกดรมันเป็นช่วงขาลงและชนชาติกลุ่มหใหม่ผู้ที่จะมาครอบครองแผ่นดินอังกฤษก็ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานกันเป้นที่เรียบร้อย

โดยชนชาติกลุ่มนั้นจะถูกเรียกว่าพวกANGLO-SAXONและชาวนี้เป็นใครกันมาจากไหนชาวANGLO-SAXONคือชนเผ่าที่อาศัยอยู่โซนยุโรปตอนกลางออกไปทางเหนือๆหน่อยจะเป็นประมาณโซนฝรั่งเศสเยอรมันที่อยู่ทางตอนเหนือหน่อยๆคนพวกนี้ก็ได้ข้ามทะเลมาและมาหลักปักฐานและเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มอารยธรรมหลักที่ครอบครองเกาะอังกฤษนยุคนั้นเลย

ดังนั้นเราจะขอเรียกยุคนี้เป็นยุคของANGLO-SAXONแล้วกันและถ้าจะให้จำง่ายๆเลยก็คือเป็นยุคกลางตอนต้นนั่นเองจนในศตวรรษที่6เราก็จะได้เริ่มเห็นอาณาจักรแล้วโดยอาณาจักรของพวกANGLO-SAXONบนหมู่เกราะอังกฤษก็จะมีเล็กใหญ่มากมายเลย

แต่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเราขอยกมาสี่อาณาจักรนั่นก็คือNORTHUMBRIA MERCIA EAST ANGLIA WESSEX เรียกได้ว่ายุคนี้ถือเป็นยุคที่สำคัญมากๆเลยของประวัติศาสตร์อังกฤษเพราะเป็นยุคเริ่มต้นของการมีราชวงศ์ต่างๆเริ่มมีอาณาจักรและเป็นยุคที่คริสตจักรเริ่มเข้ามาเผยแพร่ศาสนาด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

ตำนานเมืองคูนสมัยยุคล่าอาณานิคม

เมืองคูนสมัยยุคล่าอาณานิคม ซึ่งที่แห่งนี้คือเมืองโพนสะหวันเป็นเมืองหลวงแขวงเชียงขวางในอดีตเมืองนี้มีชื่อว่า เมืองแปลก ถูกสร้างทดแทนเมืองคูนที่เคยเป็นศูนย์กลางของไทพวนแต่ได้ถูกทำลายลงด้วยพิษของสงครามเวียดนามหรือสงครามอินโดจีนจากการที่กองทัพอากาศสหรัฐได้ส่งเครื่องบินB52เข้ามาทิ้งระเบิดแบบปูพรมจนกลายเป็นการสู่รบที่รู้จักกันดีในชื่อสมรภูมิทุ่งไหหิน

โดยคาดกันว่าสหรัฐได้ใช้ระเบิดอย่างน้อย270ล้านลูกระหว่างทำสงครามตลอด9ปีใน ลาว แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวก็คือ30%ของระเบิดหรือประมาณ80ล้านลูกยังไม่ทำงานเมื่อตกลงสู่พื้นดิน ดังนั้นมันก็พร้อมที่จะเป็นกับดักมรณะสำหรับผู้โชคร้ายรายต่อไปเสมอ

ปัจจุบันหลายพื้นที่ของแขวงเชียงขวางยังมีระเบิดตกต้างรอการเก็บกู้อยู่จำนวนมากเราอาจจะเจอมันได้แทบทุกที่เลยทีเดียวทั้งในราวป่าบนถนนหรือแม้แต่ในนาข้าวและยังรวมถึงบริเวณทุ่งไหหินเหล่าท่องเที่ยวที่โด่งดังด้วยจากโพนสะหวันมุ่งสู่เมืองคูนที่อยู่ห่างออกไปประมาณ30กิโลเมตรเพื่อไปให้ถึงศูนย์กลางของอดีตนครรัฐพวน

นอกจากนี้ที่เมืองคูนมีความหมายถึงเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินสูงเมืองคูนตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำพวนจึงเป็นที่มาของชื่อเรียกเมืองพวนและเรียกคนที่นี่ว่าไทพวนนั่นก็คือคนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำพวนนั่นเอง ไทพวนนับเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความสำคัญอีกกลุ่มหนึ่งในภูมิภาคนี้

เพราะว่าพวกเขาสามารถจัดตั้งเป็นพระนครรัฐอิสระได้ตั้งแต่ในช่วงพุทธศตวรรษที่18โดยมีเมืองพวนเชียงขวางเป็นราชธานีก่อนที่ต่อมาเมืองพวนจะตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรล้านช้างจนเมืองสยามได้แผ่อิทธิพลข้ามฝั่งแม่น้ำโขงเข้ามายึดและควบคุมล้านช้างได้สำเร็จเมืองพวนก็กลายเป็นเมืองแนวหน้าระหว่างสยามกับอาณาจักรแดนไทเวียดของไทยวน

เนื่องจากนี้จนมาถึงยุคล่าอาณานิคมจากสนธิสันยาสยามฝรั่งเศสเมื่อปีพุทธศตวรรษ2436เมือพวนเชียงขวางจึงได้ถูกกำหนดให้อยู่ในเขตแดนของอินโดจีนฝรั่งเศสแล้วก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของ สปป. ลาว ในปัจจุบันไทพวนนับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาท

ซึ่งศาสนสถานแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยศิลปะที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียกว่าสกุลช่างเชียงขวางแต่น่าเสียดายที่ในปัจจุบันนี้เหลือรอดจากการถูกทิ้งระเบิดอยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น วัดเพีย แปลว่าวัดใหญ่เป็นวัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปีปัจจุบันปรากฏเพียงซากโบสถ์ที่ถูกระเบิดถล่มเหลือเพียงพื้นและเสารวมทั้งพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างหนึ่งองค์ที่เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองคูนสันนิษฐานว่าสร้างงขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclub สล็อตฟรี

กองทัพกรีกสู้รบกับเปอร์เชียในช่องแคบ

กองทัพกรีกสู้รบกับเปอร์เชียในช่องแคบ ในขณะเดียวกันกองทัพเปอเชียได้เดินทางมาไกลและกองทัพของเขามีขนาดใหญ่หลายแสนเลยยิ่งมีคนเยอะก็ต้องมีปากท้องที่จะต้องเลี้ยงไว้เยอะและเสบียงก็จะต้องใช้มากขึ้นด้วย

ซึ่งในระหว่างทางมันเป็นเนินเขาเป็นทะเลกันส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีหมู่บ้านให้ทำการปล้นกันทางเซอร์ซิสก็คิดว่าเราจะรอไม่ได้หากรอกองทัพของเราอดตายกันพอดีกุลยุทธของพวกเปอเชียมันเลยเป็นการรบแบบเร่งด่วนนั่นเองเขาเลยยึดช่องแคบตรงนี้ผ่านไปให้ได้ 

การต่อสู้ใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้วกองทัพของกรีกได้เดินทางมาถึงช่องแคบก่อนแล้วก็ทำการเตรียมตัวตั้งรับที่จะต้องป้องกันกองทัพเปอเชียโดยที่ช่องแคบตรงนี้จะมีกำแพงโบราณอยู่แต่กำแพงมันก็จะใกล้พังเต็มทีแล้วจากนั้นเขาเลยได้สั่งทหารของเขาเข้าไปซ่อมแซมกำแพงก่อนเลยให้เป็นจุดตั้งรับหลักในการโจมตี

เมื่อพวกเปอร์เชียได้มาถึงแล้วพวกเปอร์เชียเขาก็ได้เริ่มตั้งค่ายในขณะเดียวกันพวกกองทัพกรีกก็ได้ทำการจุดไฟรอบๆค่ายของตัวเองเพื่อจะสร้างควันอำผางไม่ให้ศัตรูมองเนว่าค่ายของเขามีขนาดใหญ่มากแค่ไหนพวกมันจะได้กะทหารของกองทักกรีกไม่ได้

ซึ่งเวลาก็ได้ผ่านไป4วันหลังจากที่กองทักเปอร์เชียได้ตั้งค่ายเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็ได้ส่งหน่วยราบตระเวรมาพร้อมกับทูตเพื่อที่จะมายื่นข้อเสนอยอมจำนนให้กับกษัตริย์ลีโอนีดาสโดยในตอนแรกนั้นพวกเปอร์เชียก็ได้ขำใส่ของพวกกองทักกรีกนี่มันกองทัพจริงๆหรอทำไมน้อยเหลือเกินทหารของท่าน

นอกจากนี้กษัตริย์ลีโอนีดาสก็ได้ปฏิเสธไปบอกว่าเขาจะไม่ยอมจำนนใต้กษัตริย์เซอร์ซิสอย่างแน่นอนเมื่อได้ยินดังนั้นทางทูตก็ได้กลับไปแล้ววันรุ่งขึ้นกองทัพเปอร์เชียก็ได้เปิดฉากโจมตีก่อนเลยซึ่งทหารเปอร์เชียที่ถูกส่งมาระลอกแรกส่วนมากจะเกรณฑ์มาจากทหารเมืองขึ้นจากจักรวรรดิเปอร์เชียจึงทำให้ทหารพวกนี้

จึงมีความอ่อนแอมากที่สุดในกองทัพเปอร์เชียเลยการต่อสู้ก็ได้ดำเนินไปทางฝั่งกรีกบอกเลยว่าได้เปรียบเป็นอย่างมากเลยจัดการกับทหารระบอกแรกได้อย่างง่ายดายมีผู้เสียชีวิตจากฝั่งกรีกเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้นแต่ทางฝั่งเปอร์เชียตายไปเป็นหลักหมื่นเลย

เพราะว่าต่อให้กองทัพพวกเขาจะเข้ามาเยอะขนาดไหนพื้นที่ในการรบมันแคบนิดเดียวเองยังไงมันก็จะเข้ามากันในตรงนั้นและส่วนกองทัพกรีกก็ง่ายดายเหลือเกินเพียงแค่อยู่ใต้โล่ของตัวเองแล้วก็เอาหอกอย่างแทงเข้าไปเพียงเท่านี้ก็สามารถที่จะจัดการกับทหารอีกฝั่งได้อมย่างง่ายดายแล้ว

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝากเงิน ออโต้

ตำนานเรื่องเล่าพระกินคนของวัดเขากบ

เรื่องเล่าพระกินคน สำหรับข้อมูลของพระกินเณรมันน่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมมากอีกที่มันจะเจาะลงลึกไปกว่านี้ปรากฎว่าพอเจาะข้อมูลหาลึกลงไปเรื่อยๆปรากฎว่ามันได้มีอยู่อีกหนึ่งตำนานที่เขาว่ากันว่าเรื่องนี้มันน่าจะเกิดขึ้นจริงในอดีตและมันเป็นเรื่องที่ชาวบ้านเขาเชื่อกันนั่นเอง

โดยเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเลาเกี่ยวกับพระนอนกินเณรแต่ในเรื่องนี้มันชั่งแตกต่างจากตำนานของหลวงพ่อทองตรงที่ว่าจากที่มีเหตุการณ์ที่เณรได้หายตัวไปภายในวัดแบบไม่มีสาเหตุมันกลับกลายเป็นว่ามีอยู่ครั้งนึงได้มีเณรในจำนวนกลุ่มนึงเขาได้รับข่าวสารมาว่า

ในเจดีย์เก่าของตำนานนี้มีพระพุทธรูปปรางนอนสมัยโบราณอยู่และภายในพระนอนพระพุทธรูปนี้มีขุมทรัพย์ที่เขาว่ากันว่าในสมัยกรุงสุโขทัยนั้นเขาได้นำเอาทองแผ่นยัดใส่เอาไว้ในพระพุทธรูปแห่งนี้และเณรสามคนนี้ก็เกิดความโลภอยากจะไปขุดหาทอง

ซึ่งเขาก็ได้รวมตัวกันในค่ำคืนนึงเพื่อที่จะเขาไปขุดหาทองใมนพระพุทธรูปองค์นี้นั่นเองโดยตรงนี้ตามคำบอกเล่าเขาได้บอกเอาไว้ว่าในขณะที่เด็กทั้งสามคนนี้เขาได้เดินเข้าไปในจดีย์เก่าแห่งนี้และเข้าไปเจอพระพุทธรูปปรางนอนใหญ่นอนอยู่ในนี้อยู่สิ่งแรกที่พวกเขาเห็นก็คือบริที่ปากของพระพุทธรูปปรางนอนองค์นี้ได้มีคลาบเลือดอยู่เต็มปากไปหมดเลย

สิ่งตรงนี้ก็ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับเณรจำนวนนึงมากและอยู่ทันใดนั้นเองได้มีหนึ่งในเณรรูปหนึ่งเขาได้เห็นคนนึงคล้ายๆกับพระยืนอยู่บริเวณที่ปลายเท้าของพระพุทธรูปปรางนอนองค์นี้หลังจากที่เณรที่ได้เห็นเขาก็ได้ร้องกรี้ดออกมาจนทำให้เณรคนนึงที่เขาได้เข้าไปค้นหาทองบริเวณหลังพระอยู่เขาได้โพล่มาที่หน้าพระและถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ดังนั้นก็เลยทำให้เณรกลุ่มแรกเขาได้เล่าไปว่าเขานั้นได้เจอกับเหตุการณ์อะไรหลังจากนั้นเณรทั้งกลุ่มเขาก็รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องดีแล้วก็เลยรีบออกจากบริเวณเจดีย์นั้นและอยู่ๆทันใดนั้นก็ได้เกิดฟ้าผ่าลงมาที่เจดีย์แห่งนั้นจนทำให้ส่วนของพระพุทธรูปแตกออกมาเป็นชิ้นๆ

เพราะฉะนั้นแล้วหลังจากที่ได้มีฟ้าผ่าลงมาแล้วอยู่ๆทำให้เณรหายไปอย่างไร้ร่องรอยและเณรที่เหลือนั้นเขาก็คิดว่าเณรรูปนี้น่าจะค้างอยู่ในเจดีย์เก่าแห่งนั้นและคิดว่าน่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าเพราะมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นในเจดีย์แห่งนั้นด้วยเณรทั้งหมดก็เลยได้กลับไปที่เจดีย์เก่าแห่งนั้นสิ่งที่เขาได้พบนั่นก็คือ

ในจุดที่ฟ้าผ่ามาที่พระพุทธรูปปรางนอนนั้นได้มีโครงกระดูกจำนวนมากอยู่ในพระพุทธรูปแห่งนั้นและได้มีคนๆนึงห่มผ้าเหลืองนอนอยู่ในพระพุทธรูปองคนั้นด้วย

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

การทำรัฐประหารของนายอีซึงมันในเกาหลีใต้

การทำรัฐประหารของนายอีซึง ซึ่งหลังจากที่นายอีซึงมันได้เข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูณแบบที่เป็นประธานาธิบดีอย่างไม่มีคบกำหนดวาระมันจึงทำให้เขานั้นได้เป็นประธานาธิบดีถึงสองสมัยไปติดๆโดยใช้กฎหมายเข้าเล่นงานคู่แข่งทุกอย่างใส่ร้ายพรรคตรงข้ามว่าเป็นพรรคคอมมิวนิสต์

โดยในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่มีสงครามในคาบสมุทรเกาหลีพอดีคนเขาก็เลยเชื่อนายอีซึงมันจนกระทั่งเข้าสู่ปี1960ประชาชนก็เริ่มเบื่อกันแล้ว

ที่นายอีซึงมันเหมือนเผด็จการหวงอำนาจและพยายามที่จะผูกขาดการเมืองอยู่ฝ่ายเดียวประชาชนก็เลยพากันออกมาประทวงกันเต็มเมืองและในเวลาต่อมานายอีซึงมันก็เลยเปิดการปะทะใส่ผู้ประทวงด้วยการยิงกระสุนจริงๆใส่ประชาชนสรุปแล้วประชาชนตายไป180คน

นอกจากนี้ด้วยการสังหารประชาชนด้วยกระสุนจริงๆที่ทำให้เขาไม่สามารถอยู่ในประเทศนี้ได้เขาก็เลยทำการลี้ภัยออกนอกประเทศด้วยการช่วยเหลือจากซีไอเออีกแล้วโดยทำการลี้ภัยไปอยู่ที่ฮาวายหลังจากนั้นเขาก็ได้ตายไปในที่สุดภายหลังจากการจากไปของนายอีซึงมันประเทศเกาหลีใต้ก็ได้ทำการฟื้นฟูประชาธิปไตยครั้งใหญ่เลย

เนื่องจากนี้เขาก็ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูณหลายหมวดด้วยกันได้แก่ไขการลดอำนาจประธานาธิบดีและตั้งแต่งรัฐสภาขึ้นมาใหม่ด้วยอำนาจสูงสุดที่ตัวนายกรัฐมนตรีและด้วยกระแสของการเกียจชังของเผด็จการจึงทำให้ประชาชนออกมาจัดการกับเครือข่ายของนายอีซึงมันเต็มเลย

เพราะฉะนั้นแล้วก็ได้มีข้าราชการน้อยใหญ่โดนกันไปหมดมากกว่า1หมื่นคนด้วยซ้ำที่ได้มีการเกี่ยวข้องต่อการทุจริตในเวลาต่อมาสงครามคาบสมุทรเกาหลีดูเหมือนว่าจะจบลงไปแล้วทำให้ทางรัฐสภามีการลดอำนาจของกองทัพและมีการจัดตั้งเลือกขึ้นมาและ นายยุนโบซ็อน ก็ได้มาเป็นประธานาธิบดีและพรรคฝ่ายค้านเป็นพรรคพวกเก่าของนายอีซึงมันอดีตประธานาธิบดีคนเก่า

ซึ่งการได้เข้าปราบปรามผู้ที่มีอิทธิพลเก่าให้สิ้นซากก่อนที่เขาจะกลับมาเล่นงานคนตรงข้ามด้วยอำนาจเก่าที่ได้เสียผลประโยชน์เขาก็ไอยากจะให้อำนาจกับคนใหม่ๆที่ไม่ใช่พรรคพวกของตัวเองท้ายที่สุดแล้วนั้นก็โดนรัฐประหารอีกแล้วภายหลังจากการเข้ามามีอำนาจของ นายพลปักจุงฮี 

โดยท่านนายพลปักจุงฮีคนนี้ก็ได้บอกกับประชาชนที่เคารพว่าที่ข้าพเจ้ามาในครั้งนี้ก็เพื่อจะปราบทุจริตข้ามาเพื่อหยุดสงครามดูเหมือนว่าจะน้ำเน่าไปหน่อยและขอเวลาอีกไม่นาเพียงแค่2ปีและสิ่งแรกที่ นายพลปักจุงฮี ทำนั้นก็คือยกเลิกระบบรัฐสภาไปไปเฉยๆแล้วก็ได้แต่งตั้งรัฐสภาใหม่ภายใต้ชื่อว่าสภาสูงสุดเพื่อการฟื้นฟูแห่งชาติ

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บไหนดี

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén