วันฮาโลวีนที่เรามักจะเห็นคนแต่งตัวเป็นผีนั้นจะมีการจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี โดยจะมีการแต่งตัวเรียนแบบภูตผีปีศาจโดยเด็กๆนั้นจะพากันชักชวนเพื่อนๆเดินออกไปตามถนน และแต่งกายเป็นผี เนื่องจากวันนั้นท้องถนนจะมีการประดับแสงไฟและมีการตกแต่งด้วยการแกะสลักฟักทองทำให้เป็นโคมไฟ

ซึ่งการทำแบบนี้พวกเขาจะเรียกมันว่า แจ๊ก-โอ”-แลนเทิร์น (jack-o”-lantern) หลายคนคงทราบกันดีว่าฮาโลวีนนี้มักจะถูกจัดขึ้นตามประเทศต่างๆ นั้นก็ได้แก่จะมี สหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา นอกจากนั้นยังมีในออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์อีกด้วยนะ และยังรวมไปถึงประเทศอื่นในทวีปยุโรปด้วยเช่นกัน 

ประวัติความเป็นมาวันฮาโลวีน มีดังนี้

สำหรับในวันฮาโลวีนนั้นเราย่อมรู้ดีว่าเป็นวันปล่อยผี ซึ่งสำหรับบ้านใดหรือเมืองใดที่มีการจัดประเพณีนี้พวกเขานั้นมักจะมีการตกแต่งประดับบริเวณบ้านหรือร้านค้าต่างๆแม้กระทั่งตามถนน ซึ่งการตกแต่งเหล่านั้นมักจะนิยมนำพักทองยักษ์จัดแต่งเป็นรูปผีและนำไปประดับไฟ

นอกจากพักทองยักษ์แล้วก็ยังนำสิงอื่นๆเพื่อเป็นการนำมาประดับอีกด้วยนะ เช่นนำผ้ามาทำเป็นรูปผีหรือปีศาจหรือทำหน้าที่ออกมาให้คล้ายกับผี เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศให้สมกับวันที่มีแต่ผีนั่นเอง 

ที่มาของตะเกียงฟักทองมีดังนี้

ที่มาของตะเกียงที่เป็นรูปฟักทองนั้นก็คือประเพณีแจ็ค โอ แลนเทริน (Jack-O-Lanterns)ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นตำนานที่มีจุดกำเนินมาจากชาวไอริช และก็มีการเล่าขาลต่อๆกันมาเนื้อความีว่ามีผู้ชายชื่อว่า แจ็ค โอ แลนเทิร์น บุคคลผู้นี้มีเรื่องราวที่ไม่ค่อยดีนักเพราะเขานั้นได้ดื่มเหล้าเมายาและนอกจากนั้นยังเป็นบุคคลที่มีกลลวงอีกมากมาย

เขานั้นได้เคยหลอกล่อให้ซาตานนั้นได้กระทำการปีนขึ้นไปบนต้นไม้อีกด้วย หลักจากนั้นเขาจึงได้กระทำการที่ไม่ค่อยดีนักด้วยการแกะสลักรูปไม้กางเขนเพื่อลงไปบนลำต้นของต้นไม้นั้น ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ซาตานตนนั้นลงจากต้นไม้ไม่ได้ จากนั้นเขาจึงได้วางแผนเพื่อเป็นการต่อรองกับซาตานโดยการขู่ว่าหากซาตานไม่จับเขาไปเขาจะทำการปล่อยซาตานลงมา

ต่อมาเมื่อเขานั้นได้เสียชีวิตลงไป เขาได้กระทำการปฏิเสธที่จะขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ เพราะเขาคาดว่าน่าจะมีความคิดชั่วๆแอบแฝงอยู่

แต่นั้นก็ยังไม่ได้ไปนรกเพราะเขาเองนั้นก็ยังมีข้อตกลงที่ทำไว้กับซาตานดั้งนั้นซาตานได้ให้ถ่านไฟแก่เขาหนึ่งก้อนแทนเพื่อเป็นการนำการเดินทางในที่มืด และถ่านอันนั้นก็ถูกใส่ไว้ด้านในของผักกาดที่มีการกลวงเพราะมันจะสามารถอยู่ได้นานนั่นเอง 

อันที่จริงคนอังกฤษนั้นก็ใช้ผักกาดตามแบบเดิมแต่ทว่าคนส่วนใหญ่ได้ค้นพบว่าฟักทองเป็นสิ่งที่หาง่ายกว่าผักกาดจึงมีบางพื้นที่ที่นำฟักทองมาแทนผักกาดนั่นเอง

ขอบคุณเรื่องราวที่น่าสนใจจาก  alpha88