อัสซีเรียได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมและงานศิลป์มาจากสุเมเรีย เหมือนกันกับบาบิโลเนีย ด้วยเหตุนั้น ศิลปกรรมของอาณาจักรกลุ่มนี้จึงมีลักษณะคล้ายกัน 

ชนเผ่าอัสซีเรียมีนิสัยที่โหดร้าย ตรงกันข้ามกับชาวบาบิโลเนียมีนิสัยที่สุภาพแล้วก็อ่อนน้อมถ่อมตน แม้กระนั้นเป็นสิ่งน่าประหลาดมากมายที่ชาวอัสซีเรียกลายเป็นพวกที่มีอารยธรรมสูงไม่แพ้ชาวเมโสโปเตเมีย 

ผลงานที่สำคัญ แผ่นจารึก ที่นักโบราณคดีได้ศึกษาค้นพบนั้นชี้ให้เห็นว่าชนกลุ่มนี้มีความรู้และมีความเข้าใจสำหรับการแต่งคำโคลง เขียนตำนานต่างๆ โดยจารึกเป็นอักษรคูนิฟอร์ม (Cuneiform) เก็บเอาไว้ในสถานที่ที่พวกเราบางทีอาจจะพูดได้ว่าเป็นห้องหนังสือ การเขียนหนังสือของกลุ่มคนเหล่านี้ใช้แนวทางเดียวกับชาวสุเมเรียและก็ชาวบาบิโลเนีย 

โดยใช้เหล็กจารลงบนดินเหนียวแล้วก็ค่อยนำไปเผาไฟ กลายเป็นแผ่นจารึกด้วยอักษรคูนิฟอร์มอย่างที่พบเห็นทุกวันนี้ เรื่องราวที่มักจะจากรึกลงไปนอกเหนือจากที่จะเป็นบันทึกในทางประวัติศาสตร์ ตำนาน คำโคลงแล้ว 

บางชิ้นยังมีลักษณะเป็นจดหมายที่ส่งถึงกันอีกด้วย เนื่องจากแผ่นจารึกที่เป็นจดหมายกลุ่มนี้จะถูกเก็บไว้ภายในดินเผา ซึ่งเปรียบสเมือนเป็นซองสำหรับใส่จดหมายเวลาเขย่าจะมีเสียงดัง ด้วยเหตุดังกล่าว เวลาจะอ่านจดหมายพวกนี้ควรต้องตีส่วนนอกก่อน แล้วจึงจะเจอตัวจดหมาย

ด้านสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดและก็แสดงให้เห็นถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอัสซีเรีย สามารถมองได้จากวังของพระผู้เป็นเจ้านามว่า ซาร์กอน  (Sargon) ที่คอร์ซาบัด (Khorsabas) วังนี้สร้างโดยการก่อเป็นกำแพงสูงทึบเป็นชั้นๆ ขึ้นไป นักโบราณคดีจำนวนมากคาดการณ์ว่าการที่ก่อสร้างอาคารสูงเป็นชั้นๆ

โดยมีวังอยู่ข้างบน ผู้คนในยุคคงมีความคิดเพื่อที่จะให้พ้นจากภัยน้ำหลากครั้งใหญ่ ถึงตัวตึกจะสูง การเดินทางขึ้นลงสามารถเดินเท้าได้โดยทางบันได และสามารถขี่รถม้า (Chariot) ขึ้นไปได้ โดยอาศัยทางลาดสำหรับตัวพระราชวังก่อด้วยก้อนอิฐ และฉาบขึ้นเงาทำให้ตัวของวังเงาเป็นมันสวยงาม

เป็นที่น่าสังเกตว่าประตูปากทางเข้าจะมีซิกกูรัตอยู่ที่กำแพงที่ปฏิบัติหน้าที่ค้ำตัวตึก แล้วก็บรรดาป้อมค่ายต่างๆ พวกนี้ ล้วนมีทรงเรขาคณิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนโค้งถือว่าเป็นต้นแบบที่สำคัญที่สุดสำหรับการสร้างวัง 

พวกอัสซีเรีย สามารถสร้างให้ส่วนโค้งกับตัวตึกอื่นๆ มีความกลมกลืนรวมทั้งเกี่ยวข้องกันได้ จากหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่ขุดเจอในวังคอร์ซาบัด (Khorsabad) ซึ่งบอกให้เห็นถึงการนำเอาส่วนโค้งเข้ามาใช้เป็นซากของท่อที่มีไว้เพื่อระบายน้ำ แล้วก็องค์ประกอบอื่นๆ

ที่เจอนั้นเป็นรูปครึ่งวงกลม การที่ชาวอัสซีเรียได้นำเอาลักษณะโค้งเข้ามาใช้ในสถาปัตยกรรมนี้เอง ทำให้นักโบราณคดีโดยมากมั่นใจว่าศิลปกรรมของเมโสโปเตเมีย เป็นหลักฐานทางศิลปกรรมของพวกอียิปต์ รวมทั้งยุโรปในยุคถัดมา



ชาวอัสซีเรียมีการแกะภาพนูนต่ำ ( base relief ) เป็นมรดกทางศิลปกรรมที่สำคัญ โดยพวกเขาเน้นผลงานที่แสดงภาพเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของชาวอัสซีเรีย ตัวอย่างเช่น  การทำสงคราม 



หอสมุดนิเนเวห์ สถาปัตยกรรมที่โด่งดัง มีการเก็บรวบรวมงานด้านการเขียนที่เป็นแผ่นจารึกต่างๆ ไว้ถึง 22,000 แผ่น นับเป็นหอสมุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของยุคนั้น 

ชาวอัสซีเรียได้ตั้งจักรวรรดิตนขึ้น เมื่อราวๆ 1,300 ปี ก่อนคริสต์ศักราช มีการปกครองโดยทหาร ทำให้ผลงานศิลปะในสมัยนั้นจะค่อนข้างเป็นไปในแนวทางที่ดุดัน อย่างเช่น การแกะสลักเรื่องราวในสงคราม นอกจากนี้ชาวอัสซีเรียยังเป็นผู้บุกเบิกการใช้ประตูโค้ง ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในยุคนั้น

 

สนับสนุนโดย   เว็บพนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 50