เดือน: กุมภาพันธ์ 2022

ตำนานรักร้อยปีถ้ำผานางคอยจังหวัดแพร่

ตำนานรักร้อยปีถ้ำผานางคอย คุณเคยมีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวจังหวัดแพร่กันบ้างหรือไม่จังหวัดแพร่นั้นมีชื่อเสียงโด่งดังมากเช่นเดียวกันในเขตพื้นที่ทางภาคเหนือซึ่งจังหวัดแพร่เองนั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียวนอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งของจังหวัดแพร่นั้นก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน

และมีตำนานที่เล่าขานกันต่อรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงลูกหลานซึ่ง 1 ในตำนานที่มีการพูดถึงกันมากที่คนแพร่มักจะมีการเล่าให้ลูกหลานฟังก่อนนอนนั่นก็คือตำนานความรักความผูกพันที่ถ้ำผานางคอย

        ดังนั้นสำหรับบทความนี้เราจะมาพูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับตำนานของถ้ำผานางคอยกันว่ามีตำนานเก่าแก่ที่มีการเล่าขานกันเอาไว้ว่าอย่างไรบ้าง 

      ถ้ำผานางคอยจังหวัดแพร่ นั้นจะมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยทั้งที่เป็นเกรดหินประกายระยิบระยับหรือเป็นชั้นหินยาวถึงพื้นถ้ำและที่น่าสนใจก็คือสุดทางของถ้ำมีก้อนหินรูปร่างคล้ายหญิงสาวนั่งอุ้มลูกน้อยรอคอยคนรักอยู่ซึ่งชาวบ้านเรียกหินก้อนนี้ว่าหินนางคอยมีตำนานพื้นบ้าน เล่าว่า 800 ปีก่อน

อาณาจักรแสนหวีมีพระราชธิดาที่ทรงพระสิริโฉมครั้งหนึ่งพระนางทรงสำราญมาทางชลมารคและเรือพระที่นั่งถูกพายุพัดจมลงทุกคนหนีเอาตัวรอดมีแค่หัวหน้าฝีพายหนุ่มชื่อคะนองเดชที่เข้าช่วยพระนางไว้

        และนั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรักระหว่างชนชั้นต่อมาเมื่อความแตกต่างระหว่างตั้งครรภ์จึงถูกลงโทษชายคนรักได้เข้าไปช่วยแล้วพากันหนีระหว่างที่ทหารออกตามจับได้ยิงธนูใส่คะนองเดชแต่พลาดไปถูกกลางอกของเจ้าหญิงทั้งคู่นี้เข้ามายังถ้ำแห่งนี้ก็นางบอกกับชายคนรักให้หนีไปและได้พูดว่าหญิงจะรออยู่ที่นี่กัลปาวสานจากแรงอธิษฐาน

ทำให้ร่างของพระนางกลายเป็นหินหันหน้าไปทางทิศตะวันตกมือโอบพระโอรสไว้บนตักเบื้องหน้าของพระนางมีหินย้อยเป็นรูปหัวใจสีขาวบริสุทธิ์ประดับด้วยเพชร คล้ายว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักมาจนถึงทุกวันนี้ 

              เชื่อว่าหลายคนหาเคยได้ฟังตำนานของความรักของถ้ำผานางคอยแล้วคงอยากจะเห็นธรรมของจริงกันมากเลยทีเดียวว่าจะมีความงดงามมากมายเพียงไหนซึ่งบอกได้เลยว่าถ้าหากว่าใครเคยมีโอกาสได้เดินทางไปที่ถ้ำแห่งนี้จะเห็นได้เลยว่าท่านแห่งนี้นั้นจะอยู่ปกคลุมอยู่ท่ามกลางป่าเขาซึ่งมีต้นไม้ขนาดเล็กขนาดใหญ่เต็มไปหมด

และที่สำคัญจุดที่ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งนั่นก็เพราะว่านอกจากนักท่องเที่ยวจะเข้าไปชมความงดงามภายในถ้ำแล้วหากไปจังหวะดีๆนักท่องเที่ยวอาจจะได้เห็นสัตว์ป่าอย่างเช่นกวางป่าซึ่งยังคงมีอาศัยอยู่ภายในบริเวณรอบๆถ้ำแห่งนี้อีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    gclubฟรี500

ประวัติผลงานด้านการออกแบบและวาดภาพของ ไมเคิล แองเจโล่ 

      ประวัติผลงานด้านการออกแบบ  Creation of Adam สุดยอดจิตรกรรมแห่งยุคเรอเนซองส์  จากประสบความสำเร็จจากงานประติมากรรมพระสันตะปาปาจูเลียสที่ 2 ก็ได้ว่าจ้างให้แองเจโล่ในช่วงอายุ 30 ปีมาวาดภาพเขียนสีเฟรสโกบนเพดานของโบสถ์ซิสทีนในสำนักวาติกันและว่าเขาจะไม่เคยเป็นจิตกรอย่างจริงจัง

แต่ในช่วงวัยรุ่นแองเจโลก็เคยฝากตัวเป็นศิษย์ของโดเมนิโก้วีรันดาโยจิตรกรชื่อดัง ดาเฟสโก้มาก่อน  ทำให้เขาได้เรียนรู้การวาดภาพสีลงไปบนผนังปูนเปียกซึ่งเป็นเทคนิคขั้นสูงในยุคนั้นที่ต้องใช้ฝีมือเป็นอย่างมาก

      เพราะศิลปินจะต้องทำงานอย่างรวดเร็วให้เสร็จก่อนที่ปูนจะแห้งบนพื้นที่กว่า 500 ตารางเมตรของเพดานโบสถ์ประกอบไปด้วยรูปภาพ 9 ชุดด้วยกันเราเรื่องราวของการสร้างโลกของพระเจ้ากำเนิดอดัมและอีฟรวมไปถึงเรื่องราวของโนอาห์ภาพชุดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือการสร้างอาดัม The creation of Adam ที่เป็นตัวแทนของจิตรกรรมฝาผนังในยุคเรอเนซองส์อย่างแท้จริงที่มีคนกล่าวขวัญถึงมากที่สุดชิ้นหนึ่ง

 

     สำหรับภาพดังกล่าว เป็นภาพของพระผู้เป็นเจ้าที่ประทานลมหายใจให้แก่อดัมมนุษย์คนแรกของโลกผ่านการสัมผัสด้วยนิ้วชี้มันจะใช้เวลาวาดภาพการสร้างระดับนี้เพียง 2-3 สัปดาห์เท่านั้นแต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสวยงามทางศิลปะและสัญลักษณ์ต่างๆที่ซ่อนไว้ภายในภาพด้วยภาพทั้งหมดในกระดานส่วนนี้ประกอบไปด้วย 300 รูปภาพย่อยที่ต้องใช้เวลารวมถึง 4 ปีด้วยกันจึงแล้วเสร็จ 

      นอกจากนี้ ไมเคิล แองเจโล่ ยังได้วาดภาพพระเยซูเปลือยบนเพดานโบสถ์ที่วิหาร System thebest Cargo การตัดสินครั้งสุดท้าย The Last judgement บริเวณด้านหลังแท่นบูชาขนาดพื้นที่ประมาณ 12 ตารางเมตรเราเรื่องราววันสิ้นโลกและการฟื้นคืนชีพขององค์พระเยซูคริสต์ที่ทรงเสด็จมาตัดสินมนุษย์  ซึ่งในตอนนั้นไมเคิล แองเจโล่นั้นใช้เวลาวาดนานถึง 8 ปี

จึงแล้วเสร็จกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเพราะพระแม่มารีและ และพระเยซูดูโป๊เปลือยมากจนเกินไปซึ่งในเวลาต่อมานั้น ทางสำนักวาติกันนั้นจึงขอให้ลูกศิษย์ของแองเจโล่มาแก้ไขผลงานด้วยการวาดเสื้อผ้าเสริมทัพเข้ามาบนรูปเดิม

 

     ไมเคิล แองเจโล่  ได้ร่วมเป็นสถาปนิกสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์  ด้วยความที่แองเจโล่เป็นประติมากรชื่อดังจึงมีผู้ว่าจ้างให้แองเจโล่ทำรูปแกะสลักหินเพื่อนำไปใช้ตกแต่งสุสานตามธรรมเนียมนิยมในยุคนั้นจนพัฒนามาสู่การออกแบบตกแต่งอาคารซึ่งแองเจโลก็ทำได้ดีไม่แพ้กันผลงานด้านการตกแต่งภายในที่มีชื่อเสียงของแองเจโลก็คือ โบสถ์ซานลอเรนโซ่  โดยเฉพาะบริเวณโถงบันไดซึ่งถือเป็นสิ่งใหม่ในยุคนั้น

 

     ก่อนจะได้รับงานใหญ่ในช่วงบั้นปลายของชีวิตได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสถาปนิกดูแลการก่อสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สถาปัตยกรรมสำคัญของนครรัฐวาติกันกรุงโรมที่ก่อสร้างต่อเนื่องยาวนานถึงกว่า 50 ปี และเขาเสียชีวิตลงด้วยวัย 89 ปีก่อนที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์จะแล้วเสร็จแต่ชื่อของเขาและสถาปนิกอีกหลายคนก็ได้รับการจารึกถึงความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารซึ่งมีโครงหลังคาอันโดดเด่นและเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมแห่งยุคเรอเนซองส์ซึ่งส่งอิทธิพลไปยังอากาศที่อื่นในยุคต่อมา 

 

สนับสนุนโดย.    UFABET เว็บหลัก

อารยธรรมที่กลับสู่พื้นดิน

อารยธรรมที่กลับสู่พื้นดิน

อารยธรรมที่กลับสู่พื้นดิน มนุษย์มีส่วนอย่างมากต่อระบบนิเวศในปัจจุบัน  จากการเพิ่มจำนวนของประชากรอย่างต่อเนื่องทำให้ขาดแคลนทรัพยากร

สิ่งมีชีวิตบางชนิดใกล้สูญพันธุ์จากการถูกบุกรุกจากการขยายตัวของพื้นที่เมือง    และอุตสาหกรรม  สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง  ปัญหาขยะล้นเมือง  คุณเคยคิดกันหรือไม่ว่าหากมนุษย์หายไปจนหมด 

จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรากันแน่  ธรรมชาติจะฟื้นคืนตัวกลับมาเป็นอย่างที่เคยเป็นหรือไม่มีอะไรที่จะสูญหายไปพร้อมกับมนุษย์อย่างเราหรือเปล่า  หรือว่ามีอะไรจะฟื้นคืนกลับมาหลังจากที่มนุษย์หายไปบ้างไหม สิ่งนี้คุณเคยสงสัยหรือเปล่า 

เรื่องราวที่เรากำลังจะพาทุกคนไปพูดถึงในวันนี้  เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ซึ่งถ้าหากคุณอยากจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องราว  ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องใด และจะน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนไปทำความรู้จักไปพร้อมกันเลยดีกว่า  หากมนุษย์ไม่มีแล้วในโลก อารยธรรมก็กลับสู่พื้นดิน  เนื่องจากไม่มีคนคอยดูแล  เหล็กกล้าบนสะพาน  ที่สามารถขยายตัวได้เมื่อเกิดความร้อน

  และหดตัวลงเมื่อเจอกับความเย็นรวมถึงสายเคเบิล ที่สามารถรับแรงดึงได้ถึง 200 ปอนด์ ต่อตารางนิ้วเมื่อเจอความชื้นนานเข้า  มันจะพังแล้วตกลงสู่พื้นน้ำ  สิ่งปลูกสร้างพื้นผิวคอนกรีตจะถูกกระแสลมทั้งฝนเชื้อราความชื้นและแสงแดดกัดเซาะจนล้มลง  และสลายไปภายใน 50 ถึง 100 ปี จนกลายเป็นฝุ่นกองโต 

แต่กระเบื้องห้องน้ำ จะอยู่ได้นานกว่าก็     มีองค์ประกอบทางเคมีคล้ายฟอสซิล  ลอนดอนจะกลายเป็นเมืองกลางน้ำ  ดูไบกลับไปเป็นทะเลทรายเหมือนที่เคยเป็น  สิ่งที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นนั้น  มันคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์อย่างเราหายไปจากโลกใบนี้  หรือว่ามนุษย์ได้สูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้แล้ว  แน่นอนว่าการที่มนุษย์สามารถสูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้ได้นั้น

  มันไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงอะไรเลย  เพราะว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้เหมือนอย่างไดโนเสาร์ในอดีตที่ผ่านมาใครจะรู้ว่าไดโนเสาร์จะสูญพันธุ์ได้  และแน่นอนว่าการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์  มันก็ทำให้เป็นจุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิตใหม่ๆรวมไปถึงมนุษย์  อย่างไรก็ตามแน่นอนว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งมนุษย์อย่างเราก็คงอาจจะสูญพันธุ์ไปเหมือนอย่างไดโนเสาร์ก็เป็นไปได้

  ซึ่งผลกระทบที่ทำมาจากสิ่งที่เราได้กล่าวไปมันก็ยังมีอีกมากมายชีวิตของเรานั้นสั้นนัก  ถ้าหากว่าเรามัวคิดลังเลอะไรสักอย่างอยู่โดยที่ยังไม่ได้ลงมือทำเมื่อถึงวันและจุดสิ้นสุดของชีวิต  เราจะมานึกเสียดายเราก็คงจะกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก  ดังนั้นแล้วถ้าหากว่ายังมีชีวิตอยู่ก็จงทำในสิ่งที่อยากทำ 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet auto

ประวัติเหล้า เบียร์

ประวัติเหล้า เบียร์ แชมเปญ

ประวัติเหล้า เบียร์   ก่อนหน้านี้มีความเชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าอาหรับเป็นชนชาติแรกที่รู้จักการหมักบ่มแอลกอฮอล์อย่างไรก็ตาม

เมื่อปี 2013 ที่ผ่านมาได้มีการค้นพบหม้อดินเผาบรรจุแอลกอฮอล์อายุกว่า 9000 ปีที่มณฑลเหอหนานซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ลบล้างข้อสันนิษฐานเก่าโดยสิ้นเชิงเพราะเท่ากับว่าชาวจีนโบราณดื่มแอลกอฮอล์มาตั้งแต่หลังยุคหินก่อนชาวอาหรับถึง 1000 ปี

         ชาวจีนรู้จักการนำข้าวพืชสมุนไพรท้องถิ่นน้ำผึ้งและองุ่นมาหมักบ่มเพื่อผลิตเป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่และในสมัยราชวงศ์เซี่ยช่วง 2100-1006

ร้อยปีก่อนคริสตกาลก็มีการระบุว่าชาวจีนนิยมนำเครื่องดื่มที่คล้ายกับเบียร์ซึ่งมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมเรา 4-5 เปอร์เซ็นต์มาใช้ในพิธีบูชาเทพยดาฟ้าดินและดื่มเพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆและในยุคต่อมาก็มีการใช้ภาชนะที่ทำจากสำริดเพื่อใช้บรรจุแอลกอฮอล์โดยเฉพาะ 

         อย่างไรก็ตามความเชื่อของอีกหลายประเทศยังมีการเชื่อกันว่าแท้ที่จริงแล้วเราเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยของบาบิโลนและอียิปต์

ซึ่งในขณะนั้นมนุษย์ได้มีการคิดค้นการนำผลไม้มาหมักทำให้เกิดเป็นน้ำเอาขึ้นมาหลังจากนั้นก็นำน้ำพวกนี้มาทำการดื่มแล้วรู้สึกว่ามันมีรสชาติที่อร่อยซึ่งผลไม้ชนิดแรกถูกนำมาหมักก็คือองุ่นนั่นเองยังไงก็ตามไม่ใช่เพียงแค่เราเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่มีการคิดค้นขึ้นมาเพราะในเวลาต่อมานั้นก็มาคิดค้นเบียร์รวมถึงแชมเปญและยังมีวอดก้าอีกด้วย

         สำหรับการผลิตเบียร์นั้นว่ากันว่าก็มีกันมานมนานแล้วตั้งแต่สมัย 5000 ปีก่อนโดยระบุว่ามีการบันทึกขั้นตอนการผลิตเบียร์เอาไว้ตั้งแต่การปกครองของแคว้นเมโสโปเตเมียซึ่งในยุคนั้นยังเป็นยุคประมาณ 2800 ปีก่อนคริสตกาลโดยมีหลักฐานทางการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรและมีภาพเขียนเอาไว้ด้วยนอกจากนี้ประเทศอียิปต์ยังได้มีการสลักบนแผ่นหินซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานได้อย่างดีเลยทีเดียว 

     อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงการผลิตแชมเปญนั้นเป็นการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยุคหลังๆมาแล้วซึ่งแน่นอนว่าเราคุ้นชินกับการดื่มเหล้าดื่มเบียร์มามากพอแล้วในประเทศฝรั่งเศสจึงได้มีการคิดค้นที่จะมี มักแชมเปญขึ้นมาซึ่งมีลักษณะของขั้นตอนเหมือนกับไวน์ทุกอย่างเลยเพียงแต่ว่าจะมีแก๊สมาเป็นตัวช่วยในการหมักนั่นเองและแน่นอนว่าแชมเปญก็กลายมาเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันซึ่งประเทศที่มีการผลิตแชมเปญเป็นอันดับต้นๆก็คือประเทศฝรั่งเศสนั้นเอง 

         อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นสุราหรือเหล้าหรือเบียร์หรือแม้แต่แชมเปญก็ตามน้ำหนักเรานี้ก็ถือว่าได้เป็นน้ำเมาที่เมื่อดื่มเข้าไปแล้วก็ทำให้คนขาดสติได้ดังนั้นการกินในปริมาณที่พอเหมาะ

 

สนับสนุนโดย.    ufabet สมัครสมาชิก

รมต. ตปท.สหรัฐรัสเซียถกลดเครียด

รมต. ตปท.สหรัฐรัสเซียถกลดเครียด สำหรับอีก 1 จุดเดือดของโลกก็คงหนีไม่พ้นพรมแดนระหว่างรัสเซียกับยูเครน เพราะว่ามีกระแสข่าวจากชาติตะวันตกว่ารัสเซียพร้อมที่จะบุกยูเครนเข้าไปเต็มทีแล้ว 

ในขณะที่ล่าสุดรัสเซียได้ทำการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆเข้าไปในพื้นที่ของประเทศเบลารุสรวมถึงระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานด้วยนั่นเอง ท่ามกลางการประชุมหารือร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียแล้วก็สหรัฐอเมริกา 

ซึ่งในขณะเดียวกันทางรัฐสภาของรัสเซียก็กำลังจะหารือร่วมกันว่าจะทำการรับรองในเขตพื้นที่แถบภาคตะวันออกของประเทศยูเครนที่กลุ่มฝักใฝ่รัสเซียทำการครอบครองอยู่ให้กลายเป็นรัฐอิสระได้หรือไม่ 

นอกจากนี้ได้มีทางสำนักข่าวแห่งหนึ่งรายงานว่ารัสเซียได้ขนยุทโธปกรณ์ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน S400 ไปยังประเทศเบลารุส เพื่อร่วมการซ้อมรบในเดือนกุมภาพันธ์นี้ 

กองกำลังทหารรัสเซียและอาวุธยุทโธปกรณ์ฤกษ์เดินทางไปถึงเบลารุสในสัปดาห์นี้เพื่อทำการซ้อมรบที่จะมีขึ้นใกล้กับพรมแดนตะวันตกของอดีตสาธารณรัฐโซเวียตที่อยู่ติดกับโปแลนด์และรัฐลิทัวเนีย 2 องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือว่านาโต้ 

ดังนั้นแล้วยังหยุดใกล้กับพรมแดนที่อยู่ติดกับยูเครนอีกด้วย ชาติตะวันตกวันเกรงว่ารัสเซียที่ได้มีทหารหลายหมื่นนายประชิตพรมแดนยูเครนวางแผนโจมตี เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2014

โดยขณะที่ลิทัวเนียได้บอกว่าการเสริมกำลังตามแนวชายแดนของรัสเซียเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง อย่างไรก็ตามกระทรวงกลาโหมของรัสเซียได้แถลงระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน S400 จำนวน 2 ชุดเริ่มเคลื่อนย้ายจากภูมิภาคตะวันออกจากรัสเซียไปเบลารุสด้วยรถไฟ

นอกจากนั้นแล้วเครื่องบินขับไล่ซู 35 จำนวน 12 ลำพร้อมด้วยระบบขีปนาวุธหรือว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศเป็นระบบที่ติดตั้งอยู่บนหัวรถบรรทุกใช้ยิงเครื่องบินโดรนและจรวดร่อนก็จะถูกส่งไปที่เบลารุสด้วยเช่นเดียวกัน 

ในขณะเดียวกันกระทรวงกลาโหมของประเทศรัสเซียยังได้กล่าวอีกว่าเครื่องบินทิ้งระเบิดที่สามารถบรรทุกกระสุนนิวเคลียร์ได้จำนวน 2 ลำได้บินเหนือพื้นที่ทะเลอาร์กติก

เพื่อทำการฝึกซ้อมตามปกติ โดยเครื่องบินทิ้งระเบิดดังกล่าวก็ได้บินผ่านมหาสมุทรอาร์กติก ทั้งนี้เครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซียยังได้ฝึกบินกันอยู่เป็นประจำอยู่เหนือมหาสมุทรอาร์กติกมหาสมุทรแอตแลนติกแล้วก็สุดท้ายมหาสมุทรแปซิฟิกยาวตลอดไปจนถึงทะเลดำ 

ดังนั้นแล้วทางด้านกระทรวงกลาโหมของรัสเซียได้บอกว่าเครื่องบินทิ้งระเบิดลำดังกล่าวนี้สามารถบรรทุกระเบิดติดหัวรบนิวเคลียร์พิสัยใกล้จำนวน 12 ลูกแล้วก็บินอยู่เหนือท้องฟ้าได้นานถึง 13 ชั่วโมงด้วยกัน 

ทั้งนี้ทางด้านสำนักข่าวแห่งหนึ่งได้รายงานว่ารัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียมีกำหนดหารือกันที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ท่ามกลางความกังวลว่ารัสเซียนั้นจะทำการบุกยูเครน

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén