ที่จังหวัดหนองคายอำเภอโพนพิสัยได้มีนิทานปรัมปราเกี่ยวกับพญานาคเล่าสู่ลูกหลานให้ฟังจากรุ่นสู่รุ่นซึ่งคนในสมัยโบราณเชื่อกันว่าเรื่องเล่านี้เคยเกิดขึ้นจริงกับหญิงสาวคนหนึ่ง

     โดยเรื่องราวนั้นมีการเล่าขานถึงเมืองโพนพิสัยว่าในสมัยก่อนนั้นเมื่อพระพิศาลนั้นนับได้ว่าเป็นเมืองที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขงซึ่งทุกปีในช่วงเวลาหน้าแล้งน้ำในแม่น้ำโขงจะลดลงและจะมีสันทรายขึ้นมากลางแม่น้ำและบริเวณสันทรายนั้นเองก็จะมีน้ำผุดขึ้นมาซึ่งน้ำนี้ชาวบ้านจะพากันมาตัดเพื่อไปใช้ดื่มกินกัน

        อยู่มาวันหนึ่งมีหญิงสาวคนหนึ่งได้หาบกระป๋องน้ำมาตรงบริเวณสันทรายดังกล่าว เพื่อมาตักน้ำไปไว้กิน แต่ปรากฎว่าเมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวลงมาที่สันทรายนั้นแล้ว ก็ไม่กลับขึ้นไปอีกเลย ทางด้านญาติพี่น้องของเธอรวมถึงพ่อแม่ และชาวบ้านต่างก็พากันออกตามหาตัวเธอกันอยู่นานหลายวัน 

          จนในที่สุด เมื่อเห็นว่าผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้ว ยังไม่ได้ข่าวคราวของเธอ พ่อกับแม่จึงคิดว่า เธอน่าจะตายไปแล้ว จึงได้ช่วยกันจัดงานศพให้กับเธอ แต่ระหว่างที่มีการจัดงานกันอยู่นั้น ปรากฏว่าเธอก็เดินกลับเข้ามาที่บ้าน เมื่อชาวบ้านและพ่อแม่ของเธอเห็นว่าเธอเดินมาที่บ้านต่างก็พากันหวาดกลัว เพราะคิดว่าวิญญาณของเธอกลับมาบ้านนั่นเอง

         จนเมื่อเธอยืนยันได้ว่าตัวเองนั้นยังเป็นคน ยังไม่ตาย ทุกคนต่างจึงมารวมกันกันฟังถึงสาเหตุของการหายตัวไปของเธอ ซึ่งเธอได้เล่าว่า หลังจากที่ลงไปตักน้ำ ขณะนั้นปรากฏว่าเธอมองเห็นสัตว์ตัวหนึ่งมีลักษณะคล้ายกับหมู มันใช้ขาหน้ากวักเรียกเธอ ด้วยความประหลาดใจ เธอจึงได้เดินเข้าไปหามัน และมันก็บอกให้เธอหลับตา มันจะพาเธอไปเที่ยว

       และเมื่อเธอหลับตาและตื่นขึ้นมา เธอก็ลงไปอยู่ที่เมืองใต้บาดาลแล้ว ซึ่งหมูตัวดังกล่าวได้กลายร่างเป็นคน และพาเธอเดินชมทั่วเมืองบาดาล  ซึ่งที่เธอเข้าใจว่าที่นั่นเป็นเมืองบาดาลเพราะว่าเมื่อเธอมองไปบนท้องฟ้า ปรากฏว่าด้านบนนั้นมีสีขุ่นเหมือนสีน้ำโคลน  และคนในเมืองจะมีการแต่งกายเหมือนกันคือ ใส่ชุดสีแดง และมีผ้าโพกหัวสีแดง ซึ่งมีการทำเป็นหงอนเหมือนกับหัวของพญานาค อีกทั้งยังมีคนทักว่าทำไมพามนุษย์ลงมา 

     ชายคนที่พาเธอลงมาเล่าให้ฟังว่า พื้นที่ที่เธอไปนั้นเป็นแค่เมืองหน้าด่านเท่าน้น ส่วนเมืองหลวงของพญานาคยังงอยู่อีกไกล และคนที่นี่จะบำเพ็ญเพียรภาวนากันเป็นระยะเวลา 3 เดือนในช่วงวันเข้าพรรษาของมนุษย์ และเมื่อเธอเดินเที่ยวเสร็จ ชายคนดังกล่าวก็พาเธอกลับมาส่งตรงที่ตักน้ำและเธอก็เดินกลับมาบ้านนั่นเอง 

    อย่างไรก็ตามหญิงสาวคนดังกล่าวกลับมาอยู่กับครอบครัวของตัวเองได้แค่อาทิตย์เดียวก็เป็นไข้ตาย  ซึ่งเรื่องนี้กลายมาเป็นเรื่องราวของชาวเมืองโพนพิสัย มาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่า sa